นักวิชาการ ม.ธรรมศาสตร์ เชื่อกำกับ Finfluencer ช่วยลดความเสี่ยงนักลงทุนถูกชี้นำด้วยข้อมูลที่ผิดได้ เสนอ ก.ล.ต.คุมเว็บบอร์ด-พฤติกรรมเปิดพอร์ตโชว์กำไรหุ้น
ศ.ดร.อาณัติ ลีมัคเดช อาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า การที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ประกาศว่ามีแผนจะกำกับดูแลกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ด้านการเงินและการลงทุน (Finfluencer) ในปี 2569
ส่วนตัวเชื่อว่าจะเป็นการประยุกต์จากหลักการเดิมที่มีอยู่แล้วแต่จะทำให้มีความชัดเจนขึ้น เพื่อแยกแยะบทบาทอย่างชัดเจนระหว่างการให้ข้อมูลข้อเท็จจริง กับการให้คำแนะนำเพื่อการลงทุน ซึ่งจะช่วยให้นักลงทุนรู้เท่าทันข้อมูล ลดความเสี่ยงจากการเข้าซื้อสินทรัพย์ในช่วงที่ราคาสูงและเกิดพฤติกรรมที่เรียกว่าติดดอยอันเป็นผลจากคำแนะนำของ Finfluencer
ทั้งนี้ ปัจจุบันการวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปที่ไม่ได้เจาะจงให้เกิดการซื้อหรือขาย รวมถึงไม่ได้มีการรับเงินเพื่อโฆษณาเกี่ยวกับการลงทุนจะไม่ต้องใช้ใบอนุญาต ส่วนการรับเงินมาเพื่อแนะนำการลงทุนหรือฟันธงเพื่อให้เกิดการซื้อขายหุ้นแก่สาธารณะ กรณีนี้ต้องได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ส่วนตัวเชื่อว่าแผนการกำกับ Finfluencer น่าจะยังคงอยู่ในหลักการนี้ และคงไม่ถึงกับให้ Finfluencer ต้องมาสอบเพื่อทำใบอนุญาตใหม่
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่าสนใจควบคู่กันไปคือในกลุ่มที่กฎเกณฑ์การกำกับควบคุมไปไม่ถึง ได้แก่ กลุ่มคนที่ให้ข้อมูลอยู่ตามเว็บบอร์ด เช่น Pantip ฯลฯ ซึ่งไม่ได้ถูกนับเป็น Finfluencer แต่ก็มีการแนะนำหุ้น หรือการลงทุน และอาจจะมีผลประโยชน์เบื้องหลัง
รวมถึงกลุ่มคนที่อ้างว่าไม่มีผลประโยชน์เบื้องหลังและใช้การเปิดพอร์ตหุ้นให้ดูว่าได้กำไรจากหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง ซึ่งยังไม่ถูกขายออก และอาจสร้างความฮือฮาจนเป็นกระแสและมีคนซื้อตาม โดยถ้าเป็นการแบ่งปันข้อมูลกันอย่างถูกต้องก็ไม่มีอะไร แต่ถ้ามีผลประโยชน์เบื้องหลัง โดยจุดกระแสผ่านเว็บบอร์ดจนมีคนซื้อตาม และทำให้ราคาหุ้นดีดขึ้นสูง แบบกรณีหุ้น GameStop ของสหรัฐอเมริกา อันนี้ก็เป็นเรื่องที่น่ากังวล และเป็นการบิดเบือนตลาดด้วย
“เกณฑ์ของ ก.ล.ต.วันนี้ยังไม่ได้ครอบคลุมเข้าไปถึงเว็บบอร์ด หรือกระทั่งห้องแชตกลุ่มไลน์ หรือแอปพลิเคชันเทรดหุ้นบางแอปฯ ที่เป็นเหมือน Social investing"
ทั้งนี้ ถ้ามองจากกรณี GameStop ก็เป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในประเทศไทยได้ และเชื่อว่าเป็นการได้เปรียบเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัดในการที่นักลงทุนมีการนำพอร์ตมาโชว์ ดังนั้น ในประเด็นเหล่านี้ควรจะมีควบคุมในระดับหนึ่งด้วย เพราะคนที่โชว์พอร์ตส่วนใหญ่โชว์แต่ตอนที่ได้กำไร แต่ถ้าจะให้เกิดความโปร่งใสคือเปิดหมดทั้งที่ได้กำไรและเสีย แต่ก็ไม่ใช่คุมจนขยับตัวไม่ได้เลย





