วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

'ศุภจี' ยันเจรจาการค้าไทย-สหรัฐ เดินหน้าต่อ ครม.รับทราบแก้ข้อตกลง บรรจุภาษี 19% อย่างเป็นทางการ

'ศุภจี' ยันเจรจาการค้าไทย-สหรัฐ เดินหน้าต่อ ครม.รับทราบแก้ข้อตกลง บรรจุภาษี 19% อย่างเป็นทางการ

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าของกรอบความตกลงการค้าไทย-สหรัฐ โดยยืนยันว่ากระบวนการเจรจายังคงเป็นไปอย่างราบรื่น และไม่มีสัญญาณที่น่ากังวลจากฝ่ายสหรัฐ ส่วนที่กระทรวงพาณิชย์รายงานให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบ แถลงการณ์ร่วมว่า ด้วยกรอบความตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างสหรัฐอเมริกา และไทย (Joint Statement on Framework United States-Thailand Agreement on Reciprocal Trade) นั้นเป็นการรายงานให้ทราบถึงความคืบหน้าจากการเจรจาครั้งที่ผ่านมา ไม่ใช่ข้อตกลงฉบับใหม่ โดยสาเหตุที่มีการนำเสนอ ครม.อีกครั้งเนื่องจากมีการใส่รายละเอียดที่ขาดไปเพิ่มเติมเพื่อให้เอกสารมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ยกตัวอย่างเช่นครั้งที่แล้วไม่ได้ใส่ในเรื่องเปอร์เซ็นต์ ของอัตราภาษีที่สหรัฐเรียกเก็บจากสินค้าไทยก็ใส่เข้าเป็น 19 อย่างไรก็ตามสถานะของเอกสารฉบับนี้ยังเป็นเพียง ร่างแถลงการณ์ร่วม (Joint Statement) เท่านั้นยังไม่ใช่ข้อตกลงที่มีผลผูกพันอย่างเป็นทางการ

เมื่อถามว่าในการเจรจากับสหรัฐของไทยนั้นถือว่าล่าช้าหรือไม่ เพราะในขณะนี้บางประเทศเช่น เกาหลีใต้นั้นถูกขึ้นภาษีเพิ่มเติมเป็น 25% เนื่องจากสหรัฐมองว่าขั้นตอนล่าช้า รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีสัญญาณจากสหรัฐที่กดดันไทย การพูดคุยต่างๆ ยังมีความต่อเนื่อง และราบรื่นเป็นอย่างดีประเทศไทยยังไม่ประสบกับปัญหาแบบที่เกาหลีใต้ต้องเผชิญ โดยทีมเจรจาของไทยยังคงดำเนินการหารือตามกรอบการเจรจาปกติ และทุกอย่างยังเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้

“ตอนนี้ไม่มีค่ะ ตอนนี้เรายังเจรจาอยู่ ทุกอย่างราบรื่น จนถึงขณะนี้ไม่มีสัญญาณที่กดดันจากสหรัฐ ทั้งคำเตือนหรือท่าทีในเชิงลบจากทางสหรัฐ ทีมเจรจาของไทยยังคงดำเนินการหารือตามกรอบการเจรจาปกติ” นางศุภจี กล่าว

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า ครม.รับทราบการปรับปรุงร่างแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยกรอบความตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างสหรัฐอเมริกา และไทย (Joint Statement on Framework for United States-Thailand Agreement on Reciprocal Trade)  โดยสหรัฐได้เสนอขอปรับเปลี่ยนสาระ และถ้อยคำในบางส่วนของแถลงการณ์ร่วมดังกล่าว เพื่อให้สะท้อนข้อเท็จจริง และสถานะการดำเนินการ ดังนี้

1.) การระบุอัตราภาษีต่างตอบแทนที่ 19% จากเดิมที่ไม่ได้ระบุอัตราภาษีดังกล่าว

2.) เพิ่มการระบุว่า สหรัฐอเมริกาจะกำหนดรายการสินค้าที่อยู่ภายใต้ภาคผนวก 3 (Annex II) ของคำสั่งประธานาธิบดี (Executive Order)  ฉบับลงวันที่ 5 กันยายน 2568 ว่าด้วยเรื่องสินค้าที่อาจมีการปรับอัตราภาษีสำหรับประเทศคู่ค้าที่มีแนวทางสอดคล้องกัน (Potential Tarif Adjustments for Aligned Partners) เพื่อพิจารณาการยกเว้นการจัดเก็บภาษีในสินค้าดังกล่าวให้กับประเทศคู่ค้าที่บรรลุผลการเจรจากับสหรัฐเพื่อให้มีความชัดเจนมากขึ้นจากเดิมที่ได้มีการระบุอ้างอิงถึงถึงคำสั่งดังกล่าว

3.) ตัดประเด็นการกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับกฎถิ่นกำเนิดสินค้าออกซึ่งเป็นประเด็นที่ฝ่ายสหรัฐยังอยู่ระหว่างการพิจารณา และยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติในเรื่องดังกล่าว

4.) ปรับถ้อยคำในบางส่วนให้กระชับ และสะท้อนถึงกระบวนการเจรจา เช่น การปรับข้อความจาก "will continue to finalize" (จะดำเนินการเพื่อให้ได้ข้อสรุป) เป็น "will finalize" (จะสรุป)

กระทรวงพาณิชย์ พิจารณาแล้วเห็นว่า การเสนอปรับแก้สาระ และละถ้อยคำดังกล่าวของสหรัฐอเมริกาไม่ได้เป็นการปรับแก้ในสาระสำคัญของร่างแถลงการณ์ร่วมฯ แต่เป็นการเพิ่มรายละเอียด เพื่อให้เกิดความชัดเจน และสอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งไม่ขัดกับหลักการที่ ครม.เห็นชอบไว้ เมื่อวันที่ 1  สิงหาคม 2568

การสรุปผลแถลงการณ์ร่วมดังกล่าวกับสหรัฐ ช่วยกำหนดอัตราภาษีต่างตอบแทน (Reciprocal tariff) ของไทยที่ระดับ19% ให้อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับประเทศอื่นในภูมิภาคอาเซียน ทั้งมาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา และเวียดนาม

โดยภาคการส่งออกของไทยที่มีมูลค่าการส่งออกไปสหรัฐอเมริกากว่า 5.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ได้รับประโยชน์จากอัตราภาษีต่างตอบแทนที่ปรับลดจาก 36% เป็น 19% ทันที ในขณะที่การลดภาษีของไทยยังไม่มีผลจนกว่าจะสรุปความตกลงได้ และผ่านความเห็นชอบจาก ครม.และรัฐสภาต่อไป

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์