วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

“พาณิชย์”แจ้งข่าวดี แบงก์ชาติเมียนมาลดแลกเงินเป็นจ๊าตเหลือ 15% ส่งผลดีส่งออกไทย

“พาณิชย์”แจ้งข่าวดี  แบงก์ชาติเมียนมาลดแลกเงินเป็นจ๊าตเหลือ 15% ส่งผลดีส่งออกไทย

กรมการค้าต่างประเทศ  เผย  ธนาคารกลางเมียนมาลดสัดส่วนแลกเงินส่งออกเป็นจ๊าต เหลือ 15%  จาก 75 : 25 เป็น 85 : 15 มีผล 1 ม.ค. 2569  ช่วยให้ผู้ส่งออกสามารถบริหารรายได้จากการส่งออกได้คล่องตัวขึ้น ลดแรงกดดันจากการต้องแลกผ่านอัตราทางการในสัดส่วนเดิม  หนุนสภาพคล่องภาคธุรกิจ

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์  เปิดเผยว่า ธนาคารกลางเมียนมา (Central Bank of Myanmar: CBM) ออกประกาศ ที่ 2/2026 ลงวันที่ 7 ม.ค. 2569 ปรับลดสัดส่วนการแลกเปลี่ยนรายได้จากการส่งออกเป็นเงินจ๊าต จากเดิม 25% เหลือ 15% ส่งผลให้ผู้ส่งออกสามารถแลกเปลี่ยนรายได้ผ่านอัตราตลาดออนไลน์ (Online rate) ได้มากขึ้น และลดภาระการแลกผ่านอัตราทางการ (Official rate)

โดยมาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569 เป็นต้นไป ซึ่งที่ผ่านมาเมียนมามีการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศอย่างเข้มงวด ส่งผลให้ผู้ส่งออกต้องแบกรับต้นทุนจากส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างอัตราทางการและอัตราตลาดส่งผลกระทบต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจ

ปัจจุบัน อัตราแลกเปลี่ยนเงินจ๊าตต่อดอลลาร์ จริงในท้องตลาดอยู่ที่ประมาณ 4,400.00 จ๊าตต่อดอลลาร์ แต่อัตราแลกเปลี่ยนอย่างเป็นทางการของ CBM อยู่ที่ 2,100.00 จ๊าตต่อดอลลาร์  (ข้อมูล ณ เดือนธันวาคม 2568) ซึ่งการปรับลด Export Earning Ratio ของเมียนมาเป็นสัญญาณเชิงบวกที่ช่วยสนับสนุนการค้าชายแดนไทย - เมียนมา ในด้านต้นทุน สภาพคล่อง และความเชื่อมั่นให้เพิ่มมากขึ้น

“พาณิชย์”แจ้งข่าวดี  แบงก์ชาติเมียนมาลดแลกเงินเป็นจ๊าตเหลือ 15% ส่งผลดีส่งออกไทย

นางอารดา กล่าวว่า  อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการค้าไทย - เมียนมายังมีอีกหลายปัจจัยทั้งสถานการณ์การเลือกตั้งและการเมืองภายในประเทศเมียนมา มาตรการกำกับดูแลความมั่นคงชายแดนทั้งไทยและเมียนมา มาตรการทางเศรษฐกิจ อาทิ มาตรการ Import License การห้ามนำเข้าสินค้าหลายประเภท โดยเฉพาะเครื่องดื่ม นมข้น สบู่ ยาสีฟัน รถยนต์ และปูนซีเมนต์ การปิดด่านชายแดนต่าง ๆ อาทิ พญาตองซู - เจดีย์สามองค์ เมียวดี - แม่สอด ล้วนส่งผลกระทบต่อการค้าไทย - เมียนมา อย่างมาก และไทยจำเป็นต้องติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด

โดยเฉพาะบรรยากาศและการยอมรับการเลือกตั้งครั้งใหม่ของเมียนมาว่าจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือการปรับปรุงนโยบายเศรษฐกิจการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านรวมทั้งไทยอย่างไรเพื่อให้เกิดการปรับตัวได้อย่างทันท่วงที

นางอารดา กล่าวว่า ผู้ประกอบการไทยควรติดตามแนวปฏิบัติของธนาคารพาณิชย์และผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องในเมียนมาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดำเนินธุรกรรมเป็นไปอย่างถูกต้องและราบรื่น ซึ่งกรมฯ คาดหวังว่าในระยะต่อไป เมียนมาจะทยอยปรับสัดส่วนไปสู่ 100 : 0 และให้อัตราตลาดออนไลน์ (Online rate) มีความใกล้เคียงกับอัตราตลาด (Market rate) มากยิ่งขึ้นซึ่งจะเป็นผลดีต่อบรรยากาศการค้า ไทย - เมียนมา และความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ

โดยกรมจะติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง และจะแจ้งข้อมูลให้ภาคเอกชนทราบทันทีเมื่อมีความชัดเจนเพิ่มเติม