background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม 2569

Login
Login

‘สศค.’ คาดปี 69 บาทแข็งค่าแตะ 32 บาท จับตา ‘เฟด’ หั่นดอกเบี้ย-ทองพุ่ง

‘สศค.’ คาดปี 69 บาทแข็งค่าแตะ 32 บาท จับตา ‘เฟด’ หั่นดอกเบี้ย-ทองพุ่ง

นายวโรทัย โกศลพิศิษฐ์กุล ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยสมมติฐานเศรษฐกิจไทยในปี 2569 โดยประเมินแนวโน้มค่าเงินบาทว่า จะเคลื่อนไหวในทิศทางแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2568 โดยคาดการณ์ค่าเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ที่ระดับ 32.0 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในกรอบคาดการณ์ 31.5 – 32.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นการแข็งค่าขึ้น 2.8% จากปี 2568 ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 32.9 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

ทั้งนี้ ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการคาดการณ์ว่าเงินดอลลาร์สหรัฐจะมีแนวโน้มอ่อนค่าลง จากทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่เริ่มเข้าสู่รอบการผ่อนคลาย ประกอบกับราคาทองคำในตลาดโลกที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงพื้นฐานเสถียรภาพภายนอกประเทศของไทยที่ยังคงแข็งแกร่ง โดยคาดว่าจะมียอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูงถึง 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 2.0% ของจีดีพี

จับสัญญาณ ‘เฟด’ ลดดอกเบี้ยเหลือ 2 ครั้ง

อย่างไรก็ตาม แม้ทิศทางเงินบาทจะแข็งค่าขึ้น แต่ สศค. ได้มีการปรับมุมมองให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง โดยระบุว่าการแข็งค่าอาจไม่รุนแรงเท่ากับที่เคยประเมินไว้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากตลาดการเงินโลกมีการปรับเปลี่ยนมุมมองต่อจังหวะการลดดอกเบี้ยของเฟด

"สาเหตุหลักที่มีการปรับมุมมองค่าเงินบาทในปีนี้ ขึ้นอยู่กับทิศทางดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งปัจจุบันตลาดคาดการณ์ว่าจะมีการปรับลดดอกเบี้ยน้อยลงกว่าที่เคยประเมินไว้เดิม โดยคาดว่าจะปรับลดเหลือเพียง 2 ครั้ง จากเดิมที่เคยคาดไว้ 3 ครั้ง ทำให้แรงกดดันที่ค่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้นในปีนี้มีน้อยลงเมื่อเทียบกับการประมาณการรอบก่อนหน้า"

เมื่อวิเคราะห์ผ่านดัชนีค่าเงินบาท (Nominal Effective Exchange Rate: NEER) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความแข็งแกร่งของค่าเงินเทียบกับคู่ค้าสำคัญ สศค. คาดการณ์ว่าในปี 2569 ดัชนีจะอยู่ที่ระดับ 120.7 จุด ปรับตัวสูงขึ้น 1.2% จากปีก่อน ที่ระดับ 119.2 จุด

ทั้งนี้ ภาพรวมค่าเงินบาทมีทิศทางแข็งค่าขึ้นในทิศทางเดียวกับ 15 ประเทศคู่ค้าหลักของไทย ได้แก่ ปอนด์สเตอร์ลิง ด่องเวียดนาม ดอลลาร์ไต้หวันดอลลาร์สิงคโปร์ วอนเกาหลี และหยวน จากการอ่อนค่าลงของดอลลาร์สหรัฐ (De-dollarization) ซึ่งสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของสกุลเงินอื่นในภูมิภาคเอเชีย อาทิ ริงกิตมาเลเซีย และดอลลาร์สิงคโปร์ ที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐเช่นกัน 

อย่างไรก็ดี ค่าเงินบาทมีทิศทางแข็งค่าขึ้นมากกว่าค่าเงินเยน จากแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย

ทั้งนี้ สศค. ยืนยันว่าเป้าหมายค่าเงินบาทที่ระดับ 32.0 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ สอดคล้องกับค่าเฉลี่ย (Average Forecast) ของนักวิเคราะห์ชั้นนำที่รวบรวมโดย Bloomberg ซึ่งคาดว่าค่าเงินบาทจะอยู่ในช่วง 30.5-33.5 บาทต่อดอลลาร์

แนะเอกชนรับมือผันผวน

ทั้งนี้ ภาคธุรกิจเตรียมพร้อมรับมือกับปัจจัยเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดการเงินโลก ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ความไม่แน่นอนจากภูมิรัฐศาสตร์ การดำเนินนโยบายการเงินและนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่ส่งผลต่อการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ทองคำ เป็นต้น