นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ประเด็นที่หลายคนกังวลเรื่องผลประกอบการและสถานะทางการเงิน ขอให้ความมั่นใจว่าขณะนี้ “ส่วนของผู้ถือหุ้น” ไม่ติดลบ แต่กลับมาเป็นกำไรสะสม ซึ่งตามข้อบังคับของบริษัทกำหนดหากมีกำไรก็สามารถพิจารณาจ่ายเงินปันผลได้ โดยรายละเอียดความชัดเจนของแผนการปันผลจะแจ้งให้ทราบในช่วงสิ้นเดือน ก.พ.นี้
อย่างไรก็ดี ฝากถึงผู้ถือหุ้นว่า ขอให้อดทนและเชื่อมั่นในการพิสูจน์ตัวเองของการบินไทยตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมา ไม่อยากให้รีบเทขายหุ้นเพราะอาจเสียโอกาส เนื่องจากมองว่าราคาหุ้นปัจจุบันยังมีความมั่นคงและสูงกว่าราคาเสนอขาย (Offering Price) ในช่วงก่อนหน้า
ทั้งนี้ จากสัญญาณของผู้ถือหุ้นในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะผู้ถือหุ้นกลุ่มสหกรณ์ ได้ประกาศออกมาก่อนหน้านี้ว่าจะ “ไม่ขาย” หุ้น THAI หลังพ้น Silent Period 4 ก.พ.นี้ เพราะมั่นใจพื้นฐานฟื้น ราคายังไปต่อได้ ส่วนผู้ถือหุ้นในกลุ่มอื่นก็คาดว่าจะมีการพิจารณาและมั่นใจในผลการดำเนินงานของการบินไทย
สำหรับจุดยืนของกลุ่มสหกรณ์ ได้ออกมาชี้แจงเมื่อวันที่ 19 ม.ค.2569 โดยสหกรณ์ออมทรัพย์การไฟฟ้าฝ้ายผลิตแห่งประเทศไทย จำกัด (กฟผ.) จัดสัมมนาหัวข้อ “วิเคราะห์หุ้นการบินไทย พื้นฐานราคา และกลยุทธ์การขายอย่างมีประสิทธิภาพ” ในฐานะผู้ถือหุ้นลำดับที่ 3 ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) (THAI) จำนวน 1,538 ล้านหุ้น คิดเป็นร้อยละ 5.43 โดยวันที่ 4 ก.พ. 2569 หุ้น THAI จะพ้นช่วงเวลาห้ามขายหุ้น (Silent Period) ในสัดส่วนร้อยละ 25
โดยสาระสำคัญที่พิจารณา คือ ราคาเป้าหมายหุ้น THAI อยู่ในช่วง 7.70 - 10.40 บาท และค่า P/E อยู่ที่ 8.00 - 11.40 เท่า ซึ่งสะท้อนระดับราคาที่เหมาะสม และหากค่า P/E ต่ำกว่าช่วงดังกล่าว ยังไม่เหมาะสมต่อการจำหน่ายหุ้นเพื่อประโยชน์สูงสุดแก่สมาชิกของแต่ละสหกรณ์ การบริหารจัดการเงินลงทุนอย่างเหมาะสมและไม่ให้กระทบต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กลุ่มสหกรณ์จะพิจารณาข้อมูลเชิงวิเคราะห์ร่วมกับปัจจัยอื่น ๆ ดังต่อไปนี้
1. การพิจารณาปริมาณและราคาจำหน่ายหุ้น จะทำการพิจารณาจากมูลค่าที่เหมาะสมที่ได้รับข้อมูลจากสำนักวิจัยที่หลากหลาย ช่วงเวลาการขาย สภาพคล่องหลักหลักทรัพย์ ตลอดจนคุณสมบัติ และเงื่อนไขของผู้ที่จะมาชื่อหุ้นต่อ
2. ช่วงเวลาในการขาย กลุ่มสหกรณ์พิจารณา “ไม่ขายและยังคงถือหุ้นดังกล่าวหลังจากวันที่ 4 ก.พ.2569” เพื่อการหาสมดุล และเสถียรภาพของราคา โดยจะพิจารณาช่วงเวลาการขายที่เหมาะสมอีกครั้ง หลังการประกาศผลการดำเนินงานปี 2568 ซึ่งคาดการณ์ในช่วงต้นถึงกลางเดือน มี.ค. 2569
3. เนื่องจากข้อจำกัดด้านปริมาณการถือครองหุ้นในระดับที่สูง ขณะที่สภาพคล่องในตลาดที่ไม่เพียงพอ ดังนั้น “หากมีการขายเกิดขึ้น สหกรณ์จะดำเนินการขายผ่านกระดานรายใหญ่ (Big Lot) ให้แก่ นักลงทุนสถาบันไทย (Local Institutions) และต่างประเทศ (Foreign Institutions) เพื่อมีให้กระทบต่อสภาพคล่อง (Liquidity) เสถียรภาพของราคา (Price) และกระทบต่อบรรยากาศการลงทุน (Market Sentiment) ทั้งในระยะสั้น และระยะกลาง”
จากข้างต้น การจำหน่ายหุ้น THAI ของกลุ่มสหกรณ์ จะพิจารณาความเหมาะสมให้สอดคล้องกับข้อมูลทางด้านเทคนิค และติดตามสถานการณ์ตลาดอย่างใกล้ชิด เพื่อเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด ตลอดจนคณสมบัติและเงื่อนไขของผู้ที่จะมาซื้อหุ้นต่อ รวมถึงจะดำเนินการโดยไม่ให้กระทบต่อเสถียรภาพของตลาดทุนและราคาหุ้น THAI โดยรวมด้วย





