วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

‘สุชัชวีร์’ กางนโยบายเศรษฐกิจ ‘ไทยก้าวใหม่’ ยกระดับสตาร์ทอัพ – ปั้นแรงงานทักษะสูงแข่งเวียดนาม

‘สุชัชวีร์’ กางนโยบายเศรษฐกิจ ‘ไทยก้าวใหม่’  ยกระดับสตาร์ทอัพ – ปั้นแรงงานทักษะสูงแข่งเวียดนาม

นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคไทยก้าวใหม่ แถลงยุทธศาสตร์สู้ศึกเลือกตั้งปี  2569 โดยพรรควางเป้าหมายในการได้ สส. 20 ที่นั่ง ซึ่งเป็นตัวเลขที่พรรคจะเข้าไปสามารถผลักดันการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจโดยใช้นโยบายการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศเพื่อรองรับสังคมสูงวัยและแก้ปัญหาประชากรเกิดน้อย   

“การศึกษาไม่ใช่แค่งานวิชาการ แต่คือ ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดในการแก้ปัญหาความยากจนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคต รัฐบาลจึงควรมีนโยบายรองรับในเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรม”

สำหรับรูปแบบที่เป็นข้อเสนอนโยบายของพรรคได้แก่

1.โมเดล “Paid to Learn”: รัฐลงทุนจ้างเรียน สร้างแรงงาน High-Skill ป้อนตลาดโลก นายสุชัชวีร์ ชี้ให้เห็นถึงวิกฤตโครงสร้างแรงงานไทยที่กำลังเสียเปรียบเวียดนามซึ่งผลิตวิศวกรได้ปีละแสนคน และปัญหาสมองไหล จึงเสนอโมเดลเศรษฐกิจ จ้างเรียน (Paid to Learn) เพื่อดึงดูดคนวัยทำงานกลับเข้าสู่ระบบการพัฒนาทักษะ (Re-skill/Up-skill) สู่ระดับ ปริญญาโท- และปริญญาเอก

โดยมีการตั้งเป้าหมายในการสร้างบุคลากรทักษะสูง 300,000 คน หรือประมาณ 30% ของระบบ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย (New S-Curve) ที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยกลไกที่จะใช้คือการที่รัฐบาล จ่ายเงินเดือนค่าตอบแทน แข่งขันกับภาคเอกชน เพื่อจูงใจให้คนเก่งเลือกมาเรียนต่อแทนการทำงานเพียงอย่างเดียว และแก้ปัญหาค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) ของแรงงาน

ทั้งนี้นโยบายนี้จะใช้งบประมาณเพิ่มไม่มากนัก โดยจะใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นเพียง 5,000 ล้านบาท รวมกับงบประมาณเดิมเป็น 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านอื่นๆเพื่อแลกกับทรัพยากรบุคคลที่จะขับเคลื่อน GDP ของประเทศให้เติบโตในระยะยาว

2. มาตรการ “Zero Debt”: ล้างหนี้ กยศ. เพื่ออัดฉีดกำลังซื้อเข้าระบบ

นายสุชัชวีร์ กล่าวว่านโนยบายเร่งด่วนในเรื่องการ ล้างหนี้กองทุนเพื่อการกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) 100% โดยมองว่าหนี้การศึกษาคืออุปสรรคทางเศรษฐกิจที่ฉุดรั้งกำลังซื้อของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่กว่า 5 ล้านคน ซึ่งหากปลดหนี้ส่วนนี้ จะเป็นการปลดหนี้ให้กับคนรุ่นใหม่กว่า 5 ล้านคน เพื่อจะเป็นการปลดล็อกภาระทางการเงิน ทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย (Consumption) และการลงทุนรายย่อย (Micro Investment) หมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้ทันทีอีกด้วย

ทั้งนี้รูปแบบการเรียนของประเทศไทยควรเป็นการเปลี่ยนระบบจากการกู้เรียนมาเป็นระบบรัฐสวัสดิการเพื่อการลงทุน โดยให้สิทธิ์เรียนฟรีและรัฐบาลจ้างเรียนในสาขาที่สอดคล้องกับอุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อตัดวงจรหนี้ครัวเรือนอย่างถาวร

3.การบริหารงานรัฐบาล โดยกำหนดยุทธศาสตร์ “Super Ministry” บูรณาการ 3 กระทรวง สร้าง Supply Chain ดิจิทัลให้เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย  

โดยพรรคเตรียมเสนอให้มีการตั้งตำแหน่ง “รองนายกฯ ฝ่ายพัฒนาทุนมนุษย์” เพื่อกำกับดูแล 3 กระทรวงเศรษฐกิจรากฐาน ได้แก่ กระทรวงศึกษา (ศธ.) ทำหน้าที่ในการสร้างคน กระทรวงอุดมศึกษาฯ (อว.) สร้างนวัตกรรม  และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) รับผิดชอบในการสร้างแพลตฟอร์ม แบบเบ็ดเสร็จ โดยรูปแบบการทำงานแบบนี้ถือว่าขจัดปัญหาการทำงานแยกส่วน (Silo) เพื่อให้การผลิตคนสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานยุค AI และ Digital Economy อย่างแท้จริง

4.นโยบายสร้างเมกะโปรเจ็กต์ป้องกันความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและสร้าง Hub อุตสาหกรรมใหม่ๆเพื่อสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในอนาคต

โดยในประเด็นนี้นายสุชัชวีร์ กล่าวว่าพรรคเสนอนโยบายการจัดการความเสี่ยงของ กทม. (Bangkok Risk Management) ที่มีความเสี่ยงจะจมน้ำจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นทุกปี  โดยเสนอให้มีการออก พันธบัตรโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Bond) วงเงิน 1 แสนล้านบาท ระดมทุนสร้างแนวป้องกันน้ำทะเลหนุน (โมเดล Delta Works) เพื่อป้องกันไม่ให้ศูนย์กลางเศรษฐกิจอย่าง กทม. จมน้ำ เพราะจะสร้างเสียหายทางเศรษฐกิจมหาศาลจึงต้องมีการระดมทุนและก่อสร้างโครงสร้างพื้นที่ที่จำเป็นเพื่อป้องกันน้ำท่วม กทม.

ส่วนการสร้างอุตสาหกรรมใหม่เพื่อเพิ่มรายได้เข้าสู่ประเทศ มีนโยบายในการสนับสนุนการสร้างให้โคราชเป็นศูนย์กลางซ่อมบำรุงรถไฟความเร็วสูง (MRO) แห่งอาเซียน เพื่อสร้าง Supply Chain อุตสาหกรรมรางในประเทศให้ครบวงจร ลดการนำเข้าเทคโนโลยี และสร้างงานรายได้สูงให้เด็กอาชีวะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากอุตสาหกรรมที่มีโอกาสเติบโตในประเทศ 

นอกจากนั้นยังเสนอนโยบายการสร้างกองทุนสตาร์ทอัพ (Startup Fund) ที่เป็นกองทุนเพื่อสนับสนุนการสร้างนวัตกรรม 1 แสนล้านบาท เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทย สร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี (Tech Ecosystem)  ของตนเองให้เกิดขึ้นเพื่อเพิ่มโอกาสในการเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศมากขึ้น

“นโยบายทั้งหมดของพรรคไม่ใช่ประชานิยม แต่คือการ “ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ หรือ Economic Restructuring โดยเปลี่ยนจากการลงทุนในสิ่งก่อสร้าง มาเป็นการลงทุนใน “คน” ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุด เพื่อให้ไทยรอดพ้นจากวิกฤตขาดแคลนแรงงานและเศรษฐกิจถดถอยในอนาคต” นายสุชัชวีร์ กล่าว