“กรมการค้าภายใน” ชี้ ทุเรียนปีนี้ทะลุ 1.78 ล้านตัน ราคาไม่ต่ำกิโลฯละ 100 บาท จับตาเวียดนามผลผลิตทะลุ 2 ล้านตัน ได้เปรียบระยะทางจีน ไทย เร่งแก้ปัญหาแรงงาน ล้ง ตู้คอนเทนเนอร์ และคุมเข้มสารตกค้าง–แคดเมียม รักษาตลาดจีน
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากการสำรวจคาดว่า ผลผลิตทุเรียนรวมในปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 1.78 ล้านตัน คาดการณ์ว่าปีนี้ส่งออกประมาณ1.2 ล้านตัน บริโภคในประเทศ 5 แสนตัน ขณะที่ราคาไม่ต่ำกว่า 100 บาทกิโลกรัม
ทั้งนี้ ปัจจัยหลักที่ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นมาจากต้นทุเรียนที่ปลูกในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาเริ่มให้ผลผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยแบ่งสัดส่วนเป็นพื้นที่ภาคตะวันออก 1.06 ล้านตัน (60%) และภาคใต้ 7.2 แสนตัน (40%) โดยคาดว่า ผลผลิตจะออกสู่ตลาดหนาแน่นที่สุดในช่วงเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นช่วงที่ผลผลิตจากทั้งภาคตะวันออกและภาคใต้ออกมาทับซ้อนกัน
สำหรับความท้าทายในปีนี้ ได้แก่ การขาดแคลนแรงงานดูแลสวน/โรงคัดบรรจุ (ลัง)จีนเข้มงวดมาตรการสุขอนามัยพืช (BY2 แคดเมียม) รวมถึงตู้คอนเทนเนอร์ไม่เพียงพอในช่วงผลผลิตออกมาก เพราะสินค้าติดที่ด่านปลายทางประเทศจีน และมีความกังวลเรื่องขาดล้งรับซื้อ ช่วงทับซ้อนผลผลิตระหว่างตะวันออกและภาคใต้
นอกจากนี้ ยังต้องจับตาดูคู่แข่งอย่างเวียดนามที่คาดว่าจะมีผลผลิตสูงถึง 2 ล้านตัน และมีความได้เปรียบเรื่องระยะทาง ขณะที่ไทยจะเน้นการขนส่งผ่านเส้นทางรถไฟและเส้นทาง R3A (เชียงของ-บ่อเต็น-คุณหมิง) เพื่อกระจายสินค้าเข้าสู่จีนตะวันตก (เฉิงตู) ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมประสานผู้ประกอบการ "ล้ง" ให้เตรียมเคลื่อนย้ายกำลังซื้อจากภาคตะวันออกลงสู่ภาคใต้ให้ทันตามกำหนดเวลาเพื่อรักษาเสถียรภาพทางราคา
อย่างไรก็ตาม กรมได้มีการวางแผนเพื่อขยายตลาดใหม่และผลิตภัณฑ์แปรรูปภาครัฐวางแผนลดการพึ่งพาตลาดเดียวโดยรุกตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ ได้แก่ อินเดีย รัสเซีย เกาหลี โดยใช้กลไกการท่องเที่ยวสร้างการรับรู้และขยายฐานเป้าหมาย ขณะที่ ตลาดเอเชียกลาง เจาะตลาดผ่านเส้นทางขนส่งทางรถไฟ ส่วน ตะวันออกกลางและญี่ปุ่น เน้นผลิตภัณฑ์ทุเรียนแช่เย็นและแช่แข็ง ซึ่งได้รับผลตอบรับดีในตลาดที่ต้องการความสะดวก
ทั้งนี้ เพื่อรักษาตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดหลัก ภาครัฐได้ปรับกลยุทธ์การตรวจสอบคุณภาพสินค้า โดยเฉพาะการควบคุมสารตกค้างและแคดเมียม โดยจะขยายการตรวจสอบไปถึงระดับปัจจัยการผลิต เช่น ปุ๋ยและสารเคมีที่เกษตรกรใช้ เพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแทนการตรวจสอบเพียงปลายทางที่ด่านส่งออก
นายวิยากร กล่าว นอกจากนี้ยังเร่งเพิ่มทักษะ ให้แก่แรงงานเมียนมาเพื่อทดแทนแรงงานกัมพูชาที่ลดลง โดยเน้นความชำนาญในการคัดเลือกและดูแลทุเรียนอย่างไรก็ดียังมีมาตรการกระตุ้นการบริโภคในประเทศ ซึ่งปัจจุบันสัดส่วนการบริโภคในประเทศปรับตัวสูงขึ้น จึงได้เตรียมแผนกระจายผลผลิตผ่านเครือข่ายตลาดค้าส่งขนาดใหญ่ (ตลาดไท, สี่มุมเมือง, ศรีเมือง) และสนับสนุนกลุ่ม "รถเร่" เพื่อนำสินค้าเข้าถึงผู้บริโภคในระดับอำเภอและตำบลที่ห่างไกล พร้อมเตรียมจัดงาน Kick-off เปิดฤดูกาลเพื่อสร้างกระแสการบริโภคตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค.นี้ ซึ่งเป็นวันเริ่มตัดทุเรียนพันธุ์กระดุมของจังหวัดจันทบุรี





