วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

SCG กางแผนปี69 'เข้มข้น-เข้มแข็ง-เสริมแกร่ง-เอาอยู่' สู้ภาวะ World Disorder

SCG กางแผนปี69 'เข้มข้น-เข้มแข็ง-เสริมแกร่ง-เอาอยู่' สู้ภาวะ World Disorder

นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี (SCG) เปิดเผยถึงภาพรวมการดำเนินงานว่า ในปี 2025 ที่ผ่านมา ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นสภาวะ "World Disorder" โดยในช่วงต้นปีได้รับแรงกดดันจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ทำให้เกิดการเร่งส่งสินค้า (Front-loading) อย่างหนัก ก่อนที่ในช่วงครึ่งปีหลังสถานการณ์จะทรุดตัวลงตามสภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัว

นอกจากนี้ ยังเผชิญกับปัญหาสินค้าราคาถูกจากจีนไหลเข้าสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) อย่างรุนแรง ส่งผลให้ราคาสินค้าในหลายอุตสาหกรรมดิ่งลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นถึง 7% หรือประมาณ 2.4 บาท และปัญหาภัยธรรมชาติ

นายธรรมศักดิ์ กล่าวว่า เอสซีจีได้ปรับเปลี่ยนมาเน้นการบริหารจัดการ "กระแสเงินสด" (Cash Flow) เป็นสำคัญมากกว่าการมุ่งเน้นตัวเลขกำไรทางบัญชีเพียงอย่างเดียว โดยในปีที่ผ่านมาสามารถสร้างกระแสเงินสดได้ถึง 55,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่ทำได้ 51,000 ล้านบาท แม้ยอดขายในเชิงรายได้จะลดลง 3% เนื่องจากราคาต่อหน่วยลดลง แต่ในแง่ของปริมาณการขาย (Tonnage) ยังคงมีการเติบโต

ความแข็งแกร่งของกระแสเงินสดนี้เป็นผลมาจากการดำเนินมาตรการลดต้นทุนอย่างเข้มงวด การจัดการธุรกิจที่ไม่ทำกำไร (Non-performing business) และการปรับโครงสร้างธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมาเอสซีจีมีค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างธุรกิจประมาณ 5,300 ล้านบาท แต่การดำเนินการดังกล่าวจะช่วยให้บริษัทประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถาวร (Recurring Saving) สูงถึง 4,300 ล้านบาทต่อปี ถือว่าเป็นการทำให้ "ตัวเบาขึ้น" และ "ผอมเพรียว" เพื่อเตรียมพร้อมรับศึกหนักในปีถัดไป

SCG กางแผนปี69 'เข้มข้น-เข้มแข็ง-เสริมแกร่ง-เอาอยู่' สู้ภาวะ World Disorder

ปี 2569 เอสซีจีประเมินว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโลกและไทยชะลอตัว แต่เริ่มเห็นโอกาสจากหลายสัญญาณบวก เช่น ธุรกิจเคมิคอลส์มีแนวโน้มทรงตัว เนื่องจากกำลังการผลิตใหม่ของโลกลดลง และราคาวัตถุดิบมีแนวโน้มอ่อนตัว คาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนของภาครัฐมีความต่อเนื่อง เอื้อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง

ส่วนธุรกิจแพคเกจจิ้ง ความต้องการบรรจุภัณฑ์ยังเติบโตต่อเนื่องจากการบริโภคในประเทศของกลุ่มอาเซียนที่ภาพรวมเศรษฐกิจเติบโต และความต้องการใช้กระดาษบรรจุภัณฑ์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามแนวโน้มดีต่อเนื่อง เอื้อต่อการลงทุนและขยายตลาด เอสซีจีจึงวางแนวทางหลักเพื่อเร่งคว้าโอกาสดังกล่าวในปี 2569 ไว้ 4 ด้าน ได้แก่ 
 

สำหรับกลยุทธ์ในปี 2569 เอสซีจีจะดำเนินตามกลยุทธ์ตามแนวทาง "เข้มข้น เข้มแข็ง เสริมแกร่ง และเอาอยู่" เพื่อรับมือกับเศรษฐกิจที่คาดว่าจะเหนื่อยกว่าเดิม โดยมีรายละเอียดดังนี้

เข้มข้น: รักษาวินัยทางการเงินอย่างสูงสุด โดยตั้งเป้าหมายว่ากระแสเงินสดในปีนี้ จะต้องดีกว่าปีที่ผ่านมา ใช้เงินลงทุนอย่างระมัดระวัง มุ่งลดต้นทุนด้วยพลังงานสะอาด และเพิ่มประสิทธิภาพด้วย AI & Robotics

เข้มแข็ง:  เพิ่มขีดความสามารถทั่วทั้งองค์กร  เดินหน้ากลยุทธ์ “Regional Optimization” ชู “เวียดนาม” เป็นฐานการผลิตสินค้า เช่น ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ กระเบื้องเกรซพอร์ซเลน และการลงทุน ซึ่งคิดเป็น 27% ของสินทรัพย์รวมของเอสซีจีในปัจจุบัน เพื่อรองรับการบริโภคในประเทศ และการส่งออกสู่ตลาดโลก จากปัจจัยบวกที่คาดว่าปี 2569 GDP เวียดนามจะโต 7.0% ต้นทุนที่แข่งขันได้ และความได้เปรียบด้านข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) กับกว่า 60 ประเทศ 

พร้อมขยายพอร์ตสินค้าและบริการเติบโตสูง ทั้ง “สินค้าคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า - Smart Value Products (SVP)” “สินค้ามูลค่าเพิ่มสูง - High Value Added (HVA) Products” และ “สินค้ากรีน - Green Products” 

เสริมแกร่ง (สร้าง Six-pack): รุกธุรกิจเติบโตระยะยาว เช่น โครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน LSP หรือ ลองเซิน ปิโตรเคมิคอลส์ ประเทศเวียดนาม (โครงการ LSPE) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้วัตถุดิบ โดยโครงการคืบหน้าตามแผน คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปี 2570 ที่จะมีการนำอีเทน (Ethane) มาใช้เป็นวัตถุดิบเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการทำกำไรและพลิกโฉมธุรกิจในเวียดนามให้กลับมาโดดเด่น โดยมุ่งเน้นการสร้าง "กล้ามเนื้อ" ให้ธุรกิจที่ยังมีศักยภาพแต่ยังไม่แข็งแกร่งเต็มที่  

เอาอยู่:  พร้อมสู้ทุกความท้าทาย โดยประเมินทั้งโอกาสและความท้าทายรอบด้านอยู่เสมอ เพื่อพร้อมสู้กับทุกสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ เอสซีจียังคงให้ความสำคัญกับภูมิภาคอาเซียนเป็นหลัก เนื่องจากเป็นภูมิภาคที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีจนเป็นที่อิจฉาของภูมิภาคอื่น โดยเฉพาะในเวียดนามและอินโดนีเซียที่ยังเติบโตได้ดี ขณะที่ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ (SCGP) ได้รับอานิสงส์จากการย้ายฐานการผลิตเข้ามาในอาเซียนอย่างต่อเนื่อง

"ผมเชื่อว่าด้วยมาตรการที่เข้มข้น เข้มแข็ง และการเสริมแกร่งด้วยกลยุทธ์สร้าง Six-pack นี้ จะช่วยให้เอสซีจีสามารถเอาอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่ผันผวน และก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคงในระยะยาว" นายธรรมศักดิ์ กล่าว