วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม 2569

Login
Login

ท่าเรือระนองประตูสู่เศรษฐกิจ BIMSTEC มูลค่า 3.5 ล้านดอลลาร์-ประชากร1.5 พันล้านคน

ท่าเรือระนองประตูสู่เศรษฐกิจ BIMSTEC มูลค่า 3.5 ล้านดอลลาร์-ประชากร1.5 พันล้านคน

ความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความรวมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ (Bay of Bengal Initiative for Multi-Sectoral Technical and Economic Cooperation-BIMSTEC) คือกรอบความร่วมมือที่มีความใกล้ชิดมากที่สุด กับประเทศไทย ทั้งในมิติ ภูมิศาสตร์ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ภาษา และศาสนา

BIMSTEC คือตลาดขนาดใหญ่ของประชากรขนาด 1.5 พันล้านคน มีขนาดเศรษฐกิจที่มีมูลค่ารวมสูงมากกว่า 3.5 ล้านล้านดอลลาร์ และมีอัตราการเจริญเติบโตทาง เศรษฐกิจในระดับสูง (Emerging Economies)

ข้อมูลจาก การท่าเรือแห่งประเทศไทย ระบุถึง ความร่วมมือระหว่าง ท่าเรือระนองของไทย และ ท่าเรือจิตตะกอง (จัตโทแกรม) ของบังกลาเทศ ภายใต้กรอบความร่วมมือ BIMSTEC กลายเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่น่าจับตามองในเวทีโลจิสติกส์ระดับภูมิภาค การจับคู่ 2 ท่าเรือหลักนี้ไม่เพียงช่วยเสริมศักยภาพการค้าระหว่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ แต่ยังตอกย้ำบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางการขนส่งทางทะเลฝั่งอันดามัน และถือเป็นโอกาสทองที่จะขับเคลื่อนการค้าและเชื่อมโยงเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ

ท่าเรือระนอง: ประตูยุทธศาสตร์ฝั่งอันดามันของไทย ‘ท่าเรือระนอง’ ตั้งอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ฝั่งทะเลอันดามัน รองรับการขนส่งตู้สินค้าตามมาตรฐานสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อมโยงสินค้าสู่มหาสมุทรอินเดียและอ่าวเบงกอล โดยไม่ต้องผ่านช่องแคบมะละกา ทำให้ลดระยะทางและเวลาในการขนส่งได้อย่างชัดเจน

เพื่อรองรับบทบาทศูนย์กลางโลจิสติกส์ ‘การท่าเรือแห่งประเทศไทย’ จึงได้เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การจัดหาเครนและเครื่องมือทุ่นแรงเพิ่มเติม ปรับปรุงคลังสินค้าและท่าเทียบเรือ เพื่อให้ท่าเรือระนองมีความพร้อมในการรองรับปริมาณสินค้าที่จะเติบโตในอนาคต ซึ่งช่วยเสริมศักยภาพการแข่งขันของไทยในภูมิภาค

เส้นทางใหม่ระหว่าง ‘ท่าเรือระนอง-จิตตะกอง’ จะช่วยให้สินค้าศักยภาพสูงของไทยเข้าถึงตลาดบังกลาเทศได้อย่างรวดเร็ว เช่น สินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป โดยเฉพาะบะหมี่สำเร็จรูป ผลไม้สดและแปรรูป อาหารฮาลาล ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องจักร และบริการด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ซึ่งไทยมีความได้เปรียบด้านเทคโนโลยีและราคา การพัฒนา ‘ท่าเรือระนอง’ จึงเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางการขนส่งทางทะเลฝั่งอันดามัน

ท่าเรือจิตตะกอง: หัวใจเศรษฐกิจบังกลาเทศ ฝั่งบังกลาเทศ ‘ท่าเรือจิตตะกอง’ หรือท่าเรือจัตโทแกรม เป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ และถือเป็นศูนย์กลางการค้าสำคัญ ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำกรรณผลี รองรับปริมาณการค้าระหว่างประเทศสูงถึง 90% ของบังกลาเทศ

ท่าเรือแห่งนี้เป็นจุดเชื่อมสำคัญให้สินค้าบังกลาเทศเข้าสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ซึ่งบังกลาเทศเป็นผู้ส่งออกอันดับ 2 ของโลก ผลิตภัณฑ์เครื่องหนังและรองเท้า สินค้าประมง เช่น กุ้งและปลาแช่แข็ง ยารักษาโรคและเวชภัณฑ์ รวมถึงเศษเหล็กจากอุตสาหกรรม Ship Breaking ที่บังกลาเทศถือเป็นหนึ่งในผู้นำโลก

       การเชื่อมโยงกับ ‘ท่าเรือระนอง’ ช่วยลดเวลาและต้นทุนการขนส่งจาก 7–15 วัน เหลือเพียง 3–5 วัน ทำให้ไทยและบังกลาเทศขยายการค้า เพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ และเชื่อมโยงกลุ่มประเทศ BIMSTEC ได้อย่างรวดเร็ว

ความร่วมมือระหว่าง ‘ท่าเรือระนอง’ และ ‘ท่าเรือจิตตะกอง’ ถือเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการค้าไทยสู่มหาสมุทรอินเดียและประเทศสมาชิก BIMSTEC อย่างเป็นระบบ ซึ่งการจับคู่ 2 ท่าเรือนี้ จึงเป็น ‘โอกาสทองแห่งการเติบโต’ ที่สร้างประโยชน์ร่วมแก่ทุกภาคส่วน ช่วยขยายตลาด ลดต้นทุน เพิ่มศักยภาพการแข่งขันในเวทีระดับโลก และพร้อมผลักดันให้ ‘ท่าเรือระนอง’ ก้าวขึ้นเป็น Gateway Port ที่เชื่อมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับเอเชียใต้ได้อย่างมั่นคงต่อไป