วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

‘เอกนิติ’ ประเดิมเปิดบัญชี ‘TikTok’ หลังพบผู้บริหารที่ WEF กล่อมลงทุน 2.7 แสนล้าน

‘เอกนิติ’ ประเดิมเปิดบัญชี ‘TikTok’ หลังพบผู้บริหารที่ WEF กล่อมลงทุน 2.7 แสนล้าน

“เอกนิติ” โชว์วิสัยทัศน์ดึงบิ๊กเทคฯ “TikTok” ปักหมุดไทยระลอกใหม่ ดันเม็ดเงินลงทุนระยะยาวแตะ 2.7 แสนล้านบาท หวังบูมเศรษฐกิจดิจิทัล-SMEs เต็มสูบ พร้อมสร้างสีสันเปิดบัญชี TikTok ส่วนตัวครั้งแรก

 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของทีมนโยบายเศรษฐกิจไทย ในการประชุม World Economic Forum (WEF) เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้หารือร่วมกับ ผู้บริหารบริษัท TikTok แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ระดับโลก

ประเด็นสำคัญจากการหารือครั้งนี้ คือสัญญาณบวกด้านความเชื่อมั่นการลงทุน โดย TikTok แสดงความสนใจที่จะขยายการลงทุนระยะยาวในประเทศไทย ด้วยมูลค่าสูงถึง 2.7 แสนล้านบาท จากปัจจุบันที่มีเม็ดเงินลงทุนไปแล้วกว่า 2.7 หมื่นล้านบาท เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนระบบนิเวศเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy Ecosystem) อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และเศรษฐกิจแพลตฟอร์มของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

นายเอกนิติ ยังได้เน้นย้ำถึงแนวทางการใช้ แพลตฟอร์ม TikTok เพื่อเป็น “สปริงบอร์ด” ให้กับผู้ประกอบการฐานราก ไม่ว่าจะเป็น พ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบการ SMEs วิสาหกิจชุมชน รวมถึงเหล่าครีเอเตอร์ (Content Creators) ให้สามารถเข้าถึงตลาดและกำลังซื้อทั้งในและต่างประเทศได้กว้างขวางยิ่งขึ้น สอดรับกับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการยกระดับทักษะดิจิทัลและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy)

“การหารือครั้งนี้ไม่ได้จบแค่ตัวเลขการลงทุน แต่ยังมุ่งเน้นการพัฒนา ‘คน’ โดย TikTok จะเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการพัฒนาทักษะแรงงานและผู้ประกอบการดิจิทัล เพื่อยกระดับศักยภาพบุคลากรไทย ทั้งด้านการสร้างคอนเทนต์และการทำตลาดดิจิทัลให้มีประสิทธิภาพสูงสุด”

นอกจากสาระด้านการลงทุน ไฮไลต์ที่สร้างสีสันให้กับการประชุมครั้งนี้ คือการที่ นายเอกนิติ ได้ตัดสินใจ เปิดบัญชี ‘TikTok’ อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก หลังจบการหารือ 

สะท้อนภาพลักษณ์ผู้นำเศรษฐกิจที่พร้อมปรับตัว (Agile) และเข้าใจเครื่องมือสื่อสารของคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล

ทั้งนี้ นายเอกนิติ ยังได้เชิญชวนให้ TikTok พิจารณาร่วมจัดกิจกรรม หรือการประชุมย่อยภาคธุรกิจ ในช่วงที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพการประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF–World Bank Annual Meetings) ที่จะเกิดขึ้นในช่วงเดือน ต.ค. 2569 นี้ด้วย ซึ่งถือเป็นจังหวะก้าวสำคัญในการผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจการเงินและดิจิทัลของภูมิภาค