วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

'สังคายนา' ความปลอดภัย รฟท.สั่งเพิ่มประกัน 'เมกะโปรเจกต์'

'สังคายนา' ความปลอดภัย รฟท.สั่งเพิ่มประกัน 'เมกะโปรเจกต์'

จากอุบัติเหตุครั้งใหญ่เครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) ไทย – จีน ถล่มทับขบวนรถไฟที่สีคิ้ว เมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 30 ราย และบาดเจ็บ 66 ราย กระบวนการตรวจสอบเอาผิดยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) สรุปรายงานเหตุการณ์ พบว่าสาเหตุสำคัญเกิดจากการที่บริษัทเอกชนผู้รับจ้าง คือ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD

โดยพบว่าไม่มีการจัดเจ้าหน้าที่ดูแลและเฝ้าระวังความปลอดภัย (Safety and Look Out Man) เข้ามาดูแลพื้นที่ในขณะปฏิบัติงาน ซึ่งขัดต่อเงื่อนไขของสัญญา ที่ผู้รับจ้างต้องดำเนินการเตรียมเจ้าหน้าที่ส่วนนี้ เพื่อประสาน รฟท. ในการเดินรถ และให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดต่อการเดินรถ

ขณะเดียวกันการตรวจสอบเชิงวิศวกรรมพบว่า สลักเกลียวกำลังสูง (PT-Bar) ที่ใช้ในการยึดฐานรองเครนขาด ขณะที่อยู่ระหว่างการเคลื่อนเครน (Launching) ส่งผลให้ฐานรองรับด้านหน้า (Front Support) ล้มเอนและตกลงมากระแทกขบวนรถไฟด้านล่าง โดย รฟท.ได้ประสานงานร่วมกับพนักงานสอบสวนของตำรวจ และเชิญสภาวิศวกร วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโครงสร้าง เข้าร่วมตรวจสอบในพื้นที่เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงอย่างรอบด้านเพิ่มเติม

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เผยว่า เรื่องการสรุปเหตุของอุบัติเหตุเครนถล่มที่สีคิ้ว ขณะนี้ รฟท.ได้สอบเหตุเบื้องต้นแล้ว แต่ยังคงต้องรอการพิจารณาดำเนินการทางกฎหมายประกอบจากพนักงานสอบสวนของกระบวนการตำรวจ เพื่อเอาผิดกับผู้ที่กระทำผิดที่ทำให้เกิดเหตุดังกล่าว

แต่จากกรณีอุบัติเหตุครั้งนี้ ทำให้ รฟท.ได้มีการพิจารณาเพิ่มมาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้างโครงการใหญ่ โดยเริ่มต้นกับงานก่อสร้างโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม 2 โครงการที่เพิ่งผ่านคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท.อนุมัติผลการประมูล เมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา ประกอบด้วย โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วงศิริราช – ตลิ่งชัน - ศาลายา และสถานีเพิ่มเติม 3 สถานี (สถานีสะพานพระราม 6 สถานีบางกรวย - กฟผ. และสถานีบ้านฉิมพลี

โดย รฟท.จะยกระดับการรักษาความปลอดภัย เข้มงวดการควบคุมงานและผู้รับจ้างให้มากขึ้น กำหนดให้ติดตั้ง CCTV และเซ็นเซอร์ตรวจจับเครนขนาดใหญ่ (Launching Gantry Crane) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับผู้โดยสาร รวมทั้งจะมีการพิจารณาเพิ่มในส่วนของการประกันภัยครอบคลุมบุคคลที่ 3 ระบุเป็นผู้โดยสาร ซึ่งเรื่องนี้จะหารือกับเอกชนผู้รับเหมาก่อนลงนามสัญญา

นายอนันต์ เผยว่า โดยหลักการสัญญาตามปกติจะมีการประกันภัยโครงการและประกันกลุ่มโดยรวม ไม่ระบุเจาะจง แต่จากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น รฟท.จึงพิจารณาจะยกระดับด้านการรักษาความปลอดภัยและการคุ้มครองผู้โดยสาร เพิ่มเติมรายละเอียดของการประกันภัยบุคคลที่ 3 ในส่วนที่เป็นผู้โดยสารรถไฟ เพื่อให้เกิดความชัดเจน โดยอ้างอิงตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางราง ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 29 มี.ค. 2569 และจะหารือกับกรมการขนส่งทางราง เพื่อกำหนดวงเงินคุ้มครองที่เหมาะสม

“งานก่อสร้างรถไฟชานเมืองสายสีแดง ส่วนต่อขยายทั้ง 2 โครงการนี้ นับเป็นโครงการแรกที่การรถไฟฯ จะเพิ่มมาตรการด้านประกันภัยเข้าไปด้วย โดยจะกำหนดให้ต้องมีการคุ้มครองบุคคลที่ 3 เป็นประกันแบบรายบุคคล เพื่อคุ้มครองประชาชนที่สัญจรในพื้นที่งานก่อสร้าง”

จากอุบัติเหตุครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นกับผู้โดยสารรถไฟ จากก่อนหน้านี้ถูกยกให้เป็นระบบขนส่งปลอดภัยที่สุด วันนี้ถึงคราวต้อง “สังคายนา” เข้มงวดเรื่องความปลอดภัย พร้อมฟื้นความเชื่อมั่นให้กับผู้โดยสาร