background-default

วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม 2569

Login
Login

4 พรรคการเมืองดีเบต สู้นโยบายงบประมาณและวินัยการคลัง

4 พรรคการเมืองดีเบต สู้นโยบายงบประมาณและวินัยการคลัง

4 พรรคการเมือง เปิดนโยบายงบประมาณและวินัยการคลัง “เพื่อไทย” ชูโมเดล “บิลลุ้นล้าน” สร้างเศรษฐกิจ 9 ล้าน หวังกระตุ้นการใช้จ่ายเข้าระบบเศรษฐกิจ “ประชาธิปัตย์” ดัน Digital Asset เพิ่มประสิทธิภาพการเก็บภาษีนิติบุคคล ขณะที่ “ประชาชน” เสนออุดรูรั่วการใช้จ่ายงบประมาณ และ “ไทยก้าวใหม่” เข็นลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

รศ.ดร.ไตรรัตน์ โภคพลากรณ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มธ. และสถาบันสัญญาธรรมศักดิ์เพื่อประชาธิปไตย ตั้งคำถามภายในงานดีเบตนโยบายเศรษฐกิจ “Thailand Redesign 2026 The Next level” โดยฐานเศรษฐกิจ เกี่ยวกับนโยบาย “งบประมาณและวินัยการคลัง” โดยระบุว่า ขอหยิบยกข้อมูลจากการนำเสนอข่าวของฐานเศรษฐกิจ พบว่านโยบายของแต่ละพรรคการเมืองจะใช้เงินเท่าไหร่ ประกอบด้วย

พรรคประชาธิปัตย์ ประกาศใช้งบประมาณ 2.1 ล้านล้านบาท พรรคไทยก้าวใหม่ 1.2 ล้านล้านบาท พรรคประชาชน 7 แสนล้านบาท และพรรคเพื่อไทย 2 แสนล้านบาท ดังนั้นจึงตั้งคำถามว่า ถ้าเป็นรัฐบาล 2 ปี เงินที่จะใช้ตามนโยบายต่างๆ หามาจากรายได้อะไรเพื่อใช้จ่าย โดยห้ามแตะงบประมาณแผ่นดินเพราะเหลือน้อยแล้ว

4 พรรคการเมืองดีเบต สู้นโยบายงบประมาณและวินัยการคลัง

นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เศรษฐกิจของประเทศไทยเติบโตต่ำกว่าศักยภาพมานานนับ 10 ปี นับตั้งแต่ช่วงหลังการรัฐประหาร โดยที่ผ่านมาเศรษฐกิจเติบโตเฉลี่ยเพียง 2% กว่าๆ ในขณะที่ระดับที่เหมาะสมควรจะอยู่ที่ประมาณ 3-5% เป็นรอบที่รัฐบาลที่ผ่านมาเพิ่งจะทำได้เฉลี่ยประมาณ 3% กว่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

อย่างไรก็ดี การเพิ่มรายรับลดรายจ่ายนั้น หัวใจสำคัญ คือกลวิธีในการหารายได้เพิ่ม โดยพรรคเพื่อไทยจึงมีการกล่าวถึงแนวทางอย่าง "การสร้างเศรษฐีเงินล้าน 9 คน" ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลวิธีที่จะนำมาใช้เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับประเทศ

โดยกลวิธีในการหารายรับเพิ่ม คือการเพิ่มรายได้ส่วนของ VAT เพราะปัจจุบันในประเทศ GPD 18 ล้านล้านบาท ขณะนี้พบว่ามี 9 ล้านล้านบาท เป็นนอกระบบเก็บภาษี ทำให้เพื่อไทยมองแรงจูงใจจากไต้หวันและบราซิล จึงออกเป็นบิลลุ้นล้าน ทุกการใช้จ่ายออกใบเสร็จ เข้าระบบภาษีและเก็บภาษีได้เพิ่ม

4 พรรคการเมืองดีเบต สู้นโยบายงบประมาณและวินัยการคลัง

ซึ่งไต้หวันพบว่าเก็บครั้งแรกสามารถเพิ่มสูงสุดได้ 75% และเฉลี่ยในปัจจุบันทำมา 70 ปี ได้ 20% บราซิลได้ 8 - 9% ในขณะนี้ VAT ที่ไทยเก็บรายได้ปีละ 9 แสนล้านบาท ถ้าเอา 20% จะได้เกือบ 2 แสนล้านบาท หรือหากทำไม่ถึงก็ได้เป็นระดับแสนล้าน สามารถเพิ่มมาจากการกระตุ้นใช้จ่าย มีเงินที่เพิ่มเพื่อไปใช้นอกเหนือจากงบประมาณ

โดยงบในการใช้จ่ายที่ใช้ได้นอกเหนือจากงบประจำเหลือเพียง 8 แสนล้าน ถ้าเพิ่มอีก 1 แสนล้านบาท จะคิดเป็น 12% พอในการใช้จ่ายได้ เป็นกลวิธีที่เพื่อไทยคิดและพยายามสร้างให้คนเข้าใจ ดังนั้นเศรษฐี 9 ล้าน เป็นกลวิธีหารายได้เพิ่ม และใช้จ่ายกับนโยบายนี้เพียง 3,000 ล้านบาท

ดร.การดี เลียวไพโรจน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นโยบายหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ ในระยะเวลา 4 ปีใช้งบประมาณไว้ประมาณ 2 ล้านล้านบาท ซึ่งเฉลี่ยปีละประมาณ 530,000 ล้านบาท สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์พยายามเน้น คือ ไม่มีนโยบายประชานิยม แต่จะเน้นกลุ่มเปราะบางเพื่อการสนับสนุนให้สูงที่สุด เช่น นโยบายเงินอุดหนุนแม่และเด็ก กลุ่มผู้สูงอายุ ให้ 1,000 บาทถ้วนหน้า ซึ่งใช้งบประมาณก้อนใหญ่ในเรื่องของการใช้ภาษี

อย่างไรก็ดี เรื่องของกลไกภาษีต้องทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยใช้งบประมาณให้มีประสิทธิภาพสูงสุดก่อน เช่น การจัดการทรัพย์สินของรัฐ ซึ่งมีการสร้างตึกใหม่เรื่อย ๆ ขณะที่นโยบายพรรคเราสนับสนุน Digital Asset Bank ซึ่งเป็นการใช้งบประมาณที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งถึงกลไกเทคโนโลยีที่เอาทรัพย์สินของรัฐมาร่วมลงทุน เช่น Real World Asset Tokenization สามารถเพิ่มงบประมาณที่ดีขึ้นและเพิ่มรายได้

4 พรรคการเมืองดีเบต สู้นโยบายงบประมาณและวินัยการคลัง

ขณะที่การจัดเก็บภาษี จะมุ่งเป้าไปที่การเก็บภาษีนิติบุคคลที่มีประสิทธิภาพสูง ปัจจุบันพบว่ามีการเก็บภาษีนิติบุคคลได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ อยู่ที่ประมาณ 3 - 4% ดังนั้นต้องตอบโจทย์ว่าจะจัดเก็บยังไงให้เป็นธรรม การหารายได้เพิ่มให้กับประเทศ อีกทั้งพรรคมีนโยบายหาภายในประเทศ พยายามให้ SME มีการร่วมลงทุนกับต่างชาติ

ดร.การดี กล่าวด้วยว่า สิ่งสำคัญ คือการสร้างเครื่องจักรเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ที่จะนำเงินลงทุนและภาษีในระยะยาวเข้ามาในประเทศ เพราะฉะนั้นนโยบายพรรคประชาธิปัตย์จะมองในลักษณะระยะยาว การปรับโครงสร้างเพื่อให้ไทยโตไปพร้อมไปกับกระแสโลก

ด้าน ดร.สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า โจทย์หลักของการออกแบบนโยบายภาครัฐ ภาคประชาชนคือทำยังไงให้ยั่งยืน และต้องมีแหล่งที่มาของเงินชัดเจน เพราะปัจจุบันงบประมาณภาครัฐมีข้อจำกัด ทำให้พรรคประชาชนมีเป้าหมายจะลดการขาดดุลให้ไม่เกิน 3% ของ GDP ในระยะยาว

นอกจากนี้ รัฐบาลพรรคประชาชนจะอุดรูรั่วงบประมาณให้ดีขึ้น หารายได้ใหม่ 450,000 ล้านบาท จะใช้ 700,000 ล้านบาท โดยแบ่งออกเป็น 2 ก้อน ก้อนแรก คือ ลดงบกลาง ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 100,000 ล้านบาท จะลดลง 50,000 ล้านบาท ก้อนที่ 2 ปรับปรุงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เช่น กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่เน้นวิธีเจาะจง  จะเปิดให้มีการแข่งขันทั้งหมด หรือเปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง และให้องค์กรต่อต้านการคอรัปชั่นมีส่วนร่วม ภาคประชาสังคมมีส่วนร่วม ซึ่งเชื่อว่าหากทำเช่นนี้จะช่วยประหยัดงบประมาณได้ประมาณ 120,000 – 130,000 ล้านบาท

4 พรรคการเมืองดีเบต สู้นโยบายงบประมาณและวินัยการคลัง

นอกจากนี้ยังมีเรื่องการเก็บภาษีนิติบุคคลแบ่งโซน ซึ่งจะช่วยดึงเงินเข้าสู่รัฐ สร้างรายได้ใหม่ สร้างแรงจูงใจให้ประชาชนอยากเสียภาษีผ่านโครงการ “หวยใบเสร็จ” ดึงเม็ดเงินและกำลังซื้อจากร้านค้ารายย่อย และสามารถเชื่อมโยงให้ประชาชนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการทำภาษี ซึ่งจะช่วยเพิ่มภาษีได้ประมาณ 120,000 ล้านบาท

นายภาณรัช ดํารงไทย ประธานยุทธศาสตร์ด้านพลังงานและนวัตกรรม พรรคไทยก้าวใหม่ กล่าวว่า การลดรายจ่ายและก็เพิ่มรายได้ ภายใน 2 ปีทำไม่ได้ เพราะว่าทักษะไทยยังไม่มี สำหรับงบประมาณของไทยก้าวใหม่น่าจะเป็นเรื่องการลงทุน Infrastructure และเน้นลดค่าใช้จ่าย รวมไปถึงพัฒนาในเรื่องเทคโนโลยี สร้างเด็กยุคใหม่ให้เขารู้เท่าทันโลกอนาคต ให้เป็นคนไม่โกง สร้างขึ้นมาด้วยการที่เขามีสมอง มีอาชีพ และให้คนที่มีความรู้ต่างประเทศมาฝึก

4 พรรคการเมืองดีเบต สู้นโยบายงบประมาณและวินัยการคลัง