“ไทยสมายล์บัส” ชง 3 ข้อเสนอรัฐบาลใหม่ปฏิรูปรถเมล์ จี้สร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำด้านราคา และจัดการรถผิดกฎหมาย พร้อมสนับสนุนทุกนโยบายเพื่อประโยชน์ของประชาชนเดินทางเชื่อมขนส่งสาธารณะ เตรียมเปิดรับแตะจ่าย “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ก.พ.นี้
นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยสมายล์ บัส (TSB) เปิดเผยว่า ภาพรวมการดำเนินธุรกิจในปี 2568 แม้ TSB จะได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย แต่ในไตรมาส 4 ผลการดำเนินงาน EBITDA พลิกกลับมาเป็นบวกได้เป็นครั้งแรก โดยปัจจุบันมีรถให้บริการ 2,350 คัน รวมรถหมุนเวียน ซึ่งใช้งานให้บริการต่อวันราว 1,600 คัน จำนวนผู้โดยสารเฉลี่ย 3.5 แสนคนต่อวัน และแตะระดับ 3.7 - 4 แสนคนในวันธรรมดา
สำหรับใน ปี 2569 มีแผนปรับจำนวนรถให้บริการเพิ่มขึ้นเป็น 2,000 คัน เพื่อเพิ่มความถี่ให้บริการผู้โดยสารได้มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งจะขยายฐานธุรกิจ B2B และ B2G เพื่อปรับโครงสร้างรายได้ให้มั่นคง ลดการพึ่งพาค่าโดยสารเพียงอย่างเดียว โดยสัดส่วนเป้าหมายสัดส่วนรายได้ปี 2569 พอร์ตของ TSB จะแบ่งเป็นตั๋วโดยสาร 80%, งานจ้างเหมาบริการ (B2B/B2G) 12% และโฆษณา 8%
ทั้งนี้ ในปี 2569 TSB ตั้งเป้าจะเพิ่มปริมาณผู้โดยสารเป็น 4.5 - 4.7 แสนคนต่อวัน ดันส่วนแบ่งทางการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) จากปัจจุบันราว 40% เพิ่มขึ้นเป็นแตะ 50% เช่นเดียวกับรายได้คาดการณ์เติบโตขึ้นประมาณ 30% จากปีก่อนมีรายได้ 2,200 ล้านบาท และจะทำให้ TSB สร้างกำไรเป็นปีแรกประมาณ 200 ล้านบาท จากปีก่อนขาดทุนรวม 140 - 150 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยบวกสำคัญคือการนำเทคโนโลยีมาบริหารจัดการ วางแผนการให้บริการและการเดินรถรองรับดีมานด์ได้แม่นยำมากขึ้น
นางสาวกุลพรภัสร์ กล่าวด้วยว่า TSB มองว่าอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ขนส่งมวลชนไทยยังไม่ไปถึงจุดสูงสุด คือ ต้นทุนที่สวนทางกับราคาค่าโดยสาร จึงอยากส่งสารถึงรัฐบาลใหม่ใน 3 ประเด็น คือ การแข่งขันที่เป็นธรรม TSB ไม่เคยมองว่าขนส่งมวลชนทุกบริษัท ทุกประเภท เป็นคู่แข่ง เพราะต้องการเป็นโครงการเดินทาง ให้พี่น้องประชาชนได้เดินทางต่อกันอย่างมีประสิทธิภาพ
แต่ขณะเดียวกันรัฐต้องดูแลให้เกิดการแข่งขันที่เสมอภาค โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการอุดหนุนงบประมาณจากภาษี (Subsidy) ที่อาจทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำด้านราคา เพราะเมื่อใดเกิดความต่างด้านราคา แต่ไร้ซึ่งคุณภาพการให้บริการ ปัญหาต่างๆ จะตามมามากขึ้น
ทั้งนี้ ในฐานะผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะ จึงหวังเห็นการลดภาระต้นทุน เสนอให้รัฐพิจารณาลดภาษีพลังงาน หรือ ค่าธรรมเนียม พรบ. สำหรับผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะ เพื่อให้มีงบประมาณไปพัฒนาคุณภาพรถได้โดยไม่ต้องขึ้นค่าโดยสาร และสุดท้ายคือ การจัดการรถผิดกฎหมาย เร่งจัดการปราบปรามรถเถื่อนหรือรถที่ไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งตัดราคาผู้ประกอบการที่เข้าระบบอย่างถูกต้อง
ด้านนายวรวิทย์ ชาญชญานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายปฏิบัติการและกลยุทธ์ บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด (TSB) กล่าวว่า TSB พร้อมสนับสนุนการจัดทำ นโยบายค่าโดยสารร่วม ซึ่งจะทำให้ประชาชนได้รับความสะดวกในการเดินทางเชื่อมต่อโครงข่ายขนส่งมวลชน โดยในส่วนของ TSB ปัจจุบันมีการจัดทำบัตร HOP Card เพื่อใช้ในการแตะจ่ายระหว่างการเดินทางรถโดยสารและเรือโดยสารของ TSB อยู่แล้ว ซึ่งมีจำนวนประมาณ 1.6 ล้านคนต่อเดือนที่ใช้บัตรดังกล่าวแตะจ่ายค่าโดยสาร
นอกจากนี้ TSB ยังอยู่ระหว่างจัดซื้ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่อง EDC เพื่อรองรับการแตะจ่ายค่าโดยสารผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งเตรียมติดตั้งในรถโดยสารจำนวน 1,500-1,600 คัน รองรับในทุกเส้นทางการเดินรถ คาดว่า จะสามารถเริ่มใช้งานได้ไม่เกินกลางเดือน ก.พ.นี้ เพื่ออำนวยความสะดวก และลดค่าครองชีพในการเดินทางให้กับประชาชน โดยเฉพาะผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีอยู่ในระบบประมาณ 6 - 7 แสนคน





