“ศุภจี” หารือรัฐมนตรีการค้าระหว่างประเทศแคนาดา บนเวที WEF ดาวอส เร่งผลักดัน FTA ไทย–แคนาดา ควบคู่ ASEAN–Canada ชูไทยศูนย์กลางยุทธศาสตร์ภูมิภาค พร้อมขยายความร่วมมือเกษตร อาหาร เทคโนโลยี และเศรษฐกิจดิจิทัล
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2569 ได้พบหารือกับนายมานินเดอร์ ซิดู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าระหว่างประเทศ ในช่วงการประชุมเวทีเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ครั้งที่ 56 ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อหารือความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนระหว่างไทย และแคนาดาให้มากยิ่งขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ซึ่งความสัมพันธ์ ไทย-แคนาดา มีพลวัตที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้จะครบรอบ 65 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน
การหารือในครั้งนี้ตนได้เน้นย้ำว่า ไทยพร้อมร่วมมือกับแคนาดาในการขับเคลื่อนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้าให้มีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างกันทั้งในระดับภูมิภาค คือ อาเซียน-แคนาดา และระดับทวิภาคี คือ ไทย-แคนาดา
โดยแคนาดาได้แสดงความกระตือรือร้นอย่างชัดเจนในการเร่งรัดกระบวนการเจรจา FTA ไทย-แคนาดา ซึ่งผู้นำของทั้งสองฝ่ายได้เห็นชอบร่วมกันให้ริเริ่มขึ้นในการพบหารือกันในช่วงการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค เมื่อเดือนต.ค.2568 โดยอยากให้การเจรจาแล้วเสร็จภายในปีนี้หากเป็นไปได้ ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสทางการค้า และการลงทุนระหว่างกันให้เพิ่มสูงขึ้น
สำหรับไทยหากสามารถเจรจากับแคนาดาได้สำเร็จจะเป็น FTA แรกที่ไทยทำกับประเทศในทวีปอเมริกาเหนือ และจะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยลดอุปสรรคทางการค้าทั้งภาษี และที่ไม่ใช่ภาษี และยังช่วยเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานระหว่างกัน ส่งเสริมการเป็นประตูการค้าระหว่างภูมิภาคซึ่งกัน และกันอีกด้วย
นางศุภจี กล่าวว่า นอกจากแคนาดาจะเห็นถึงความสำคัญของไทยในฐานะหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจแล้ว ยังเห็นถึงความสำคัญของไทยที่มีทำเลที่ตั้งที่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในภูมิภาค โดยจะมีการเปิดเที่ยวบินตรงระหว่างแวนคูเวอร์-กรุงเทพฯ เพื่อส่งเสริมความเชื่อมโยงที่จะทำให้การเดินทางระหว่างกันสะดวกมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ แคนาดายังสนใจที่จะขยายการค้ากับไทยโดยเฉพาะในเรื่องสินค้าเกษตรและเนื้อสัตว์ด้วย ซึ่งไทยเองก็พร้อมที่จะส่งออกสินค้าเกษตร และผลิตภัณฑ์อาหารให้กับแคนาดา อาทิ ข้าว ไก่ปรุงสุก อาหารสัตว์เลี้ยง ซอส และอาหารทะเลแปรรูป
รวมทั้งเห็นว่าทั้งสองประเทศสามารถต่อยอดความร่วมมือจากจุดแข็งของแต่ละฝ่าย เช่น วัตถุดิบ เทคโนโลยี ที่ตั้ง และโลจิสติกส์ รวมถึงพิจารณาความร่วมมือด้านอาหารเพื่อขยายตลาดไปยังประเทศที่สาม อีกทั้งสองฝ่ายยังมีศักยภาพในการพัฒนาความร่วมมือในสาขาที่มีความสนใจร่วมกัน เพื่อสนับสนุนการขยายการค้า และการลงทุนระหว่างกัน
โดยเฉพาะในสาขาที่แคนาดามีความโดดเด่นด้านนวัตกรรม และเทคโนโลยี อาทิ เกษตร และอาหาร พลังงานสะอาด ยานยนต์ อุตสาหกรรมการบินและอวกาศ อิเล็กทรอนิกส์ และดิจิทัลเทคโนโลยี
นางศุภจี กล่าวว่า แคนาดายังให้ความสนใจเรื่องความร่วมมือภายใต้กรอบความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียน (Digital Economy Framework Agreement: DEFA) ที่จะช่วยสร้างมาตรฐาน และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคอาเซียน และเป็นฐานสำคัญในการส่งเสริมการค้า และการลงทุนดิจิทัล การสร้างความครอบคลุม และการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ
ควบคู่กับการเสริมสร้างธรรมาภิบาลด้านดิจิทัล (digital governance) ซึ่งการพัฒนาไปสู่ระบบดิจิทัล (digitalization) ในหลายด้านนี้ จะช่วยสนับสนุน SMEs อีกทั้งจะส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (sustainability) อีกด้วย
ในปี 2567 การค้ารวมของไทย และแคนาดา มีมูลค่า 3,223.85 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ร้อยละ 9.88 โดยไทยส่งออกไปยังแคนาดามูลค่า 2,133.69 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ร้อยละ 12.07 สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป เหล็ก เหล็กกล้า และผลิตภัณฑ์ เครื่องคอมพิวเตอร์อุปกรณ์ และส่วนประกอบ ข้าว ผลิตภัณฑ์ยาง ขณะที่ไทยนำเข้าจากแคนาดามูลค่า 1,090.16 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 5.83% จากปี 2566 สินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ แผงวงจรไฟฟ้า พืช และผลิตภัณฑ์จากพืช ปุ๋ย และยากำจัดศัตรูพืช และสัตว์ เครื่องจักรกล และส่วนประกอบ และเยื่อกระดาษ และเศษกระดาษ
ทั้งนี้ ในช่วง 11 เดือน (ม.ค. – พ.ย.) ของปี 2568 การค้ารวมของไทย และแคนาดา มีมูลค่า 3,577.68 ล้านดอลลาร์ เป็นการส่งออก 2,339.39 ล้านดอลลาร์ และเป็นการนำเข้า 1,238.29 ล้านดอลลาร์ โดยไทยเป็นฝ่ายเกินดุลการค้า 1,101.10 ล้านดอลลาร์
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





