เศรษฐกิจฮาลาลทั่วโลกกำลังเปลี่ยนจากตลาดเฉพาะกลุ่มไปสู่ภาคส่วนที่กำลังเติบโต จากเดิมที่เคยถูกมองว่าให้บริการเฉพาะผู้บริโภคมุสลิมเท่านั้น
ปัจจุบันฮาลาลได้กลายเป็นคำพ้องความหมายกับจริยธรรม ความปลอดภัย และคุณภาพในหมู่ผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
ดังนั้นรัฐบาล บริษัทข้ามชาติ และนักลงทุนต่างตระหนักถึงศักยภาพของฮาลาลในฐานะเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์
ก่อนเข้าสู่ตลาดมูลค่ามหาศาลนี้ ธุรกิจต้องมีตั๋วใบสำคัญ นั่นคือ การผ่านมาตรฐานและได้รับอนุญาตให้ใช้ตราฮาลาลเพื่อผ่านกฎเหล็กขั้นต้นก่อนเข้าไปแข่งขันในตลาดนี้
ข้อมูลการรับรองเครื่องหมายฮาลาลของสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย (สกอท.) หรือTHE CENTRAL ISLAMIC COUNCIL OF THAILAND : CICOTระบุว่าการรับรองฮาลาลเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2490 โดยจุฬาราชมนตรีเป็นผู้ลงนามให้การรับรองฮาลาลแต่เพียงผู้เดียวจนถึงปัจจุบัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนานาประเทศ ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศ Non Muslim แต่มีหน่วยงานรับรองเครื่องหมายฮาลาลเพียงหน่วยงานเดียวและใช้เครื่องหมายรับรองฮาลาลเพียงสัญลักษณ์ (โลโก้) เดียวเท่านั้น
"หน่วยงานรับรองฮาลาลของประเทศไทยมีศักยภาพการควบคุม ดูแล และการรับรอง ทำให้เป็นที่น่าเชื่อถือในระดับนานาชาติปัจจุบันประเทศไทยจึงมีการรับรองผลิตภัณฑ์ฮาลาลเป็นจำนวนมาก มีทำให้ผลิตภัณฑ์ ฮาลาลของประเทศไทยได้มีการส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น เอเชีย ตะวันออกกลาง และยุโรป"
ดร.อธิชาติ ชุมนานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร(ซีอีโอ) บริษัท อทิสเมด โกบอล จำกัด กล่าวว่า ยินดีที่ได้เป็นแบรนด์หนึ่งที่ได้ตรา ฮาลาล และสินค้าฮาลาลนับเป็นเป็นความภาคภูมิใจและกลไกให้ธุรกิจสามารถใช้เป็นเครื่องมือเข้าสู่ธุรกิจฮาลาลที่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ
สำหรับธุรกิจของบริษัททำธุรกิจ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพ รูปแบบซองและ เม็ด ที่ผสานภูมิปัญญาไทยและพัฒนาด้วยองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ได้รางวัลระดับในโลกทำให้ผลิตภัณฑ์ได้รับความไว้วางใจผู้บริโภคกลับมาซื้อซ้ำมากถึง 80%
“ผมมองว่าสินค้าไทยในตลาดของประเทศมุสลิมยังน้อยอยู่ประเด็นหลักอยู่ที่การทำความเข้าใจทั้ง ในตลาดนั่นๆ เข้าใจสินค้าไทย ผลิตภัณฑ์ของไทย ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการไทยเองก็ต้องเข้าในความต้องการของตลาดมุสลิมด้วยเพราะแม้การขอตราฮาลาลจะมีขั้นตอนที่ชัดเจน มีมาตรฐานคุณภาพแต่การเข้าใจตลาดก็ยังเป็นสิ่งจำเป็น”
สำหรับผลิตภัณฑ์ของบริษัท เป็นกลุ่มดูแลสุขภาพที่ใช้ประสบการณ์ในตลาดสมุนไพรมานานกว่า 5 ปี และเริ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเปิดตลาดใหม่ๆ ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ส่วนปี 2569 นี้ ได้ทำงานร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อบุกตลาดต่างประเทศ หลักๆคือ กลุ่มตะวันออกกลาง เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ ยูเออี
ในส่วนหลักการเข้าถึงตลาด นอกจาก มาตรฐานฮาลาลแล้ว มองว่า สุขภาพเป็นภาษาสากล ที่สามารถเป็นตัวช่วยดูแลสุขภาพของทุกคนโดยใช้จุดแข็งของสมุนไพรที่มีคุณภาพ
หทัยรัตน์ กว้างจิตต์อารีย์ ผู้ช่วยรองผู้อำนวยการและผู้จัดการโรงงานราชบุรี Thai President Foods Public Company Limitedกล่าวว่า ตลาดฮาลาล จะเป็นโอกาสใหม่ที่จะช่วยเพิ่มยอดขายให้บริษัท เพราะ เศรษฐกิจฮาลาล มีโอกาสเติมโตด้วยจำนวนประชากรมุสลิมที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การเข้าสู่ตลาดนี้ ต้องอยู่บนพื้นฐานมาตรฐานฮาลาล ในส่วนบริษัทที่ผลิตอาหารนั้นมุ่งเน้นการสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค ด้วยการตระหนักว่าต้องผลิตสินค้าที่ต้องเป็นฮาลาลที่ถูกต้อง สะอาด มีคุณภาพ
ปัจจุบันมีการส่งออกสินค้าไปยังตลาดฮาลาลทั่วโลกแล้ว มีอัตราการเติบโตที่ดี เพราะโรงงานของบริษัทที่ผลิตสินค้าฮาลาลมีถึง 2 แห่งเพื่อแยกไลน์การผลิตที่ชัดเจน
“ตอนนี้เราพิจารณาเรื่องการทำตลาดฮาลาลโดยการทำความเข้ากับตลาดให้รับรู้ว่า สินค้าได้มาตรฐานฮาลาลทั้งในและต่างประเทศแล้ว แต่ยังต้องพิจารณาแบรนด์สินค้า เพราะต้องยอมรับว่า แบรนด์ มาม่า อาจไม่ตอบโจทย์ตลาดมุสลิม จึงอาจต้องใช้แบรนด์ที่มีอยู่ เช่น รุสกีหรือแบรนด์อื่นๆเพื่อสื่อสารกับผู้บริโภคให้ง่ายขึ้น”
ทั้งนี้ในปี 2569 กำลังมองตลาดตะวันออกกลาง และประเทศที่ไม่ใช่มุสลิมแต่มีดีมานด์สินค้าฮาลาลแฝงอยู่ เพื่อขยายช่องโอกาสทางการค้าที่มากขึ้นรวมถึงการออกงานแสดงสินค้าฮาลาลเพื่อสร้างโอกาสการทำความรู้จักกับตลาดและสื่อสารประเด็นโรงงานผลิตที่ได้มาตรฐานฮาลาล เป็นสินค้าที่ดีมีคุณภาพด้วย
ปัจจุบันจำนวนผู้ประกอบการทั้งหมดที่ขึ้นทะเบียนผ่านการรับรองฮาลาลและได้รับหนังสือสำคัญให้ใช้เครื่องหมายรับรองฮาลาลจำนวนทั้งสิ้น 12,125 รายจำนวนผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่ขอรับรองฮาลาล 201,416 รายการซึ่งตัวเลขนี้มีโอกาสที่จะเพิ่มขึ้นอีก ให้สอดคล้องกับโอกาสของเศรษฐกิจฮาลาลที่กำลังเติบโตอย่างโดดเด่นในขณะนี้





