วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

เปิดนโยบายเกษตร 'ภูมิใจไทย’ ดัน ‘บาร์เทอร์เทรด’ ชูเกษตรแม่นยำ - มั่นคง - ยั่งยืน

เปิดนโยบายเกษตร 'ภูมิใจไทย’ ดัน ‘บาร์เทอร์เทรด’ ชูเกษตรแม่นยำ - มั่นคง - ยั่งยืน

ภูมิใจไทยนำอันดับ 1 กางนโยบาย 3 เกษตร ชู Contract Farming รู้ราคาก่อนปลูก รับเงินก่อนขาย ทำเกษตรท้ายไร่ ขายบาร์เทอร์เทรด เพิ่มรายได้เกษตรกร พลิกฟื้นปากท้อง

ผลการเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 อย่างไม่เป็นทางการ ณ เวลา 20.00 น. พรรคภูมิใจไทยมีคะแนนนำมาเป็นอันดับ 1 โดยได้ที่นั่ง สส.รวม แบ่งเป็นเขต และบัญชีรายชื่อ

โดยในส่วนนโยบายเกษตร นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์รของพรรคภูมิใจไทย และสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ได้กล่าวถึงนโยบายเกษตรของพรรคว่า พรรคให้ความสำคัญ 3 เรื่องคือ

  • เกษตรแม่นยำ
  • เกษตรมั่นคง
  • เกษตรยั่งยืน

รวมทั้งจากการทำงานมา 73 วัน ตนงัดเรื่องราคาข้าวให้ขึ้นมาได้ โดยใช้กลไกการตลาดไม่ได้ใช้เงิน โดยดูดอุปทานขึ้นมาและนำมาขายให้กับพวกเรากันเองในกลุ่มรัฐ ประกอบกับหาตลาดให้

รวมถึงขณะนี้พรรคกำลังแก้ปัญหาเรื่องมะพร้าวน้ำหอมในเรื่องล้งจีนหากทำให้ถูกกฎหมายก็ต้องจัดการพร้อมกับการเปิดตลาดใหม่ และขณะนี้ก็กำลังทำตลาดเรื่องทุเรียนส่งออก ฉะนั้นเราต้องช่วงชิงในเรื่องเกษตรแม่นยำ

สำหรับเกษตรมั่นคง เราต้องหาตลาดส่งออกให้เขาได้ และใช้วิธีการแลกเปลี่ยน ไม่ใช่ซื้อขายอย่างเดียวเพื่อทำให้เกษตรกรลืมตาอ้าปากได้ รวมถึงกับการทำเกษตรฟาร์มมิ่ง ด้วยการทำขายล่วงหน้าหากทำได้เกษตรกรก็จะไม่ต้องกังวลในเรื่องหาตลาด

เปิดนโยบายเกษตร 'ภูมิใจไทย’ ดัน ‘บาร์เทอร์เทรด’ ชูเกษตรแม่นยำ - มั่นคง - ยั่งยืน

ระบบบาร์เทอร์เทรดให้สินค้าเกษตร แลกการจัดซื้อจากต่างประเทศ พร้อมผลักดันราคาสินค้าเกษตรให้สูงขึ้น ด้วยเครื่องมือที่เรียกว่า Contract Farming หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ช่วยลดความเสี่ยงให้เกษตรกร รู้ราคาล่วงหน้า มีประกันการเพาะปลูก ด้วยหลักประกัน “รู้ราคาก่อนปลูก รับเงินก่อนขาย มีประกันความเสียหาย” นางศุภจี กล่าว

ส่วนการทำเกษตรยั่งยืนต้องเน้นในเรื่องสิ่งแวดล้อม เกษตรอินทรีย์ การทำเกษตรคาร์บอนต่ำ ฉะนั้นหากเราทำให้เกษตรกรมีรายได้มั่นคงก็จะทำให้คนจำนวนมากของประเทศมีรายได้ดีขึ้น เพราะประเทศไทยขายความมั่นคงเรื่องการเกษตร

“โลกวันนี้หากเกิดปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้สิ่งที่คนต้องใช้ต้องกินคืออาหาร ฉะนั้นถ้าเราขายความมั่นคงอาหารให้คนอื่นได้ก็ทำให้ชาวนาเกษตรกรมีความมั่นคงสูงขึ้น และทำให้พยุงเศรษฐกิจปากท้องขึ้นจาหล่มได้”นางศุภจี กล่าว

พรรคภูมิใจไทยยังมีนโยบายสนับสนุนให้มีการเพิ่มรายได้เกษตรกรด้วยเกษตรท้ายไร่ โดยให้แต่ละพื้นที่สามารถปลูกพืชท้ายไร่ได้ 2,000 บาท/ไร่ ครัวเรือนละ 10 ไร่รวมทั้งหมด 20,000 บาท เราตั้งเป้าไว้ 1,000,000 ไร่ เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรตามนโยบายการเกษตรมูลค่าสูง

นอกจากนี้ยังเตรียมจัดโซนการผลิตให้ชัดเจน และขยายระบบไปยังพืชเศรษฐกิจอื่นๆ นอกจากข้าว อาทิ ข้าวโพด มะพร้าว และลำไย เป็นต้น