กรมส่งเสริมการค้าต่างประเทศ กางแผนขับเคลื่อนการส่งออกปี 69 จัดกิจกรรมส่งเสริมการค้ากว่า 680 โครงการ ตั้งเป้าสร้างมูลค่าการค้า 142,000 ล้านบาท พร้อมจัดงานใหญ่ “DITP EXPO 2026” วันที่ 11–13 มี.ค. เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย ต่อยอดธุรกิจ เจรจาการค้า
นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ปี 2569 ยังคงเป็นปีที่การส่งออกไทยเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจโลก ความผันผวนของค่าเงิน มาตรการกีดกันทางการค้า และการแข่งขันที่รุนแรง
โดยกรมฯ ได้กำหนดกลยุทธ์ “รักษาตลาดเดิมควบคู่การขยายตลาดศักยภาพใหม่” ครอบคลุมตลาดหลัก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น และอาเซียน พร้อมเร่งรุกตลาดใหม่ อาทิ อินเดีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา และลาตินอเมริกา ควบคู่กับการผลักดันสินค้าแห่งอนาคต เศรษฐกิจสีเขียว และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย
ปี 2569 กรม ฯ มีแผนดำเนินโครงการและกิจกรรมส่งเสริมการค้ากว่า 680 โครงการเพื่อขับเคลื่อนการส่งออกในปี 2569 โดยตั้งเป้าสร้างมูลค่าการค้า 142,000 ล้านบาท และมีผู้ประกอบการได้รับประโยชน์กว่า 294,500 ราย ครอบคลุมกิจกรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ
อาทิ งานแสดงสินค้านานาชาติ การจับคู่เจรจาธุรกิจ การส่งเสริมการค้าออนไลน์ผ่าน THAITRADE.COM การพัฒนาแฟรนไชส์ไทยสู่สากล การจัดคณะผู้แทนการค้า และการส่งเสริมการขายผ่านห้างสรรพสินค้าและ Modern Trade ในหลายภูมิภาคทั่วโลก
ขณะเดียวกัน กรมฯ ได้เดินหน้า โครงการ Special Task Force (STF) เพื่อบุกตลาดใหม่ใน 6 ประเทศ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย จีน อินเดีย เวียดนาม แอฟริกา และลาตินอเมริกา ตั้งเป้าส่งเสริมผู้ประกอบการ 175 ราย และสร้างมูลค่าการค้า 700 ล้านบาท
โดยผลการดำเนินงานระยะแรกใน 4 ประเทศ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมแล้ว 106 ราย คาดว่าจะสร้างมูลค่าการค้าได้กว่า 477.52 ล้านบาท และอยู่ระหว่างขยายผลไปยังตลาดแอฟริกาและลาตินอเมริกาในช่วงต้นปี 2569
นางสาวสุนันทา กล่าวว่า กรมฯ เร่งขยายโอกาสทางการค้าในตลาดสหรัฐฯ ภายใต้นโยบายภาษีตอบโต้ โดยจัดกิจกรรมจับคู่เจรจาการค้าและเชื่อมโยงกับผู้นำเข้ารายใหญ่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดสากล
อาทิ OBM กับผู้นำเข้ารายใหญ่ของสหรัฐฯ 4 บริษัท (ธ.ค. 68) มีผู้ประกอบการไทย 45 บริษัทเข้าร่วม เกิดการ Pre-matching 36 คู่ และเชิญบริษัท Otis McAllister, Inc เยือนไทยในลักษณะ Exclusive Incoming Trade Mission ระหว่าง 24–28 ก.พ. 69 และหารือกับ บริษัท Lidl & Kaufland Asia Pte. Limited บริษัทค้าปลีกรายใหญ่ของยุโรป ที่มีสาขาในหลายประเทศ และเสนอจัด Business matching กับผู้ส่งออกไทย สร้างโอกาสในการส่งออกสินค้าไปยังตลาดยุโรป
สำหรับสินค้าที่สนใจ ได้แก่ สับปะรด น้ำมะพร้าว อาหารสัตว์เลี้ยง รวมไปถึงสินค้าประเภทอื่น ๆ ขณะเดียวกัน ได้หารือกับบริษัท Mitsui ประเทศญี่ปุ่น เพื่อวางแนวทางความร่วมมือทางการค้าในอนาคต พร้อมทั้งดำเนินการจัดหาวัตถุดิบ (Sourcing) เพื่อสนับสนุนผู้ส่งออก
นอกจากนี้ กรมยังได้ขอความร่วมมือให้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) จัดทำฐานข้อมูลผู้นำเข้าใหม่ เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความคล่องตัวให้แก่ผู้ประกอบการไทยที่ไปลงทุนในต่างประเทศด้วย
สำหรับปัญหาที่จะกระทบต่อการส่งออกในปี 2569 ยังคงเป็นเรื่องเงินบาทแข็งค่า ซึ่งกรมอยากให้อ่อนค่าและมีเสถียรภาพมากกว่านี้ เพราะปีก่อนอยู่ที่ 32 บาทต่อดอลลาร์ แพงกว่าคู่แข่ง 8-11% ปีนี้ 31 บาทต่อดอลลาร์ ก็ยิ่งแพงขึ้นไปอีก
แม้ว่าสินค้าไทยจะมีคุณภาพ มาตรฐาน แต่ถ้าแพงเกินไป ก็อาจจะขายได้ลำบาก ซึ่งกรมพยายามที่จะช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ และหาทางช่วยหาตลาดให้ โดยค่าเงินที่ผู้ส่งออกต้องการจริง ๆ คือ ระดับ 33-34 บาทต่อดอลลาร์
นางสาวสุนันทา กล่าวว่า เนื่องในโอกาสครบรอบ 74 ปีของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กรมจึงจัดงาน งาน DITP EXPO 2026 ในระหว่างวันที่ 11-13 มี.ค.2569 ที่กระทรวงพาณิชย์
โดยจะนำสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จในการส่งออก มาจัดแสดงและจำหน่าย เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ประกอบการรายใหม่ ๆ ที่อยากจะส่งออก และยังมีเครื่องมือต่าง ๆ ของกรม ที่ช่วยในเรื่องการส่งออก มาแสดงให้ผู้ประกอบการได้รับรู้และเข้ามาใช้บริการด้วย
รวมทั้งจะมีการจัดกิจกรรมบันเทิงและการแสดงทางวัฒนธรรม อาทิ มวย ซีรีส์ ลิเก หมอลำ และการพบปะดารา ศิลปิน และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง
นอ่กจากนี้ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการผลงานและบริการของกรมฯ การนำเสนอศักยภาพสินค้าและบริการไทยในหลากหลายสาขา อาทิ สินค้าที่ได้รับรางวัล PM Award, DEMARK และ T-Mark สินค้า THINK THAILAND: NEXT LEVEL (สินค้าที่มีการยกระดับด้านนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และคุณภาพ)
รวมถึงการจัดจำหน่ายสินค้าส่งออกคุณภาพจากผู้ประกอบการกว่า 100 คูหา ครอบคลุมสินค้าเกษตรและอาหาร อุตสาหกรรม แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ สุขภาพและความงาม ตลอดจนธุรกิจบริการ
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเวิร์กช็อปและกิจกรรมสร้างอาชีพ อาทิ Design / Health & Wellness Workshop, Creative Workshop งานฝีมือ เช่น เครื่องหอม เซรามิกส์ และนวดแผนไทย พร้อมเปิดโซนใหม่ “Character & Games” เพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่
รวมถึงกิจกรรมบันเทิงและการแสดงทางวัฒนธรรม อาทิ มวย ซีรีส์ ลิเก หมอลำ และการพบปะดารา ศิลปิน และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ตลอดทั้ง 3 วันของการจัดงาน





