background-default

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

กองทุนน้ำมันฯ พลิกบวกรอบ 4 ปี ลุ้นลดราคา ‘เบนซิน-ดีเซล’

กองทุนน้ำมันฯ พลิกบวกรอบ 4 ปี ลุ้นลดราคา ‘เบนซิน-ดีเซล’

จากรายงานของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) ปี 2568 พบว่า กองทุนน้ำมันฯ มีสภาพคล่องดีขึ้นต่อเนื่อง หลังจากติดลบมาตลอด 4 ปี ตั้งแต่วันที่ 12 ธ.ค.2564

สำหรับสถานะกองทุนวันที่ 1 ก.พ.2569 สถานะบวก 505 ล้านบาท แบ่งเป็น บัญชีน้ำมัน 39,046 ล้านบาท และบัญชี LPG ติดลบ 38,541 ล้านบาท ขณะที่บัญชีเงินกู้และหนี้สินรวมเหลือ 61,543 ล้านบาท โดยเป็นหนี้ผู้ค้าน้ำมันตาม ม.7 จำนวน 33,489 ล้านบาท และหนี้เงินกู้ 28,054 ล้านบาท

ทั้งนี้ โครงสร้างราคาน้ำมันวันที่ 2 ก.พ.2569 เรียกเก็บเงินจากผู้ใช้ดีเซล 0.20 บาทต่อลิตร ผู้ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 และน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ส่งเงินเข้ากองทุนฯ 2.50 บาทต่อลิตร, น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ส่งเข้า 0.80 บาทต่อลิตร, และเบนซินธรรมดา ออกเทน 95 ส่งเข้ากองทุนฯ 9.60 บาทต่อลิตร ส่วนผู้ใช้ LPG นั้น กองทุนจ่ายเงินชดเชยอยู่ 0.22 บาทต่อกิโลกรัม

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า สถานะกองทุนดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยบัญชีรวมเป็นบวกตั้งแต่ต้นเดือน ก.พ.2569 สะท้อนผลจากราคาน้ำมันตลาดโลกอ่อนตัวลงต่อเนื่อง ผนวกกับการปรับกลไกบริหารกองทุนให้มีวินัยการเงินมากขึ้น

ส่วนภาระหนี้สินของกองทุนมียอดเงินกู้สถาบันการเงินคงเหลือ 28,054 ล้านบาท จากช่วงวิกฤติที่เคยสูงถึง 105,000 ล้านบาท โดยชำระคืนทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยเฉลี่ยเดือนละ 3,000 ล้านบาท คาดว่าใช้หนี้เงินกู้ตามกำหนดไม่เกินปี 2572

“หากนับรวมหนี้สินอื่น เช่น หนี้ค้างชำระผู้ค้ามาตรา 7 และเงินโอนระหว่างบัญชี ยอดหนี้สินรวมของกองทุนจะอยู่ที่ 61,000 ล้านบาท ถือว่าอยู่ในกรอบที่บริหารจัดการได้ ดังนั้นการลดราคาน้ำมันลงมีทั้งเป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้ ซึ่งต้องรอนโยบาย แต่มองว่าช่วงนี้หน้าหนาว ราคาเชื้อเพลิงโลกยังผันผวน และบางวันกองทุนควักจ่ายกว่า 1 บาท แต่บางช่วงเก็บได้แค่ 0.20 บาท ควรรอผ่านช่วงนี้ก่อน”

กองทุนน้ำมันฯ พลิกบวกรอบ 4 ปี ลุ้นลดราคา ‘เบนซิน-ดีเซล’

ทั้งนี้ แม้บัญชี LPG ยังติดลบ 39,000 ล้านบาท จากเดิมวันที่ 30 ธ.ค.2561 เคยมีเงินในบัญชี 4,698 ล้านบาท แต่เมื่อเกิดความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาตร์ทำให้สิ้นปี 2562 ราคาเชื้อเพลิงสูงขึ้น ทำให้บัญชี LPG ติดลบ 4,998 ล้านบาท และติดลบมากขึ้นถึงปัจจุบัน

“เมื่อราคาเชื้อเพลิงเริ่มลดลง โครงสร้างการบริหารจัดการปัจจุบันทำให้บัญชี LPG ทยอยติดลบน้อยลง โดยไม่ต้องพึ่งการอุดหนุนข้ามประเภทจากบัญชีน้ำมันเหมือนอดีต ซึ่งกองทุนเคยลดราคา LPG เพื่อพยุงค่าครองชีพช่วงโควิดที่ 333 บาทต่อ 15 กิโลกรัม ทำให้บัญชี LPG ติดลบสะสมหนัก”

เลิกน้ำมัน “อุ้มก๊าซ” มา 1-2 ปี

สำหรับการจัดหา LPG ของไทยมาจาก 3 แหล่ง คือ โรงแยกก๊าซธรรมชาติ, โรงกลั่นน้ำมัน และการนำเข้า ซึ่งการจัดหาแต่ละประเภทมีต้นทุน “ราคาเนื้อก๊าซ” ต่างกัน โดยโรงกลั่นน้ำมันและการนำเข้ามีต้นทุนสูงตามราคาตลาดโลก ขณะที่โรงแยกก๊าซธรรมชาติมีต้นทุนต่ำกว่าโรงกลั่นน้ำมันและการนำเข้าเพราะเป็นการนำก๊าซมาจากอ่าวไทย

ทั้งนี้ รัฐเก็บเงินส่วนต่างเพิ่มจากโรงแยกก๊าซธรรมชาติให้ใกล้เคียงราคานำเข้า ซึ่งส่วนต่างนี้ถูกส่งเข้ากองทุนในส่วนบัญชี LPG โดยเงินส่วนนี้นำไปอุดหนุนราคาก๊าซ โดยรายได้หลักที่ส่งเข้าบัญชี LPG มาจาก 3 ส่วน คือ โรงแยกก๊าซธรรมชาติเป็นจำนวนมากที่สุด รองลงมากคือ UAC และบริษัท บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ.

นอกจากนี้ กองทุนจะมีเงินไหลเข้าจากแหล่งผลิตดังกล่าวรวมกัน 36 ล้านบาทต่อวัน ขณะที่ภาระการจ่ายเงินชดเชยเพื่อรักษาราคาขายปลีก LPG ให้อยู่ที่ระดับ 423 บาทต่อถังขนาด 15 กิโลกรัม หรืออยู่ที่ 8.28 ล้านบาทต่อวัน ส่งผลให้กองทุนมีเงินเหลือเข้าบัญชี LPG วันละ 27.78 ล้านบาท เงินส่วนนี้ถูกนำไปใช้ทยอยคืนหนี้และลดการติดลบสะสมในบัญชี

“เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสาธารณชน ปัจจุบันกองทุนน้ำมันฯ ไม่ได้นำเงินจากผู้ใช้น้ำมันไปชดเชยราคา LPG มานานกว่า 1-2 ปีแล้ว โดยหยุดดำเนินการตั้งแต่ภายหลังวิกฤติสงครามรัสเซีย-ยูเครน เมื่อราคาก๊าซ LPG ตลาดโลกปรับลดลงจากระดับกว่า 1,000 ดอลลาร์ต่อตัน มาอยู่ที่ประมาณ 400-500 ดอลลาร์ต่อตันในปัจจุบัน”

รับมือเลิกอุ้มชีวภาพ ก.ย. 69 ไร้แรงกระแทก

สำหรับข้อกังวลตามกรอบกฎหมาย พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันและเชื้อเพลิง พ.ศ.2562 กำหนดให้กองทุนต้องยุติชดเชยน้ำมันชีวภาพ (แก๊สโซฮอล์และไบโอดีเซล) ภายในวันที่ 24 ก.ย.2569 ไม่กระทบฐานะกองทุนอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากกระทรวงพลังงานปรับแผนล่วงหน้าแล้ว และภาระชดเชยส่วนนี้แทบไม่ส่งผลต่อกระแสเงินสด

ทั้งนี้ กองทุนน้ำมันฯ เตรียมเสนอ “แผนวิกฤตการณ์ด้านราคาน้ำมันเชื้อเพลิงฉบับใหม่" ต่อรัฐบาลใหม่ โดยจะปรับนิยามคำว่า “วิกฤติราคาน้ำมัน” ให้ชัดเจนและเข้มงวดขึ้น โดยอาจต้องแยกบัญชีกองทุนภาวะวิกฤติ เพื่อป้องกันการนำกองทุนไปใช้แทรกแซงราคาพลังงานแบบไร้กรอบ รวมถึงทบทวนเพดานราคาดีเซลที่ 30 บาทต่อลิตร และราคา LPG ที่ 423 บาทต่อถัง ให้สะท้อนต้นทุนจริงมากขึ้น

“เป้าหมายสูงสุดของการปรับโครงสร้างครั้งนี้ คือ ทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการรักษาเสถียรภาพราคาพลังงาน และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนตามนโยบาย ”Quick Big Win“ ของกระทรวงพลังงานได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน”

คาดการณ์ราคาน้ำมันปี69ต่ำกว่าปี68

สำหรับราคาน้ำมันตลาดโลกเป็นแนวโน้มขาลง โดยราคาคงสูงขึ้นระยะแรกแต่ไม่น่าทำให้ราคาสูงขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยราคาน้ำมันดิบดูไบที่คาดการณ์ไว้จะอยู่ระหว่าง 60-70 ดอลลาร์ต่อบาเรล ขณะที่เบนซินอยู่ที่ 70-80 ดอลลาร์ต่อบาเรล ส่วนดีเซลคาดว่าอยู่ที่ 75-85 ดอลลาร์ต่อบาเรล และ LPG จะอยู่ที่ 400-500 ดอลลาร์

แหล่งข่าว กล่าวว่า แม้กองทุนน้ำมันฯ จะฟื้นตัวแรงจากอานิสงส์ราคาน้ำมันโลกอ่อนตัวลง แต่ความยั่งยืนระยะยาวขึ้นกับการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ทั้งการลดการอุดหนุนข้ามกลุ่ม (Cross-Subsidy) ที่ถูกมองว่าไม่เป็นธรรมต่อผู้ใช้เบนซิน การทบทวนการอ้างอิงราคาน้ำมันตลาดสิงคโปร์ที่ทำให้ราคาในประเทศสูงเกินจริง และการเปลี่ยนการอุดหนุน LPG ไปสู่ระบบช่วยเหลือแบบมุ่งเป้าเฉพาะกลุ่มเปราะบาง

“ขณะเดียวกันปัจจัยเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์โลก ทั้งความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน และอิสราเอล-อิหร่าน ยังเป็นตัวแปรสำคัญ หากเกิดเหตุการณ์รุนแรงจนราคาพลังงานสูงอีกครั้ง กองทุนน้ำมันฯ อาจต้องเผชิญแรงกดดันให้กลับไปกู้เงินพยุงราคาอีก”