การรถไฟฯ ชงบอร์ด 29 ม.ค.69 นี้ เคาะเลิกสัญญาจ้าง “อิตาเลียนไทย” สร้างรถไฟความเร็วสูงไทย - จีน สัญญาที่ 3-4 ช่วงลำตะคอง - สีคิ้ว และช่วงกุดจิก - โคกกรวด จากเหตุเครนถล่มทับขบวนรถไฟ พร้อมเดินหน้าเสนอ “กรมบัญชีกลาง” ขึ้นแบล็กลิสต์ผู้รับเหมา
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แถลงสรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น กรณีอุบัติเหตุจากการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ 2 กรณี ได้แก่ เหตุเครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย - จีน หล่นทับขบวนรถไฟ ที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 14 ม.ค.2569 และเหตุคานปูน และเครนก่อสร้างโครงการทางหลวงพิเศษ M82 พังถล่มบนถนนพระราม 2 เมื่อวันที่ 15 ม.ค.2569
โดยวันนี้เป็นวันครบกำหนด 7 วัน ตามที่นายกรัฐมนตรีกำชับให้กระทรวงคมนาคม เร่งรัดตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน จึงขอชี้แจงผลการตรวจสอบเบื้องต้น พร้อมมาตรการสั่งการเด็ดขาด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ซ้ำอีก ซึ่งผลตรวจสอบเบื้องต้นกรณีสีคิ้ว พบว่าวัตถุที่ตกลงมาทับขบวนรถไฟ เป็นชิ้นส่วนฐานรองรับด้านหน้าของเครน ซึ่งเกิดการเสียสมดุลระหว่างการเคลื่อนย้าย แต่ประเด็นสำคัญที่พบคือ มีการทำงานก่อสร้างโดยไม่ปิดการจราจรด้านล่าง ทั้งที่มีข้อกำหนดชัดเจนว่าต้องทำงานเฉพาะช่วงที่ไม่มีรถไฟวิ่ง ถือเป็นการละเลยมาตรการความปลอดภัย
สำหรับบทลงโทษต่อคู่สัญญายืนยันว่า ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีที่เน้นย้ำให้หาผู้รับผิดชอบอย่างถึงที่สุด เนื่องจาก รฟท. เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ อำนาจการบอกเลิกสัญญาจึงเป็นของคณะกรรมการ (บอร์ด) โดย รฟท.เตรียมนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการกฎหมาย และเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท. ในวันที่ 29 ม.ค.69 นี้ เพื่อพิจารณาข้อสรุปในการยกเลิกสัญญากับ ITD อย่างเป็นทางการ
“เราทราบแล้วว่าความผิดพลาดเกิดจากตรงไหน ในสัญญาบอกชัดว่าคุณต้องแจ้งสถานีก่อนหน้า แต่ไซต์งานกลับไม่แจ้ง นี่คือประเด็นสำคัญที่ต้องถูกนำไปพิจารณาบอกเลิกสัญญา”
ในส่วนของการขึ้นบัญชีแบล็กลิสต์ เป็นอำนาจของหน่วยงาน คือ รฟท. ซึ่งจะต้องเสนอเรื่องนี้เข้าบอร์ด รฟท.พิจารณาก่อน หลังจากทราบผลก็จะเสนอเรื่องไปยังกรมบัญชีกลางเพื่อดำเนินการขึ้นบัญชีแบล็กลิสต์ผู้รับเหมา โดยเรื่องนี้ทราบว่าทางกรมบัญชีกลางอยู่ในขั้นตอนพิจารณารายละเอียดเรื่องของสมุดพก ซึ่งจะแล้วเสร็จในสิ้นเดือนม.ค.นี้ ดังนั้นน่าจะได้เห็นแนวทางการดำเนินการ
นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม (หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทางหลวง) เป็นประธานกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของทั้ง 2 กรณี เผยว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเครนก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง สัญญาที่ 3 – 4 ช่วงลำตะคอง – สีคิ้ว และช่วงกุดจิก – โคกกรวด โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย – จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร – นครราชสีมา ตกทับขบวนรถไฟ
โดยได้ตรวจสอบข้อมูลภาพถ่าย ขั้นตอนวิธีการทำงาน (Method Statement) และแบบแปลนก่อสร้าง พบว่าวัตถุที่ตกลงมากระแทกกับรถไฟ และหลงเหลืออยู่ด้านล่าง เป็นชิ้นส่วนของฐานรองรับด้านหน้าของเครน (Front Support) สอดคล้องกับสภาพบริเวณคานรองรับด้านบนที่มีร่องรอยการติดตั้ง Front Support ก่อนที่ชิ้นส่วนดังกล่าวจะร่วงหล่นลงมาด้านล่าง และที่บริเวณคานรองรับไม่มีสลักเกลียวกำลังสูง (PT-Bar) ซึ่งทำหน้าที่ยึดอุปกรณ์ Front Support เข้ากับคานรองรับหลงเหลืออยู่
จึงสันนิษฐานได้ว่าสาเหตุเกิดจาก "การสูญเสียเสถียรภาพของฐานรองรับด้านหน้า (Front Support) ของเครนเอียงล้ม ซึ่งอาจเป็นผลมาจากสลักเกลียวกำลังสูง (PT-Bar) ที่ใช้ในการยึดฐานรองเครน (Tied-down) ขาด ขณะที่อยู่ระหว่างการเคลื่อนเครน (Launching) ส่งผลให้ Front Support ล้มเอน และตกลงมากระแทกขบวนรถไฟด้านล่าง ซึ่งระหว่างการทำงานของเครนดังกล่าว”
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์วันที่ 14 ม.ค.2569 ในไซต์งานก่อสร้างของ รฟท. ที่อำเภอสีคิ้ว เบื้องต้นพบความบกพร่องชัดเจนในส่วนของมาตรการความปลอดภัยตามที่ระบุไว้ในสัญญา เพราะเมื่อตรวจสอบบันทึกการสื่อสารกลับไม่พบปรากฏหลักฐานการวิทยุแจ้งจากไซต์งานไปยังสถานี เพื่อให้หยุดรถแต่อย่างใด ส่งผลให้ขบวนรถไฟเคลื่อนที่เข้าสู่พื้นที่ก่อสร้างจนเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง
สำหรับข้อกำหนดในสัญญาระหว่าง รฟท.และผู้รับเหมา (บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ระบุชัดเจนว่า ในขณะที่มีการทำงานในไซต์งานก่อสร้าง หากมีขบวนรถไฟเคลื่อนที่ผ่าน ผู้รับเหมาต้องใช้วิทยุสื่อสารแจ้งไปยังสถานีก่อนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 วัน หรือสูงสุดไม่เกิน 7 วัน เพื่อขอระงับการเดินรถชั่วคราว ให้รถไฟหยุดรอจนกว่าไซต์งานจะเคลียร์พื้นที่เสร็จสิ้น
“ตอนนี้ได้สั่งหยุดงานทุกสัญญาของโครงการก่อสร้างรถไฟไทย-จีนเป็นเวลา 15 วันเพื่อตรวจสอบความปลอดภัย และได้สั่งหยุดงานก่อสร้างส่วนของสัญญา 3 – 4 ที่เกิดเหตุจนกว่าจะสืบสวนข้อเท็จจริงแล้วเสร็จ”
สำหรับสัญญา 3 – 4 ช่วงลำตะคอง – สีคิ้ว และช่วงกุดจิก – โคกกรวด สถานะการก่อสร้างปัจจุบันอยู่ที่ 99.5% ระยะทางอีก 900 เมตรก็จะก่อสร้างแล้วเสร็จตามสัญญา ดังนั้นหากมีการยกเลิกสัญญากับ ITD ก็จำเป็นต้องมาพิจารณาเรื่องทรัพย์สินที่ดำเนินการก่อสร้างเสร็จแล้วจะรับมอบงานอย่างไร เรื่องนี้ รฟท.จึงกำลังรวบรวมรายละเอียด และหารือร่วมกับคณะอนุกรรมการสัญญา และสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อตีความสัญญาได้ หากมีการบอกเลิกสัญญาได้ ส่วนที่เหลืออีก 900 เมตร ก็ต้องรอผลสรุปเหตุ และหาผู้รับเหมารายใหม่
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





