วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

ทอท.มั่นใจปีนี้ผู้โดยสารโต 6% แตะระดับ 135 ล้านคน ลุยปรับค่าบริการสนามบิน

ทอท.มั่นใจปีนี้ผู้โดยสารโต 6% แตะระดับ 135 ล้านคน ลุยปรับค่าบริการสนามบิน

ทอท. มั่นใจปีนี้ผู้โดยสารเติบโตสูงสุด 6% แตะระดับ 135 ล้านคน หลังเร่งทำการตลาดเชิงรุก ดึงเที่ยวบิน “เช่าเหมาลำ” เข้าไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด 3 เดือนสะสมแล้วกว่า 1,200 เที่ยว เดินหน้าปรับค่าธรรมเนียมผู้โดยสารขาออก PSC เพิ่มรายได้ 1 หมื่นล้านบาทต่อปี เล็งเสนอเก็บค่าบริการ Transit/Transfer เพิ่มเติม

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า เป้าหมายในปี 2569 ทอท.คาดการณ์ว่าจะมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นในระดับ 130–135 ล้านคน หรือเติบโตประมาณ 3 – 6% จากปี 2568 ที่มีปริมาณผู้โดยสารผ่าน 6 ท่าอากาศยานรวม 126 ล้านคน โดยในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณนี้ (ต.ค. - ธ.ค.2568) มีผู้โดยสารเติบโตแล้ว 4% หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

อย่างไรก็ดี ปัจจัยบวกที่ทำให้ปริมาณผู้โดยสารเพิ่มขึ้น เนื่องจาก ทอท.ได้วางแผนกลยุทธ์เชิงรุก เจาะกลุ่มระดับพรีเมียม เร่งเพิ่มเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลต์) ในตลาดศักยภาพอย่างจีน และญี่ปุ่น ส่งผลให้ในช่วง 3 เดือนแรกปีงบประมาณ 2569 มีปริมาณเที่ยวบินชาร์เตอร์ไฟลต์เข้าไทยมากถึง 1,200 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นจากตัวเลขทั้งปี 2568 ที่มีอยู่ราว 900 - 1,000 เที่ยวบิน

ขณะที่ภาพรวมรายได้ในปีงบประมาณ 2569 จำเป็นต้องประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่องเพราะมีหลายปัจจัยที่จะเข้ามาส่งผลต่อรายได้ โดยเฉพาะการปรับเพิ่มค่าบริการผู้โดยสารขาออก (PSC) ในการเดินทางระหว่างประเทศจากปัจจุบันจัดเก็บอยู่ 730 บาทต่อคน เป็น 1,120 บาทต่อคน ซึ่งจะสอดคล้องกับต้นทุนจริงที่เกิดขึ้น และจะทำให้รายได้ของ ทอท.เพิ่มขึ้นอีกราว 10,000 ล้านบาทต่อปี

“รายได้ปีนี้มองยากมาก เพราะยังมีรายได้ PSC ไม่เต็มปี เนื่องจากปัจจุบันการจัดเก็บค่าบริการ PSC ยังไม่ได้มีการประกาศใช้อย่างเป็นทางการ แม้ได้รับการอนุมัติแล้ว จึงคิดว่า PSC จะไปมีผลต่อรายได้ในปีหน้าอย่างเต็มปี ดังนั้นในปีหน้าจะเห็นโครงสร้างรายได้ของ ทอท.แบบใหม่อย่างจริงจัง สะท้อนต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง และสามารถนำรายได้ PSC ไปชดเชยรายได้ของ Aero ที่หายไป”

อีกทั้งหาก ทอท.ได้ปรับขึ้นค่า PSC ผู้โดยสารขาออกแล้ว จะเตรียมเสนอแผนขออนุมัติจัดเก็บค่า PSC จากเปลี่ยนถ่าย (Transit/Transfer) เนื่องจากปัจจุบันท่าอากาศยานมากกว่า 90% ทั่วโลกจัดเก็บค่าบริการเหล่านี้ และสามารถนำรายได้ไปพัฒนาบริการให้ดียิ่งขึ้น ดังนั้นหากไทยจะเป็นศูนย์กลางการบินที่มีการ Transit/Transfer จำนวนมาก ทอท.มองว่าควรจัดเก็บค่าบริการดังกล่าวให้สะท้อนต่อต้นทุน และนำรายได้ไปพัฒนาบริการส่วนนี้

นางสาวปวีณา กล่าวด้วยว่า ทอท.เตรียมเสนอแผนลงทุนเข้าสู่การพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อเดินหน้าขยายขีดความสามารถรองรับผู้โดยสาร ประกอบด้วย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โครงการส่วนต่อขยายด้านทิศตะวันออก (East Expansion) มูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท สถานะปัจจุบันรอเสนอ ครม.รักษาการ

สำหรับโครงการนี้ ครม.เคยมีมติอนุมัติตั้งแต่ปี 2559 แต่มีการปรับมูลค่าการลงทุน ดังนั้นหาก ครม.รักษาการอนุมัติให้เดินหน้า คาดว่าจะจัดทำเอกสารประกวดราคา (TOR) เริ่มเปิดประมูลภายใน 1-2 เดือนนี้ ใช้เวลาก่อสร้าง 4 ปี เพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็น 70 ล้านคนต่อปี จากปัจจุบันรองรับได้ 65 ล้านคนต่อปี

ขณะเดียวกัน ทอท.เตรียมเสนอ ครม.ชุดใหม่ เพื่อขออนุมัติโครงการพัฒนาผู้โดยสารด้านทิศใต้ (South Terminal) มูลค่ารวม 2 แสนล้านบาท โดยปัจจุบันได้ศึกษาทบทวนโครงการแล้วเสร็จ แบ่งระยะการลงทุนออกเป็น 3 ระยะ รวม 12 ปี จะพัฒนาอาคารผู้โดยสาร South Terminal ทางวิ่ง (รันเวย์) เส้นที่ 4 อาคารสำหรับขนส่งทางอากาศ (Cargo) และศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) เป็นต้น ซึ่งจะเพิ่มขีดความสามารถให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิรองรับผู้โดยสารได้ 120 ล้านคนต่อปี

นอกจากนี้ ทอท.ยังเตรียมเดินหน้าลงทุนพัฒนาท่าอากาศยานแห่งใหม่ ประกอบด้วย ท่าอากาศยานอันดามัน และท่าอากาศยานล้านนา โดยสถานะโครงการขณะนี้ทำการศึกษาเบื้องต้นแล้วเสร็จ เตรียมเสนอ ครม.ชุดใหม่พิจารณาอนุมัติหลักการ หลังจากนั้นจะกลับมาทำการศึกษาโครงการ รวมไปถึงเตรียมจัดหาที่ดินเพื่อพัฒนาท่าอากาศยาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ ทอท. เคยศึกษาความเหมาะสมของที่ตั้งท่าอากาศยานแห่งใหม่ โดยท่าอากาศยานอันดามัน ประเมินวงเงินลงทุนราว 80,000 ล้านบาท ทอท.สำรวจพื้นที่พัฒนา โดยพบว่าจะใช้พื้นที่ก่อสร้างโครงการ 7,300 ไร่ ตั้งอยู่ตำบลโคกกลอย และตำบลหล่อยูง อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา โครงการจะมีการก่อสร้างอาคารผู้โดยสาร รองรับ 22.5 ล้านคนต่อปี ก่อสร้าง 2 ทางวิ่ง รองรับ 43 เที่ยวบินต่อชั่วโมง และพัฒนาหลุมจอดอีก 44 หลุม

ขณะที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่แห่งที่ 2 หรือ ท่าอากาศยานล้านนา ทอท.ประเมินวงเงินลงทุนอยู่ที่ราว 70,000 ล้านบาท ที่ตั้งอยู่บริเวณ อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน พื้นที่ประมาณ 8,050 ไร่ โดยตามแผนจะก่อสร้างอาคารผู้โดยสารรองรับ 24 ล้านคนต่อปี ก่อสร้าง 2 ทางวิ่ง รองรับ 41 เที่ยวบินต่อชั่วโมง รวมทั้งจะพัฒนาหลุมจอด 38 หลุม และคลังสินค้า 32,000 ตัน

 

 


พิสูจน์อักษร....สุรีย์   ศิลาวงษ์