“ศุลกากร” รุกปรับบทบาทหนุนการค้า ลุยแก้กฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค พร้อมปกป้องผลประโยชน์ประเทศ รื้อเกณฑ์เขตปลอดอากร เพิ่มเงื่อนไข Local Content ดึงเม็ดเงินเข้าระบบ โชว์ผลงาน Quick-Win จัดเก็บอากรนำเข้าสินค้าตั้งแต่บาทแรก โกยรายได้ทะลุ 300 ล้านบาท
วันที่ 22 ม.ค.2569 นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดวิสัยทัศน์ในงานเสวนา "กรมศุลกากรมิติใหม่ ร่วมคิดร่วมทำ ยกระดับนำเข้า-ส่งออก สู่ผลลัพธ์แบบ Quick-Win" ณ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยย้ำชัดถึงภารกิจสำคัญในการเปลี่ยนผ่านบทบาทของ กรมศุลกากร จากเดิมที่เป็นเพียงผู้กำกับดูแล (Regulator) และผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) ไปสู่การเป็นผู้ที่ทำให้การค้าเกิดขึ้นได้จริง (Trade Enabler)
นายพันธ์ทอง กล่าวว่า แนวทางในการขับเคลื่อนกรมศุลกากรยุคใหม่ คือการปรับ Mindset ให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรทั่วประเทศให้มองในมุมมองแบบผู้ประกอบการ เพื่อเข้าอกเข้าใจภาคธุรกิจมากขึ้น เนื่องจากรายได้ของกรมฯ จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากการค้าหยุดชะงักจากกฎระเบียบที่ล้าสมัย
"หากเรายังใช้กฎระเบียบไปห้ามจนธุรกิจเดินไม่ได้ การลงทุนก็จะไม่เกิด หน้าที่ของเราคือช่วยคิดและทำให้มันเกิดขึ้นจริง" นายพันธ์ทอง กล่าว
ทั้งนี้ ภารกิจเร่งด่วนที่กรมฯ กำลังดำเนินการ คือการปรับปรุง พ.ร.บ. ศุลกากร ซึ่งใช้งานมาตั้งแต่ พ.ศ. 2469 หรือเกือบ 100 ปี ให้มีความทันสมัยและสอดรับกับพลวัตการค้ายุคดิจิทัลมากขึ้น
นายพันธ์ทอง กล่าวว่า เบื้องต้นได้เริ่มดำเนินการปรับแก้กฎระเบียบที่สามารถทำได้ภายใต้อำนาจของอธิบดีแล้ว ทั้งการลดขั้นตอนการทำเอกสาร โดยเฉพาะการถ่ายลำสินค้า (Transshipment) ที่ให้ใช้ข้อมูลจากบัญชีสินค้าในระบบแทนการทำใบขนสินค้าใหม่ แม้จะพบปัญหาทางเทคนิคบ้างในช่วงแรก แต่ได้สั่งการให้ลดความเข้มงวดของระบบลงเพื่อให้การทำงานลื่นไหล
นอกจากนี้ กรมศุลกากร ได้ดำเนินการปลดล็อกข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มความยืดหยุ่นให้ภาคธุรกิจ ได้แก่
1.) การอนุญาตให้เปลี่ยนโหมดการขนส่งระหว่างทางได้ เช่น กรณีการส่งออกทางระนองที่เดิมติดปัญหาเส้นทางรถไฟเข้าไม่ถึง กรมฯ ได้อนุญาตให้เปลี่ยนจากรถไฟเป็นรถบรรทุกที่ จ.ชุมพร เพื่อส่งต่อไปยังระนองได้ทันที
2.) การปรับรูปแบบการเดินเรือให้มีความคล่องตัวเหมือนรถเมล์ที่สามารถแวะรับตู้สินค้าตามท่าเรือระหว่างทางได้ เช่น แหลมฉบัง-กรุงเทพฯ เพื่อสร้างการประหยัดต่อขนาด (Economy of Scale) พร้อมยกเลิกการตรวจสอบสินค้าซ้ำซ้อนหากผ่านการตรวจสอบจากต้นทางแล้ว
อุดรอยรั่วภาษี Free Zone
นอกจากนี้ กรมฯ อยู่ระหว่างการหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องในการเสนอปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการใช้สิทธิประโยชน์ในเขตปลอดอากรหรือ Free Zone ใหม่ โดยจะมีการกำหนดเกณฑ์การใช้สัดส่วนวัตถุดิบหรือแรงงานในประเทศ หรือ Local Content เข้ามาเป็นเงื่อนไขสำคัญ จากเดิมที่เกณฑ์ เพื่อให้มั่นใจว่าการจัดตั้งเขตปลอดอากรจะช่วยสร้างประโยชน์ให้แก่เศรษฐกิจไทยอย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นเพียงสถานที่สำหรับนำเข้าสินค้าสำเร็จรูปจากต่างประเทศมาพักไว้เพื่อรอส่งขายต่อโดยไม่มีการสร้างมูลค่าเพิ่มในไทย
“อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้เป็นเรื่องนโยบายระยะยาวที่ต้องหารือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและนำเสนอต่อรัฐบาลเพื่อออกเป็นกฎกระทรวงต่อไป”
นายพันธ์ทอง กล่าวว่า กรมฯ เตรียมปรับปรุงเกณฑ์การระงับคดีและการเพิ่มค่าปรับ โดยเฉพาะสินค้ากลุ่ม บุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันประสบปัญหาของกลางล้นคลังและไม่มีงบประมาณในการทำลาย กรมฯ จึงมีแนวคิดเปลี่ยนการคำนวณค่าปรับจากการประเมินตามมูลค่าสินค้า มาเป็นการปรับต่อชิ้น เพื่อลดปัญหาการใช้ดุลพินิจเจ้าหน้าที่และการสำแดงราคาต่ำกว่าความเป็นจริง
ขณะเดียวกัน กรมฯ ยังเตรียมเปิดตัวระบบประกันภัยเพื่อใช้ค้ำประกันตู้สินค้าแทนการวางเงินสด ซึ่งจะช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินและลดภาระต้นทุนให้กับผู้ประกอบการได้มหาศาล
โกยภาษีนำเข้ากว่า 300 ล้าน
นายพันธ์ทอง กล่าวต่อว่า ภายหลังเริ่มมาตรการเก็บอากรนำเข้า สำหรับสินค้านำเข้าที่มีราคาตั้งแต่บาทแรก พบว่าในช่วง 20 วันแรกของเดือน ม.ค. สามารถจัดเก็บรายได้เข้ารัฐได้แล้วกว่า 300 ล้านบาท ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) โดยคาดว่าทั้งปีจะช่วยให้รัฐจัดเก็บภาษีศุลกากรได้เพิ่มราว 4,800 ล้านบาท ซึ่งมาตรการนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มรายได้ให้ภาครัฐ แต่หัวใจสำคัญคือการสร้างสภาวะแวดล้อมการแข่งขันที่เป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการ SMEs ไทย และอุดช่องโหว่การสำแดงราคาเท็จจากสินค้านำเข้าข้ามชาติ ซึ่งเป็นประเด็นที่ภาคธุรกิจไทยเรียกร้องมาอย่างยาวนาน
นายพันธ์ทอง ย้ำในช่วงท้ายว่า การพลิกโฉมกรมศุลกากรสู่การเป็นผู้สร้างโอกาสทางการค้านั้น หัวใจสำคัญคือการช่วยให้ภาคเอกชนประกอบธุรกิจได้คล่องตัวที่สุด เพราะหากฟันเฟืองเศรษฐกิจสามารถขับเคลื่อนไปได้ รัฐก็จะสามารถจัดเก็บรายได้กลับคืนมาในรูปแบบภาษีได้อย่างยั่งยืน
หน้าที่ของกรมฯ ในปี 2569 นี้จึงเป็นการเร่งขจัดข้อจำกัดทางกฎหมายและระเบียบที่ล้าสมัยให้หมดไป เพื่อเปลี่ยนจากอุปสรรคให้กลายเป็นโอกาสในการเติบโตของประเทศ





