background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม 2569

Login
Login

'ผู้ส่งออก'ถก 'EXIM BANK' หาทางดูแลตัวเองรับบาทแข็งค่า

'ผู้ส่งออก'ถก 'EXIM BANK' หาทางดูแลตัวเองรับบาทแข็งค่า

"สรท."ชี้ ทรัมป์ เมิน ดอลลาร์อ่อน ไม่กระทบฐานะเงินดอลลาร์ในตลาดโลก หวั่นกระทบส่งออกไทย เผย หารือ EXIM BANK เสนอ 2 แนวทางลดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งขยายระยะเวลาทำประกันค่าเงิน และส่งเสริมการค้าด้วยสกุลเงินท้องถิ่นกับประเทศคู่ค้า 

"ค่าเงินบาทวันนี้ "28 ม.ค.2569 แข็งค่าหลุดระดับ 31.00 บาทต่อดอลลาร์ มาอยู่ที่ระดับ 30.86บาทต่อดอลลาร์ เป็นการแข็งค่าสุดรอบ 4 ปี 10 เดือน โดยถ้านับตั้งแต่ต้นปี 2569 ถึงปัจจุบันแข็งค่าขึ้น 2.2%

นายธนากร เกษตรสุวรรณ ปะธานสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า ท่าทีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐต่อค่าเงินดอลลาร์นั้นเป็นเรื่องนโยบายภายในของสหรัฐ 

โดยสหรัฐยังคงใช้เงินดอลลาร์เป็นสกุลเงินหลักในการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในตลาดพลังงาน ซึ่งการซื้อขายน้ำมันทั่วโลกยังคงใช้เงินดอลลาร์เป็นหลัก ทำให้สหรัฐไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากความผันผวนดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม หากค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่ามากเกินไป อาจส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกไทย เนื่องจากรายได้ที่แปลงกลับมาเป็นเงินบาทจะลดลง ส่งผลให้ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบโดยตรง

'ผู้ส่งออก'ถก 'EXIM BANK' หาทางดูแลตัวเองรับบาทแข็งค่า

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 28 ม.ค.2569 สรท.ได้มีหารือกับนายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศ ไทย (EXIM BANK) เกี่ยวกับผลกระทบของผู้ประกอบการ ผู้ส่งออก ที่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งทางสรท. ได้เสนอแนวทางสำคัญ 2 ประการ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งทาง EXIM BANKรับไปพิจารณาแล้ว ดังนี้

1.) การทำ Hedging หรือการทำประกันความเสี่ยงค่าเงินให้ยาวนานขึ้น จาก 6 เดือน ให้สามารถเจรจาขยายระยะเวลาออกไปได้นานขึ้น เพื่อช่วยล็อกความเสี่ยงไว้ในระยะยาว ทำให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินการค้าได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

2.) การส่งเสริมให้ใช้ การค้าขายด้วยสกุลเงินท้องถิ่น กับประเทศคู่ค้า โดยเลือกประเทศที่ธนาคารสามารถบริหารจัดการการแลกเปลี่ยนสกุลเงินได้ เช่น การค้ากับซาอุดีอาระเบีย อาจตกลงซื้อขายกันด้วยสกุลเงินของคู่ค้า พร้อมกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้า ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์

 

โดยแนวทางดังกล่าวได้รับการเห็นชอบในหลักการ และธนาคารอยู่ระหว่างการพิจารณาดูแลในรายละเอียดเพิ่มเติม โดยเชื่อว่าผู้ส่งออกส่วนใหญ่สามารถปรับตัวและยอมรับแนวทางนี้ได้ เนื่องจากค่าเงินของประเทศคู่ค้าของไทย มีความผันผวนไม่สูงเมื่อเทียบกับเงินบาท

“การใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยง ทั้งการทำสัญญาซื้อขายเงินตราล่วงหน้า และการขยายระยะเวลาล็อกอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงการค้าด้วยสกุลเงินท้องถิ่น ถือเป็นแนวทางที่เหมาะสมในการช่วยผู้ประกอบการรับมือกับความผันผวนของค่าเงินในระยะนี้”นายธนากร กล่าว