วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

SME D Bank โชว์ปี 68 ปล่อยสินเชื่อ 7.9 หมื่นล้าน โตสวนตลาดติดลบต่อเนื่อง 13 ไตรมาส

SME D Bank โชว์ปี 68 ปล่อยสินเชื่อ 7.9 หมื่นล้าน โตสวนตลาดติดลบต่อเนื่อง 13 ไตรมาส

SME D Bank โชว์ผลงานปี 68 สร้าง New High นำเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุน 7.9 หมื่นล้าน กางแผนปี 69 ปูพรมปล่อยสินเชื่อใหม่ หนุน 3 อุตสาหกรรมเป้าหมาย อาหาร-สุขภาพ-เกษตรแปรรูป รุก "พัฒนาคู่เติมทุน" อัดงบ 2 หมื่นล้าน ดอกเบี้ย 3% ดันรายเล็กใช้ AI-นวัตกรรม ยกระดับธุรกิจสีเขียว

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา เอสเอ็มอีไทยต้องเผชิญความท้าทายมากมาย เช่น ภัยพิบัติธรรมชาติ มาตรการภาษีสหรัฐฯ การล้นทะลักของสินค้าต่างประเทศ และสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ส่งผลให้สถาบันการเงิน โดยเฉพาะธนาคารพาณิชย์ กังวลความเสี่ยง เข้มงวดการปล่อยกู้แก่ภาคธุรกิจ ทำให้เอสเอ็มอียากจะเข้าถึงแหล่งทุนในระบบ โดยภาพรวมตลาดสินเชื่อ SME ติดลบต่อเนื่อง 13 ไตรมาส

อย่างไรก็ดี ด้วยพันธกิจของธนาคารที่มุ่งเน้นสนับสนุนผู้ประกอบการรายใหม่และขนาดเล็ก ในปี 2568 ธนาคารสามารถสร้างสถิติใหม่ (New High) พาเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนรวมกว่า 79,043 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 75,000 ล้านบาท ถือเป็นยอดสูงที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งธนาคารมากว่า 23 ปี โดยกว่า 70% เป็นสินเชื่อวงเงินกู้ไม่กิน 15 ล้านบาท

“ความสำเร็จในปีที่ผ่านมา ช่วยสร้างเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 362,010 ล้านบาท รักษาการจ้างงานประมาณ 620,360 ราย ซึ่งสวนทางกับแนวโน้มสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอีในระบบ ที่ติดลบต่อเนื่องมา 13 ไตรมาส โดยมียอดสินเชื่อคงค้าง (Outstanding) อยู่ที่ 99,564 ล้านบาท เติบโต 0.9% เมื่อเทียบกับปี 2567”

NPL ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

ในด้านการบริหารคุณภาพสินเชื่อ SME D Bank สามารถลดสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) ลงมาเหลือเพียง 7.9% ซึ่งต่ำที่สุดนับแต่ก่อตั้งธนาคาร โดยหากพิจารณาเฉพาะ NPLs หลังออกจากแผนฟื้นฟูเมื่อปี 2558 จะพบว่ามีเพียง 2.69% เท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของระบบ ขณะที่อัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NCR) อยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 154% สะท้อนถึงเสถียรภาพทางการเงินที่มั่นคงเพื่อรองรับมาตรฐาน TFRS9 ในปี 2570 โดยในปี 2568 ธนาคารมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 261 ล้านบาท หลังหักสำรองส่วนเกินแล้ว 

ขณะเดียวกัน ยังให้ความช่วยเหลือเอสเอ็มอีประคับประคองธุรกิจให้ผ่านพ้นจากสถานการณ์ฉุกเฉิน ด้วยมาตรการต่างๆ จำนวนรวมประมาณ 32,900 ราย เช่น พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยแก่เอสเอ็มอีประสบมหาอุทกภัยภาคเหนือและภาคใต้  โครงการ “คุณสู้ เราช่วย” เป็นต้น

กางแผนปี 69 บุก AI ปล่อยกู้ต่ำ ดันธุรกิจสีเขียว

นายพิชิต ระบุว่า สำหรับทิศทางในการดำเนินงานปี 2569 ธนาคารมุ่งมั่นเป็นกลไกสำคัญของภาครัฐ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ โดยจะสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีใน 3 อุตสาหกรรมหลัก ที่เป็นอนาคตของเศรษฐกิจไทย ได้แก่ อาหาร สุขภาพ และเกษตรแปรรูป 

โดยมุ่งให้กลุ่มเหล่านี้สามารถยกระดับปรับเปลี่ยนพัฒนาสู่ธุรกิจใหม่ ด้วยการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม มาตรฐาน ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเพิ่มศักยภาพธุรกิจ  พัฒนาสู่การเป็นเอสเอ็มอีที่มีคุณภาพ แข่งขันได้ทั้งในและต่างประเทศ เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน เป็นกำลังสำคัญสร้างระบบเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืนด้วยเช่นกัน   

“แม้ในปีนี้จะมีปัจจัยลบหลายด้าน ทั้งการคาดการณ์ GDP ว่าอาจไม่เติบโตเท่าปีที่ผ่านมา ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ความเสี่ยงภัยธรรมชาติ แต่ธนาคารตั้งเป้าหมายว่ากการเบิกจ่ายสินเชื่อต้องไม่น้อยกว่าปี 2568 โดยคาดการณ์ว่ายอดสินเชื่อคงค้างรวมจะสามารถโตได้แตะระดับแสนล้านบาท”

โดยได้จัดเตรียม 3 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อสำคัญ อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3%ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี วงเงินรวมกว่า 20,000 ล้านบาท ตอบโจทย์นำไปลงทุน ขยาย ปรับปรุงกิจการ หรือหมุนเวียนเสริมสภาพคล่อง ช่วยยกระดับธุรกิจ ได้แก่  

1.โครงการ “สินเชื่อ ปลุกพลัง SME” สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน 

2.โครงการ “สินเชื่อ Beyond ติดปีก SME” มุ่งเพิ่มศักยภาพยกระดับธุรกิจ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท 

3.“สินเชื่อ SME Green Productivity” สนับสนุนเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียว วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท

นอกจากนี้ ธนาคารจะส่งเสริมการเงินควบคู่กับ “ด้านการพัฒนา” ผ่านโปรแกรมพัฒนาทั้งออนไซต์และออนไลน์ที่เข้มข้นและเชิงลึก เน้นเสริมศักยภาพธุรกิจเอสเอ็มอี ให้ก้าวทันโลกยุคดิจิทัล พร้อมเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียว ทันเทรนด์เทคโนโลยี AI การเงินเชิงกลยุทธ์ และโอกาสเจาะตลาดใหม่ อีกทั้ง ช่วยทำตลาดเชิงรุก 

นอกจากนั้น ยังให้ความสำคัญ ในการดูแลลูกค้ากลุ่มเปราะบาง (SM) ด้วยการติดตามดูแลช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด สอบถามก่อนเกิดปัญหา และช่วยบ่มเพาะเพิ่มศักยภาพ สร้างโอกาสให้ธุรกิจกลับมาเดินหน้าต่อไปได้ดีในอนาคต