วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

'ส.อ.ท.' ปฏิวัติ SME ไทย ใช้ AI-ข้อมูล ปลดล็อกทุน ต่อยอดนวัตกรรม

'ส.อ.ท.' ปฏิวัติ SME ไทย ใช้ AI-ข้อมูล ปลดล็อกทุน ต่อยอดนวัตกรรม

บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) จัดเสวนาหัวข้อ “Reinvent Thailand, Rejuvenate SMEs” ระดมสมองและผสานความร่วมมือจากหลากภาคส่วน ทั้งเอกชน การเงิน และภาครัฐ เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวข้ามขีดจำกัดและสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 2569 ที่ผ่านมา

การเสวนาหัวข้อ “พลังโฉม SMEs ไทยไปด้วยกัน” โดย นายสมคิด จิรานันตรัตน์ กรรมการบริษัท Arise By INFINITAS, นายนที สิทธิประสาศน์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน, นายสมบูรณ์ พิทยรังสฤษฎ์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องจักรกล และระบบอัตโนมัติ และนายศาณิต เกษสุวรรณ ผู้อำนวยการ GO TOGETHER มาร่วมถ่ายทอดมุมมองและแนวทางการยกระดับ SME ไทยให้สามารถยืนหยัดและเติบโตได้ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยมีประเด็นสำคัญจากการเสวนา แบ่งเป็น   

นายสมคิด กล่างว่า SME ไทยกำลังเผชิญกับค่าธรรมเนียม (GP) ที่สูงถึง 20-30% เมื่อขายผ่านแพลตฟอร์มต่างชาติ และไม่สามารถสู้ด้วยราคาหรือสเกลได้อีกต่อไป ทางออกคือการสร้าง National Platform ที่เป็นระบบเปิด (Open Platform) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยมีกลยุทธ์สำคัญ 3 ด้าน คือ

1. เปลี่ยนจากคนหาของเป็นของหาคน ใช้ข้อมูลและ AI ในการนำเสนอสินค้าให้ตรงกลุ่มเป้าหมายในเวลาที่ใช่ โดยผ่านแพลตฟอร์มที่มีฐานผู้ใช้อยู่แล้ว เช่น เป๋าตัง หรือ Mobile Banking

2. ลดต้นทุนด้วย ERP แบบ Utility ทั้งนี้ SME ไม่จำเป็นต้องซื้อซอฟต์แวร์ราคาแพงจากต่างประเทศ แต่ควรใช้ซอฟต์แวร์ไทยที่ออกแบบมาตรงความต้องการ โดยใช้ 10 ฟังก์ชัน จาก 15 ฟังก์ชัน แทนที่จะซื้อ 100 ฟังก์ชัน ในลักษณะจ่ายตามการใช้งานจริงเหมือนค่าน้ำค่าไฟ

3. Credit Scoring ปลดล็อกเงินทุน การใช้ข้อมูลการค้าขายจริงมาทำคะแนนเครดิต จะช่วยให้ SME ที่ไม่มีหลักประกัน เช่น ที่ดินหรือโรงงาน สามารถเข้าถึงสินเชื่อจากธนาคารหรือ Virtual Bank ได้ง่ายขึ้น 

"Green Supply Chain" ปลดล็อกพลังงานสะอาด

นายนที กล่าวเน้นย้ำว่า พลังงานสะอาดไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นเงื่อนไขทางการค้าที่ SME ในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของบริษัทใหญ่ถูกบังคับให้ต้องทำเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าต่างประเทศ โดยปัจจุบันต้นทุนโซลาร์เซลล์ลดลงอย่างมากจากหน่วยละ 12 บาท เหลือเพียงประมาณ 2 บาท และศักยภาพพลังงานลมในไทยก็สูงขึ้นด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่

นอกจากนี้ ภาครัฐต้องปลดล็อกระบบสายส่งให้เอกชนเข้าถึง (Third Party Access - TPA) เพื่อให้ SME รายเล็กสามารถซื้อไฟสีเขียวได้โดยตรง และควรมีการอัปเกรดสายส่งให้เป็น Smart Grid เพื่อรองรับพลังงานหมุนเวียนที่เสถียรขึ้น

ยกระดับจากผู้รับจ้างสู่เจ้าของนวัตกรรม

ด้าน นายสมบูรณ์ กล่าวสะท้อนปัญหาว่า SME ไทยมักติดอยู่ในชั้นล่างสุดของอุตสาหกรรม คือเป็นผู้รับจ้างผลิตที่มีกำไร (Margin) ต่ำเพียง 10% แต่ต้องลงทุนเครื่องจักรสูงที่สุด ดังนั้น หากรบในตลาดสินค้า Mass ไม่ชนะ (เช่น แข่งกับจีน) ต้องเปลี่ยนมาจับมือกับเขา หรือยกระดับไปผลิตชิ้นส่วนที่เป็น Module หรือสินค้า Customized ที่มีความซับซ้อนและมีมูลค่าเพิ่มสูงกว่า

อย่างไรก็ตาม SME ต้องนำระบบ Automation, IOT และ ERP มาใช้บริหารจัดการตั้งแต่ตลาดไปจนถึงการผลิต เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งรัฐต้องแก้ไขความลักลั่นด้านภาษี  ที่ยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักรสำเร็จรูป แต่เก็บภาษีชิ้นส่วนที่คนไทยนำมาประกอบเอง และต้องเร่งกระบวนการจดสิทธิบัตรให้รวดเร็วขึ้นเพื่อคุ้มครองนวัตกรรมไทย

โมเดล "พี่ช่วยน้อง" ผ่าน Go Together

ขณะที่ นายศาณิต ได้เสนอแนวทางให้บริษัทใหญ่ทำหน้าที่เป็น "พี่เลี้ยง" ผ่านโครงการ Go Together เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีให้แก่ SME รวมถึงการพา SME เข้าเยี่ยมชมโรงงานจริงเพื่อให้เห็นว่าการปรับตัวสู่โลกดิจิทัลหรือพลังงานสะอาดไม่ใช่เรื่องน่ากลัว

พร้อมสร้างแรงกระเพื่อม โดยมุ่งเน้นไปที่ SME นอกห่วงโซ่อุปทานหลัก เช่น บริษัทขนาด 100-300 ล้านบาท ให้ได้รับรู้และสัมผัสเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น กล้อง AI อัจฉริยะที่สามารถเขียนคำสั่งตรวจสอบความปลอดภัยได้เอง เพื่อไม่ให้ SME เหล่านี้ถอยหลังลงคลอง 

แนวทางการพลิกโฉม SME ไทยให้สำเร็จ ต้องอาศัย "การโฟกัส" ในสิ่งที่ตนเองถนัด ควบคู่ไปกับการใช้ "ข้อมูล" ในการตัดสินใจ การปรับตัวสู่ "เศรษฐกิจสีเขียว" และการมี "พี่เลี้ยง" ที่แข็งแกร่ง เพื่อให้ SME ไทยก้าวข้ามจาก "คนป่วย" สู่การเป็น "ฟันเฟือง" สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาคได้อย่างสง่างาม