วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

เปิดมุมมอง ‘ทุนญี่ปุ่น’ ส่องศก.ไทยครึ่งแรกปี 69 เชื่อมั่นฟื้น - เดินหน้าลงทุน - รอรัฐกระตุ้น

เปิดมุมมอง ‘ทุนญี่ปุ่น’ ส่องศก.ไทยครึ่งแรกปี 69  เชื่อมั่นฟื้น - เดินหน้าลงทุน - รอรัฐกระตุ้น

ปฏิเสธไม่ได้ว่า“ทุนญี่ปุ่น”ถือเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่หยั่งรากลึกและเป็นกระดูกสันหลังของภาคอุตสาหกรรมไทยมายาวนาน ล่าสุดหอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ (JCCB) ได้เปิดเผยดัชนีชี้วัดที่เปรียบเสมือนตัวชี้วัดหนึ่งที่สะท้อนความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทย ซึ่งมีทั้งสัญญาณการฟื้นตัวของความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้น ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวเลขทางสถิติ แต่กำลังแปรเปลี่ยนเป็นเม็ดเงินลงทุนจริง เมื่อผู้ประกอบการญี่ปุ่นถึง 23% ประกาศแผนเตรียมลงทุนเพิ่มเติม โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์อย่างอิเล็กทรอนิกส์และเคมีภัณฑ์ที่มีสัดส่วนการลงทุนสูงสุด

อย่างไรก็ตามเพื่อให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจเดินหน้าได้อย่างราบรื่น ภาคเอกชนญี่ปุ่นได้ส่งเสียงสะท้อนถึงรัฐบาลปัจจุบันและรัฐบาลที่กำลังจะเข้ามาบริหารประเทศให้เร่งเครื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเน้นการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนและการปรับปรุงระบบภาษี เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำธุรกิจ ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลกและผลกระทบทางภาษีจากสหรัฐฯ ที่ส่วนใหญ่ยังมองว่ายังไม่ได้รับผลกระทบในขณะนี้แต่เริ่มเตรียมความพร้อม

  • “JCCB” เผยนักธุรกิจญี่ปุ่นเชื่อมั่นศก.ไทยมากขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมาหอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ (JCCB) ได้เปิดเผยผลสำรวจแนวโน้มทางเศรษฐกิจของบริษัทร่วมทุนญี่ปุ่นในประเทศไทย โดยผลการสำรวจจะจัดทำขึ้นปีละ 2 ครั้ง โดยการสำรวจล่าสุดได้มีการทำการสำรวจระหว่างวันที่ 25 พ.ย. – 16 ธ.ค.2568 มีบริษัทที่ตอบแบบสำรวจจำนวน 521 ราย

โดยผลการสำรวจล่าสุดพบประเด็นที่น่าสนใจจากมุมมองของบริษัทร่วมทุนสัญชาติญี่ปุ่นในไทย ดังนี้ ในส่วนของสภาพธุรกิจโดยรวมสะท้อนจากค่าดัชนีแนวโน้มเศรษฐกิจ (Diffusion Index: DI) พบว่าดัชนีแนวโน้มเศรษฐกิจ(DI) ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 1 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ที่ดัชนี DI เคยลดลงไปอยู่ที่ -12 อันเนื่องมาจากปัจจัยต่างๆ เช่น การชะลอตัวของอุปสงค์ภายในประเทศ โดยเฉพาะ ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์และผลกระทบจากมาตรการภาษีต่างตอบแทนของสหรัฐอเมริกา โดยดัชนี DI ในช่วงครึ่งแรกของปีพ.ศ. 2569 นั้นได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการคาดการณ์ว่าอุปสงค์จะเพิ่มขึ้น เช่น ในธุรกิจใหม่ในหลากหลายอุตสาหกรรม แม้ว่ายังคงมีความกังวล เกี่ยวกับการแข่งขันด้านราคากับสินค้าจากจีนก็ตาม

  • บริษัท 23% พร้อมลงทุนเพิ่ม

สำหรับประเด็นการลงทุนด้านโรงงานและเครื่องจักรของบริษัทร่วมทุนญี่ปุ่นในประเทศไทย บริษัท 23% ระบุว่าจะลงทุนเพิ่มในปี 2569 ขณะที่บริษัทจำนวน 43% ระบุว่าจะลงทุนคงที่ และ 19% คาดว่าจะลงทุนลดลง โดยในกลุ่มบริษัทที่ระบุว่าจะลงทุนเพิ่มเติมในอุตสาหกรรมเครื่องจักรไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์กว่า 22% ระบุว่าจะมีการลงทุนเพิ่ม รองลงมาคือกลุ่มอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ 18% จะลงทุนเพิ่ม นอกจากนั้นยังมีกลุ่มธุรกิจบริษัทการค้า 12% ที่ต้องการจะลงทุนเพิ่มในปี 2569

ในส่วนประเด็นของการส่งออก จากผลการสำรวจบริษัทร่วมทุนสัญชาติญี่ปุ่นในไทยกว่า 35% มองว่าในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 จะสามารถส่งออกสินค้าได้มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าเครื่องจักรไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักรในการขนส่ง และเคมีภัณฑ์ ส่วนบริษัทอีก 45% มองว่าการส่งออกครึ่งปีแรกจะคงที่ และ20% คาดว่าการส่งออกในช่วงครึ่งแรกของปีนี้จะหดตัวลง

  • แนะรัฐบาลไทยกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม

ทั้งนี้บริษัทร่วมทุนสัญชาติญี่ปุ่นในไทยยังได้เสนอแนะข้อเรียกรองต่อรัฐบาลไทย เช่น การขอให้รัฐบาลไทยมีมาตรการส่งเสริมการกระตุ้นเศรษฐกิจ (มาตรการกระตุ้นการบริโภค) ซึ่งมีผู้ประกอบการกว่า 42% ที่เสนอให้รัฐบาลไทยดำเนินมาตรการนี้ ส่วนประเด็นรองลงมาบริษัทร่วมทุนสัญชาติญี่ปุ่นในไทยประมาณ 32% เสนอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน และยังมีข้อเสนอให้มรการปรับปรุงกระบวรการขอคืนภาษีและกระบวนการตรวจสอบภาษี เช่น การลดความซับซ้อนของขั้นตอนการขอคืนภาษี และความไม่สอดคล้อง กับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอให้รัฐบาลเร่งการบังคับใช้มาตรการเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศอย่างจริงจัง

  • ชื่นชมรัฐบาลไทยใช้ดิจิทัลเพิ่ม

ขณะที่ประเด็นที่บริษัทร่วมทุนสัญชาติญี่ปุ่นในไทยเห็นว่ารัฐบาลไทยมีการปรับปรุงพัฒนาดีขึ้นในช่วงที่ผ่านมานั้น คือการนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการดำเนินงานของภาครัฐที่กว่า 20% ของผู้ประกอบการมองว่ามีการปรับปรุงดีขึ้น

สำหรับผลกระทบจากนโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐอเมริกาในอัตรา 19% บริษัทร่วมทุนสัญชาติญี่ปุ่นในไทยที่ตอบแบบสำรวจในครั้งนี้กว่า 44% มองว่าบริษัทยังไม่ได้รับผลกระทบจากประเด็นนี้ ส่วนบริษัทประมาณ 26% ตอบว่าได้รับผลกระทบหรือคาดว่าจะได้รับผลกระทบเชิงลบ และบริษัทจำนวน 22% ยังไม่ทราบว่าจะได้รับผลกระทบหรือไม่

ทั้งนี้จากการสำรวจพบว่าบริษัทร่วมทุนสัญชาติญี่ปุ่นในไทยให้ความเห็นในเรื่องของการวางมาตรการรับมืออัตราภาษี 19% ของสหรัฐที่บังคับใช้กับไทย โดย 54% ยังคงสถานการณ์เดิ ขณะที่ 22% มีการปรึกษากับคู่ค้าทางธุรกิจ รวมทั้งพิจารณาส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาสินค้าและบริการ และ 13% วางแผนที่จะขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าในประเทศเพิ่มขึ้น