วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

สนค.ชู “ข้อมูล–พันธมิตร–การค้าอย่างทั่วถึง” ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยรับปี 69

สนค.ชู “ข้อมูล–พันธมิตร–การค้าอย่างทั่วถึง” ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยรับปี 69

สนค.จัดเวที Trade Talk ครบรอบ 11 ปี ”ศุภจี”  ชี้ โลกผันผวน ข้อมูลที่แม่นยำ คือ หัวใจสำคัญในการกำหนดทิศทางการค้าไทย ขณะที่ สนค. เสนอ Harmonizing Trade และกรอบ S-H-A-R-P มุ่งกระจายโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ ยกระดับ SMEs เกษตร บริการ ให้เศรษฐกิจเติบโต พร้อมเปิดตัว “น้องดาวเหนือ” คลังข้อมูลคู่การตัดสินใจยุคใหม่

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) จัดงานเสวนา Trade Talk ครบรอบ 11 ปี สนค. ในหัวข้อ “เศรษฐกิจไทย 2569: ปรับโครงสร้าง วางอนาคตทั่วถึง” (Thailand’s Economy 2026: Restructuring for an Inclusive Future) เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวความก้าวหน้าขององค์กรและสะท้อนวิสัยทัศน์สู่อนาคต ผ่านการนำเสนอผลงานของบุคลากร สนค. การสาธิตระบบสำคัญ และการเผยแพร่องค์ความรู้

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงานเสวนา Trade Talk ครบรอบ 11 ปี สนค. ในหัวข้อ “เศรษฐกิจไทย 2569: ปรับโครงสร้าง วางอนาคตทั่วถึง” (Thailand’s Economy 2026: Restructuring for an Inclusive Future) ว่า โลกปัจจุบันเผชิญการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและซับซ้อน ทั้งในมิติภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ โดยประเด็นด้านความมั่นคงและการค้าได้ผนวกรวมเป็นเรื่องเดียวกันอย่างแยกไม่ออก

สิ่งที่ผู้นำ ผู้บริหาร และผู้กำหนดนโยบายจำเป็นต้องใช้เป็นหัวใจสำคัญในการตัดสินใจ คือ ข้อมูลที่ถูกต้อง รวดเร็ว แม่นยำ และเชื่อถือได้ ซึ่งจะช่วยให้มองเห็นสถานะของประเทศ เข้าใจบริบทโลก และกำหนดทิศทางการดำเนินนโยบายได้อย่างเหมาะสม

การค้าระหว่างประเทศในยุคใหม่ไม่ควรมุ่งเพียงการซื้อขายสินค้า แต่ต้องพัฒนาไปสู่การสร้างพันธมิตรทางการค้า บนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกัน ประเทศไทยจำเป็นต้องทำการบ้านเชิงลึก ทำความเข้าใจว่าคู่ค้านำสินค้าและบริการของไทยไปใช้ประโยชน์อย่างไร อยู่ในห่วงโซ่อุปทานใด เพื่อให้ไทยสามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในห่วงโซ่อุปทานโลก ซึ่งจะช่วยสร้างความยั่งยืนในระยะยาว

สนค.ชู “ข้อมูล–พันธมิตร–การค้าอย่างทั่วถึง” ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยรับปี 69

นางศุภจี กล่าวว่า ข้อมูลที่ดีไม่เพียงช่วยให้มองเห็นโอกาสทางเศรษฐกิจ แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงในการตัดสินใจ ขณะที่ข้อมูลที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีคุณภาพ เป็นรากฐานของความเชื่อมั่น โดย “Trust” ถือเป็นหัวใจสำคัญของโลกการค้าในปัจจุบัน ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ในฐานะคลังข้อมูลด้านการค้าที่มีความน่าเชื่อถือ และเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ในการสนับสนุนการกำหนดนโยบายและการดำเนินธุรกิจ

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันสะท้อนสัญญาณที่น่าสนใจ แม้ตัวเลขทางเศรษฐกิจจะปรับตัวดีขึ้น อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ -0.14% และการส่งออกปีที่ผ่านมาเติบโตถึง 12.9% มีมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 11.1ล้านล้านบาท แต่ในความเป็นจริง ประชาชนจำนวนมากยังรู้สึกถึงภาวะค่าครองชีพสูง รายได้ไม่มั่นคง และกำลังซื้อที่ยังเปราะบาง ซึ่งสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่ตัวเลขเศรษฐกิจยังไม่สามารถตอบโจทย์คุณภาพชีวิตได้อย่างแท้จริง

โดยการเสวนาในครั้งนี้ สนค. ได้นำเสนอการวิเคราะห์เศรษฐกิจไทยปี 2569 ผ่านการเชื่อมโยงภาพเศรษฐกิจมหภาค การค้าในประเทศและต่างประเทศ

รวมถึงปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่กำลังกระทบเศรษฐกิจไทย อาทิ สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ค่าเงินบาท ราคาพลังงาน และการแข่งขันจากสินค้านำเข้า เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันยังขาดการเชื่อมโยงอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะระหว่างราคา รายได้ และโอกาสทางเศรษฐกิจของประชาชน

สนค.ชู “ข้อมูล–พันธมิตร–การค้าอย่างทั่วถึง” ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยรับปี 69

แม้การส่งออกไทยจะเติบโตอย่างโดดเด่น แต่ผลประโยชน์ส่วนใหญ่ยังกระจุกตัวอยู่กับผู้ส่งออกรายใหญ่ ขณะที่ SMEs มีอัตราการอยู่รอดค่อนข้างต่ำ และมูลค่าการส่งออกยังกระจุกตัวในไม่กี่จังหวัด สนค. จึงเสนอแนวคิด Harmonizing Trade เพื่อประสานพลังระหว่างผู้ประกอบการรายใหญ่และรายย่อย

ผ่านการปรับโครงสร้างการค้าใน 3 มิติ ได้แก่ การปรับสมดุลโครงสร้างสินค้า การส่งเสริมสินค้าที่สร้างโอกาสให้ SMEs และการกระจายผลประโยชน์ทางการค้าไปสู่ทุกภูมิภาค เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ห่วงโซ่การค้าไทยอย่างยั่งยืน

ในด้านฐานรากของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคเกษตร สนค. ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการยกระดับข้าวไทยซึ่งกำลังเผชิญภาวะผลผลิตล้นตลาด จากสินค้าเกษตรทั่วไปไปสู่ “ข้าวประณีต” หรือ ข้าวมูลค่าสูงผ่านแนวคิด Demand Driven

โดยนำเทคโนโลยี AI และ Big Data มาใช้ในการวิเคราะห์และกำหนดตลาดส่งออกที่มีศักยภาพ โดย สนค. ใช้ PRISM Model เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์และระบุตลาดเป้าหมายของข้าวไทยในอนาคต เพื่อประเมินศักยภาพตลาดและกำหนดกลยุทธ์การค้าข้าวอย่างแม่นยำ ช่วยให้การผลิตและการส่งออกข้าวไทยสอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลก สร้างรายได้ที่มั่นคง ลดความผันผวน และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยในระยะยาว

ขณะเดียวกัน ภาคบริการซึ่งถือเป็นเครื่องยนต์หลักใหม่ของเศรษฐกิจไทย ยังเผชิญความท้าทายจากความเหลื่อมล้ำและการกระจุกตัวของรายได้ สนค. เสนอแนวทางการพัฒนาภาคบริการให้เติบโตอย่างทั่วถึง ผ่านการสร้างเครือข่าย SMEs Network ลดต้นทุนด้วย Service Commons ใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน และการส่งเสริมแนวคิดTime-based Economy เศรษฐกิจฐานเวลา เพื่อเพิ่มมูลค่าและกระจายรายได้สู่พื้นที่ต่าง ๆ อย่างเหมาะสมกับศักยภาพของแต่ละภูมิภาค

สนค.ชู “ข้อมูล–พันธมิตร–การค้าอย่างทั่วถึง” ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยรับปี 69

ทั้งนี้ สนค. ได้นำเสนอกรอบนโยบายเศรษฐกิจแบบทั่วถึง (Inclusive Policy) ภายใต้แนวคิด S-H-A-R-P 5 กลไก เพื่อเชื่อมโยงโครงสร้างเศรษฐกิจ (Structure Linkage) เพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ (High-Value & Sustain) เสริมพลัง SMEs (Align SMEs) ปลดล็อกการเติบโตระดับภูมิภาค (Regional Unlock) และใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และปัญญาประดิษฐ์ในการตัดสินใจเชิงนโยบายอย่างแม่นยำ (Precision with Brain & Technology) โดยมุ่งหวังให้การเติบโตทางเศรษฐกิจสามารถสะท้อนเป็นคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง

ทั้งนี้สนค. ยังได้เปิดตัว Mascot สนค. "น้องดาวเหนือ" ที่ชอบกินข้อมูล ย่อยข้อมูลยากให้เป็นเรื่องง่าย พร้อมสำหรับการบริการประชาชน และให้ผู้บริหารใช้ตัดสินใจได้อย่างเฉียบคม ขอเชิญติดตามพบกับ "น้องดาวเหนือ" และ เศรษฐกิจเคี้ยวง่าย ได้ทางช่องทางต่าง ๆ ของ สนค. ต่อไป