วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

‘เอกนิติ’ โชว์เวทีดาวอส ย้ำไทยเป็นกลางบนศึก ‘ภูมิรัฐศาสตร์’

‘เอกนิติ’ โชว์เวทีดาวอส ย้ำไทยเป็นกลางบนศึก ‘ภูมิรัฐศาสตร์’

“เอกนิติ” ลุยดาวอส ประกาศยุทธศาสตร์ “New Growth Pathways” ชูจุดแข็งความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์ ดึงนักลงทุนทั่วโลกใช้ไทยเป็นฐานการผลิต ชู 4 อุตสาหกรรม เป้าหมาย สมาร์ตอิเล็กทรอนิกส์ อาหาร อีวี และเวลเนส

การประชุม World Economic Forum (WEF) ประจำปี 2026 ณ เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส ระหว่างวันที่ 19-23 ม.ค.2569 เป็นเวทีแสดงบทบาทครั้งสำคัญของไทย นำโดย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หัวหน้าคณะทีมไทยแลนด์ 

พร้อมด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ และผู้บริหารภาคธุรกิจไทย เพื่อส่งสัญญาณชัดเจนถึง ประชาคมโลก ว่า ไทยพร้อมแล้วสำหรับการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ของอาเซียน

นายเอกนิติ ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ระหว่างการเข้าร่วมเวทีดังกล่าวถึงประเด็นที่ได้นำเสนอวิสัยทัศน์ในเวที “New Growth Pathways in ASEAN” โดยระบุว่าท่ามกลางพายุความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลก และไทยกลาย “Safe Haven” ของนักลงทุน ด้วยจุดแข็งในความเป็นกลางทา ภูมิรัฐศาสตร์ที่เอื้อต่อการเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกไปทั้งจีน สหรัฐ และยุโรป 

สะท้อนได้จากตัวเลขคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่เติบโตแบบก้าวกระโดดกว่า 90% ในปีที่ผ่านมา

“ประเทศไทยมีความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์ จึงทำให้ไทย และอาเซียนมีความแข็งแกร่ง ท่ามกลางวิกฤติของการเมืองโลก เขามองอาเซียนเป็นแหล่งของโอกาส” นายเอกนิติ กล่าว

สำหรับโอกาสการลงทุนให้น้ำหนักใน 4 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ที่ไทยมีความโดดเด่น และนักลงทุนให้ความสนใจเป็นพิเศษ ได้แก่ 

1.) Smart Electronics อุตสาหกรรมแผ่นวงจรพิมพ์ (PCB) ที่ปัจจุบันมีการลงทุนกว่า 200 โครงการ มูลค่าสูงถึง 300,000 ล้านบาท 

2.) อุตสาหกรรมอาหาร และชีวภาพซึ่งมีโอกาสอีกมากในการต่อยอดฐานเกษตรกรรมต้นน้ำ ไปสู่อาหารสัตว์เลี้ยง และ Bio-solutions 

3.) ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ประเทศไทยมีความเข้มแข็งของอุตสาหกรรมยานยนต์เดิม และยังมีการสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านก้าวสู่ศูนย์กลางอีวีภูมิภาค

4.) Wellness Services การบริการด้านสุขภาพ การใช้ Soft Power ด้านสาธารณสุขสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ

รวมทั้งล่าสุดได้มีการหารือ UpLink บริษัทลูกด้านการโปรโมทสตาร์ตอัปของ WEF ในการร่วมจัดอีเวนต์เพื่อร่วมแสดงศักยภาพของสตาร์ตอัปไทย โดยเฉพาะใน 4 อุตสาหกรรมเป้าหมายที่กล่าวถึงข้างต้น

เร่งสปีดพลังงานสะอาด และทักษะคน

อย่างไรก็ตาม นายเอกนิติ ยอมรับว่าแม้ไทยจะเป็นที่สนใจของนักลงทุน แต่ก็ยังมีโจทย์ใหญ่ที่ต้องเร่งแก้ไขเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน ประกอบด้วย 

1.Green Electricity ที่จะต้องเร่งลงทุนพลังงานสะอาดเพื่อรับมือกฎระเบียบมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) ของสหภาพยุโรป

2.UpSkill/ReSkill ยกระดับทักษะกำลังแรงงานไทย ด้วยดิจิทัล และเอไอ เพื่อสู้กับคู่แข่งอย่างเวียดนาม

3.เร่งเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) โดยเฉพาะกับสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งปัจจุบันไทยยังมีเพียง 17 ประเทศ ซึ่งถือว่ายังน้อยเกินไป

4.การปรับปรุงกฎ กติกา ที่เคยเป็นอุปสรรค เพื่ออำนวยความสะดวกให้การเข้ามาลงทุนทำได้ง่ายขึ้น 

ชู “สระบุรีโมเดล” สู่เวทีโลก

นายเอกนิติ กล่าวว่า ท่ามกลางเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุตสาหกรรมไปสู่พลังงานสะอาดตามเทรนด์ของโลกนั้น ไทยได้มีการนำเสนอ “สระบุรีโมเดล” ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐ บริษัท เอสซีจี และชุมชน จังหวัดสระบุรี ที่ตั้งโรงงานซีเมนต์ 

สำหรับโครงการดังกล่าว มีการพัฒนาด้าน ESG อย่างครบวงจร รวมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน ในการผลิตปูนซีเมนต์รักษ์โลก (Green Cement) เพื่อลดคาร์บอนควบคู่ไปกับการสร้างรายได้ให้ท้องถิ่น เป็นตัวอย่างการปรับตัวสู่เศรษฐกิจสีเขียว

ยืนยันการเมืองภายในไม่กระทบลงทุน

นายเอกนิติ กล่าวว่า แม้ปัจจุบันจะเป็นรัฐบาลรักษาการอยู่ระหว่างการเลือกตั้ง แต่อย่างไรก็ดี พื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังคงแข็งแกร่ง ภาคเอกชนเดินหน้าลงทุนต่อเนื่อง ขณะเดียวกันพรรคการเมืองหลายๆ พรรคต่างเห็นพ้องในการให้ความสำคัญ และมุ่งเน้นนโยบายเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อคว้าโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงของโลก และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน

ขณะที่สิ่งที่เห็นวันนี้บนเวที WEF คือ กรอบกติกาโลกเปลี่ยนไปเยอะเพราะความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้กรอบพหุภาคี ไม่ว่าจะเป็นสหประชาชาติ (UN), องค์การการค้าโลก (WTO) หรือองค์การอนามัยโลก (WHO) ในวันนี้เริ่มอ่อนกำลังลง แต่สิ่งหนึ่งที่จะเป็นโอกาสมากเลยคือ อาเซียน” นายเอกนิติ กล่าว

ไทยเพิ่มบทบาทเวทีนานาชาติ

นายเอกนิติ กล่าวว่า บทบาทไทยในเวทีนานาชาติปี 2569 จะมีบทบาทสำคัญในฐานะประธาน Digital Economy Framework Agreement (DEFA) ของอาเซียนเพื่อวางกฎกติกาด้านดิจิทัลและธรรมาภิบาล AI 

รวมถึงการเตรียมเป็นเจ้าภาพประชุมประจำปี IMF-World Bank ในเดือนต.ค.2569 ภายใต้แนวคิด “New Horizons: Empowering People and Building Resilience” เพื่อแสดงศักยภาพการเป็นศูนย์กลางทางการเงินของภูมิภาค

ส่วนวันที่ 20 ม.ค.2569 นายเอกนิติ เข้าหารือนาย Mathias Cormann เลขาธิการองค์การเพื่อความร่วมมือ และการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) เพื่อเร่งกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก ซึ่งจะช่วยยกระดับธรรมาภิบาล และความโปร่งใสของไทยสู่มาตรฐานโลก เพิ่มความเชื่อมั่นในสายตานักลงทุนระยะยาว

ขณะเดียวกันการหารือกับนาย Paul Chan รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังฮ่องกง เมื่อวันที่ 21 ม.ค.2569 ได้หารือความร่วมมือการเชื่อมโยงตลาดเงิน และการดึงกลุ่มทุนฮ่องกงเข้ามาลงทุนในกลุ่มดาต้าเซนเตอร์ โลจิสติกส์ และเทคโนโลยีขั้นสูง

พร้อมกันนี้ได้แลกเปลี่ยนมุมมองกับนาย Christopher J. Elias จาก Gates Foundation ถึงความสำเร็จของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของไทย และการเตรียมความพร้อมรับมือภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขในภูมิภาค

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์