เป็นที่ทราบกันดีว่า เศรษฐกิจฮาลาล คือตัวช่วยสำคัญที่จะพยุงให้เศรษฐกิจของหลายๆประเทศยังเดินหน้าและเติบโตได้ต่อไป เพราะเศรษฐกิจฮาลาล มีดีมานด์ที่ชัดเจน แน่นอนและมีมูลค่าสูง
อย่างไรก็ตาม ความพรีเมี่ยมของตลาดนี้ก็ดึงดูคู่แข่งรายใหญ่เข้ามาชิงส่วนแบ่งในตลาด ที่แม้ไทยจะมีบทบาทนำในสมรภูมินี้อ ด้วยสถิติการส่งออกอาหารฮาลาลไปยังกลุ่มประเทศองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) ด้วยมูลค่าถึง 2.5 แสนล้านบาทก็ตามแต่หากไม่มีการพัฒนาหรือแสวงหาโอกาสต่อไป บทบาทไทยอาจถูกเบียดไปอยู่ท้ายแถวได้
ตามข้อมูลจาก สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.)ณ นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ระบุว่า เวียดนามมีแผนดำเนินการเจรจาและลงนามความตกลงระหว่างประเทศอย่างเชิงรุก เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการในการพัฒนาและขยายตลาดผลิตภัณฑ์และบริการฮาลาล ตามร่างกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารจัดการคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการฮาลาล (A draft decree on halal products and services quality management)ซึ่งจัดทำโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Ministry of Science and Technology: MoST)โดยให้ความหมายของ “ผลิตภัณฑ์ฮาลาล” ว่าเป็นสินค้าที่ผ่านการรับรองว่าถูกต้องและเป็นไปตามข้อกำหนดของศาสนาอิสลาม ส่วน “บริการฮาลาล” หมายถึงกิจกรรมทุกประเภทที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ฮาลาล อาทิ การขนส่ง การเก็บรักษา การบรรจุภัณฑ์ การจัดแสดงสินค้า และการจัดการสินค้า
ร่างกฤษฎีกาดังกล่าวกำหนดให้มีการสนับสนุนองค์กรรับรองฮาลาลของเวียดนามให้สามารถยกระดับศักยภาพจนเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และให้ผลการรับรองได้รับการยอมรับจากหลายประเทศ โดยเฉพาะตลาดส่งออกเป้าหมาย
ทั้งนี้ เวียดนามจะบูรณาการการวิจัย การพัฒนา และการส่งเสริมตลาดผลิตภัณฑ์และบริการฮาลาลเข้าสู่โครงการส่งเสริมการค้าระดับชาติและโครงการพัฒนาตลาดอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมถึงให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายแก่ผู้ประกอบการในการเข้าร่วมงานแสดงสินค้า นิทรรศการ เวทีเจรจา และกิจกรรมฮาลาลระดับนานาชาติ ผู้ประกอบการที่มีผลิตภัณฑ์และบริการฮาลาลคุณภาพสูงและมีชื่อเสียงจะได้รับการส่งเสริมให้เข้าร่วมโครงการแบรนด์แห่งชาติของเวียดนาม (Viet Nam National Brand Programme)เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ฮาลาลภายใต้แบรนด์ชาติสู่เวทีการค้าระดับโลก
ร่างกฤษฎีกายังกำหนดให้สถาบันการเงิน กองทุนค้ำประกันสินเชื่อ และกองทุนพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พิจารณาจัดให้มีอัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับโครงการลงทุนด้านการผลิตและเทคโนโลยีฮาลาล ตลอดจนให้ความสำคัญกับการจัดตั้งระบบบริหารคุณภาพที่ได้มาตรฐานฮาลาล และสนับสนุนค่าใช้จ่ายสำหรับการตรวจประเมินเพื่อขอการรับรองฮาลาลครั้งแรกการสนับสนุนดังกล่าวจะถูกรวมอยู่ในโครงการและมาตรการหลายประเภท เช่น โครงการสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมและโครงการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระดับชาติและท้องถิ่น
ในปี 2566 รัฐบาลได้อนุมัติโครงการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลเวียดนามจนถึงปี 2573 ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของการทูตเชิงเศรษฐกิจ เป้าหมายหลักคือการเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดฮาลาลโลกที่คาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง10 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2571 โครงการนี้ถูกวางให้เป็นยุทธศาสตร์ระยะยาว เพื่อให้เวียดนามสามารถเจาะตลาดมุสลิมที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่องทั่วโลก
ทั้งนี้ เวียดนามแม้จะไม่ใช่ประเทศที่มีประชากรมุสลิมเป็นส่วนใหญ่ แต่ด้วยตำแหน่งยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงจีน อาเซียน และมหาสมุทรแปซิฟิก รวมถึงการมีความตกลงการค้าเสรีกับหลายประเทศ ทำให้เวียดนามสามารถพัฒนาตนเองเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าฮาลาลไปสู่ตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับไทยซึ่งมีระบบการรับรองฮาลาลที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล มีความพร้อมในการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยีการตรวจสอบ และกระบวนการรับรองฮาลาล หากนำเวียดนามมาเป็นหุ้นส่วนทางการค้าร่วมกัน ด้วยการผสานจุดแข็งของทั้งสองประเทศ ก็จะส่งเสริมให้ภูมิภาคอาเซียนเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจฮาลาลของโลกได้ นั่นหมายถึงการหลุดจากกับดักปัญหาเศรษฐกิจและความท้าทายต่างๆที่คุกคามการค้าและการลงทุนด้วยการขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ที่ชื่อว่า The Global Halal Economy





