วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

เกษตรกร ร้องรัฐตรวจสอบ ฟาร์มใหญ่จับมือยี่ปั๊วเทขายไข่ไก่ ทำรายย่อยเดือดร้อนหนัก

เกษตรกร ร้องรัฐตรวจสอบ ฟาร์มใหญ่จับมือยี่ปั๊วเทขายไข่ไก่ ทำรายย่อยเดือดร้อนหนัก

สถานการณ์ราคาไข่ไก่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลเกษตรกรรายย่อยเดือดร้อนหนัก ต้องแบกรับภาระขาดทุนสะสมจากต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูง สวนทางราคาขายที่ถูกบิดเบือนจากฟาร์มขนาดใหญ่หลายฟาร์มกับพ่อค้าคนกลาง กระทบตลาดไข่ไก่ทั้งประเทศ

นางพเยาว์ อริกุล นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง เปิดเผยว่า ปัจจุบันเกษตรกรต้องลงทุนเพิ่มอย่างมาก ทั้งด้านอาหาร การป้องกันโรค และมาตรการความปลอดภัยทางชีวภาพ หลังพบการระบาดของไข้หวัดนกในประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม อาทิ ยาฆ่าเชื้อ การทำรั้วฟาร์มและตาข่ายป้องกันพาหะนำโรค เพื่อควบคุมความเสี่ยงด้านโรคอย่างเข้มงวด

“แม้ราคาประกาศไข่ไก่คละจะอยู่ที่ฟองละ 3.20 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ค่อนข้างต่ำอยู่แล้ว แต่เกษตรกรกลับขายจริงได้ต่ำกว่าราคาประกาศถึง 20–30 สตางค์ต่อฟอง ขณะที่ต้นทุนการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 3.22 บาทต่อฟอง ทำให้ผู้เลี้ยงต้องขาดทุนทุกวันที่ขายไข่”

เกษตรกร ร้องรัฐตรวจสอบ ฟาร์มใหญ่จับมือยี่ปั๊วเทขายไข่ไก่ ทำรายย่อยเดือดร้อนหนัก

 

นางพเยาว์กล่าวพร้อมเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งตรวจสอบฟาร์มขนาดใหญ่หลายแห่ง และผู้ค้าไข่ไก่รายใหญ่ ที่ร่วมกันดั๊มพ์ราคาเทขายไข่ไก่ต่ำกว่าต้นทุนการผลิตทำให้ราคาตลาดบิดเบือนและไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ซ้ำเติมผู้เลี้ยงรายย่อยให้แข่งขันไม่ได้ และกระทบต่ออุตสาหกรรมไก่ไข่ทั้งระบบ

"ไข่ไก่ไทยมีคุณภาพและความปลอดภัยสูง ประเทศไทยมีศักยภาพผลิตไข่ได้เพียงพอและจำหน่ายในราคาที่เหมาะสม แต่หากเกษตรกรต้องทนขาดทุนเป็นเวลานาน อาจจำเป็นต้องเลิกเลี้ยง ซึ่งจะกระทบต่อเสถียรภาพการผลิตและความมั่นคงทางอาหารในระยะยาว"

 

ขณะเดียวกัน สมาคมฯ ขอความร่วมมือฟาร์มผู้เลี้ยงให้ปฏิบัติตามแนวทางการปลดแม่ไก่ยืนกรงตามอายุที่กำหนด คือฟาร์มขนาดใหญ่ปลดที่อายุ 78 สัปดาห์ และฟาร์มที่เลี้ยงต่ำกว่า 100,000 ตัว ปลดที่อายุ 80 สัปดาห์ เพื่อรักษาระดับอุปสงค์-อุปทานในตลาดให้เหมาะสม

พร้อมขอบคุณ คณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ (Egg Board) ที่มีมติคงโควตาพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ปี 2569 เนื่องจากแม้ปริมาณแม่ไก่จะยังไม่เพิ่ม แต่ราคาไข่ยังผันผวนอยู่ในระดับต่ำเช่นที่กำลังเกิดขึ้น หากมีการเพิ่มปริมาณการเลี้ยงจะยิ่งกดดันราคาให้ลดลงมากกว่านี้