วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

“เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด” สินค้า GI สู่แลนด์มาร์คท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

“เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด” สินค้า GI สู่แลนด์มาร์คท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

“เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด” จังหวัดนนทบุรี นับเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาวไทยเชื้อสายมอญ ที่มีการสืบทอดองค์ความรู้ด้านงานหัตถศิลป์มาตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี และได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ให้เป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication: GI) หรือสินค้าจีไอ เมื่อปี พ.ศ. 2553 เพื่อคุ้มครองอัตลักษณ์และส่งเสริมคุณค่าทางเศรษฐกิจของสินค้าในท้องถิ่น

เอกลักษณ์สำคัญของ"เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด" คือการใช้ดินเหนียวเนื้อละเอียดซึ่งได้รับอิทธิพลจากลักษณะทางภูมิศาสตร์ของเกาะเกร็ด อันเป็นเกาะขนาดใหญ่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา มีพื้นที่กว่า 2,820 ไร่ และเป็นแหล่งสะสมของดินเหนียวท้องนาคุณภาพสูงแห่งหนึ่งของประเทศไทย ดินดังกล่าวมีเนื้อละเอียด เหนียวแน่น ไม่ร่วนซุย ปราศจากกรวดทราย

เมื่อนำมานวดผสมน้ำจะมีความนุ่มเป็นพิเศษ เหมาะแก่การขึ้นรูปและแกะสลักลวดลายที่มีความซับซ้อนและวิจิตร อาทิ ลายใบไม้และลายดอกบัว โดยไม่จำเป็นต้องเคลือบน้ำยา

นอกจากนี้ ดินเกาะเกร็ดยังมีธาตุเหล็กผสมอยู่ในปริมาณเล็กน้อย ส่งผลให้เมื่อผ่านกระบวนการเผาด้วยอุณหภูมิสูง ชิ้นงานจะมีสีแดงอมส้มตามธรรมชาติ มีความแข็งแกร่ง ทนทาน และสวยงามเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งถือเป็นเสน่ห์ของเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ดที่แตกต่างจากแหล่งผลิตอื่น

“เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด” สินค้า GI สู่แลนด์มาร์คท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

ล่าสุด กรมทรัพย์สินทางปัญญา โดย"นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม" อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมแหล่งผลิตสินค้า GI “เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด” ณ ศูนย์หัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เพื่อติดตามกระบวนการผลิตตั้งแต่การเตรียมดิน การขึ้นรูป การแกะสลักลวดลาย ไปจนถึงการเผาแบบดั้งเดิม

พร้อมทั้งพบปะหารือกับกลุ่มผู้ผลิตและผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อรับฟังปัญหา อุปสรรค และแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาต่อยอดสินค้า GI ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดในปัจจุบัน

"อรมน" กล่าวว่า  จากการหารือร่วมกับผู้ประกอบการในพื้นที่และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนนทบุรี กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้เตรียมแผนส่งเสริมสินค้า GI เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ดในเชิงรุกหลายมิติ อาทิ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้มีความสวยงาม ทันสมัย และเหมาะสมสำหรับการมอบเป็นของขวัญหรือของฝาก

โดยสามารถถ่ายทอดอัตลักษณ์และเรื่องราวของสินค้าได้อย่างชัดเจน ควบคู่กับการขยายช่องทางการตลาดผ่านความร่วมมือกับภาคเอกชน เช่น ศูนย์การค้าไอคอนสยาม เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงผู้บริโภคทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

ขณะเดียวกัน ยังมีแนวคิดในการเชื่อมโยงแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ดให้เป็นแลนด์มาร์คด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร สามารถเดินทางได้ทั้งทางรถยนต์และทางเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาสัมผัส เรียนรู้ และเข้าใจวิถีชีวิตของชุมชนชาวมอญในพื้นที่โดยตรง

ด้านการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ กรมทรัพย์สินทางปัญญายังมีแผนเผยแพร่ชื่อเสียงและเอกลักษณ์ของสินค้า GI เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ดผ่านสื่อทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้าง อันจะนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าสินค้าและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน

“เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด” สินค้า GI สู่แลนด์มาร์คท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

นายอภิสิทธิ์ ประดิษฐวงค์ ช่างปั้นและช่างแกะสลัก ศูนย์หัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ให้ความเห็นว่า  งานเครื่องปั้นดินเผาบนเกาะเกร็ดยังคงเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ทรงคุณค่า แม้ปัจจุบันการสืบทอดจากคนรุ่นใหม่จะเริ่มลดลง

อย่างไรก็ตาม ชุมชนยังคงพยายามอนุรักษ์และต่อยอดองค์ความรู้ดังกล่าว โดยเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวและผู้สนใจเข้ามาเรียนรู้ ศึกษา และทดลองทำเครื่องปั้นดินเผา ซึ่งมีหลายร้านเปิดสอนตั้งแต่ขั้นตอนการปั้นไปจนถึงการเผาชิ้นงาน

“เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด” สินค้า GI สู่แลนด์มาร์คท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

สำหรับกระบวนการเรียนรู้ ผู้สนใจไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานมาก่อน เนื่องจากมีวิทยากรให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด โดยเทคนิคสำคัญคือการตั้งดินให้ได้ศูนย์กลางก่อนขึ้นรูป ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญของงานเครื่องปั้นดินเผา ในด้านตลาด

"ปัจจุบันยังมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้ความสนใจเข้ามาเยี่ยมชมและซื้อผลงานอย่างต่อเนื่อง แม้ยอดจำหน่ายสินค้าโดยตรงจะมีแนวโน้มลดลง ช่างปั้นในพื้นที่จึงปรับรูปแบบมาเน้นการจัดกิจกรรมเวิร์กช็อป เพื่อสร้างประสบการณ์ร่วมและช่วยอนุรักษ์องค์ความรู้ไปพร้อมกัน"นายอภิสิทธิ์ กล่าว 

การส่งเสริมสินค้า GI เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ดในครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นการอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม หากยังเป็นการสร้างโอกาสทางการค้าและรายได้ที่มั่นคงให้แก่ช่างฝีมือในชุมชน พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว