“เอกนิติ” โชว์วิสัยทัศน์ดึงบิ๊กเทคฯ “TikTok” ปักหมุดไทยระลอกใหม่ ดันเม็ดเงินลงทุนระยะยาวแตะ 2.7 แสนล้านบาท หวังบูมเศรษฐกิจดิจิทัล-SMEs เต็มสูบ พร้อมสร้างสีสันเปิดบัญชี TikTok ส่วนตัวครั้งแรก
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของทีมนโยบายเศรษฐกิจไทย ในการประชุม World Economic Forum (WEF) เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้หารือร่วมกับ ผู้บริหารบริษัท TikTok แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ระดับโลก
ประเด็นสำคัญจากการหารือครั้งนี้ คือสัญญาณบวกด้านความเชื่อมั่นการลงทุน โดย TikTok แสดงความสนใจที่จะขยายการลงทุนระยะยาวในประเทศไทย ด้วยมูลค่าสูงถึง 2.7 แสนล้านบาท จากปัจจุบันที่มีเม็ดเงินลงทุนไปแล้วกว่า 2.7 หมื่นล้านบาท เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนระบบนิเวศเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy Ecosystem) อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และเศรษฐกิจแพลตฟอร์มของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน
นายเอกนิติ ยังได้เน้นย้ำถึงแนวทางการใช้ แพลตฟอร์ม TikTok เพื่อเป็น “สปริงบอร์ด” ให้กับผู้ประกอบการฐานราก ไม่ว่าจะเป็น พ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบการ SMEs วิสาหกิจชุมชน รวมถึงเหล่าครีเอเตอร์ (Content Creators) ให้สามารถเข้าถึงตลาดและกำลังซื้อทั้งในและต่างประเทศได้กว้างขวางยิ่งขึ้น สอดรับกับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการยกระดับทักษะดิจิทัลและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy)
“การหารือครั้งนี้ไม่ได้จบแค่ตัวเลขการลงทุน แต่ยังมุ่งเน้นการพัฒนา ‘คน’ โดย TikTok จะเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการพัฒนาทักษะแรงงานและผู้ประกอบการดิจิทัล เพื่อยกระดับศักยภาพบุคลากรไทย ทั้งด้านการสร้างคอนเทนต์และการทำตลาดดิจิทัลให้มีประสิทธิภาพสูงสุด”
นอกจากสาระด้านการลงทุน ไฮไลต์ที่สร้างสีสันให้กับการประชุมครั้งนี้ คือการที่ นายเอกนิติ ได้ตัดสินใจ เปิดบัญชี ‘TikTok’ อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก หลังจบการหารือ
สะท้อนภาพลักษณ์ผู้นำเศรษฐกิจที่พร้อมปรับตัว (Agile) และเข้าใจเครื่องมือสื่อสารของคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล
ทั้งนี้ นายเอกนิติ ยังได้เชิญชวนให้ TikTok พิจารณาร่วมจัดกิจกรรม หรือการประชุมย่อยภาคธุรกิจ ในช่วงที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพการประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF–World Bank Annual Meetings) ที่จะเกิดขึ้นในช่วงเดือน ต.ค. 2569 นี้ด้วย ซึ่งถือเป็นจังหวะก้าวสำคัญในการผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจการเงินและดิจิทัลของภูมิภาค





