background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 22 มกราคม 2569

Login
Login

พาณิชย์ เผย ปี 68 ต่างชาติลงทุนไทยรวม 3.24 แสนล้านบาท สูงสุดในรอบ 5 ปี

พาณิชย์ เผย ปี 68 ต่างชาติลงทุนไทยรวม 3.24 แสนล้านบาท สูงสุดในรอบ 5 ปี

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผย ปี 68  ต่างชาติลงทุนไทย 1,078 ราย เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 324,148 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ถึง 9.6 หมื่นล้านบาท หรือ 42% สิงคโปร์ ครองแชมป์ลงทุนอันดับหนึ่งทะลุ 1.03 แสนล้านบาท  ตามด้วย ญี่ปุ่น 8.6 หมื่นล้านบาท และจีน 3.5 หมื่นล้านบาท

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เปิดเผยว่า ภาพรวมการลงทุนของชาวต่างชาติปี 2568 ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 5 ปี (2564 - 2568) มูลค่าเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 324,148 ล้านบาท

เมื่อเทียบกับปี 2564 ลงทุนรวม 8.28 หมื่นล้านบาท  ปี 2565 ลงทุนรวม 1.28 แสนล้านบาท ปี 2566 ลงทุนรวม 1.27 แสนล้านบาท และ ปี 2567 ลงทุนรวม 2.28 แสนล้านบาท

นับเป็นข่าวดีที่นักลงทุนชาวต่างชาติมีความเชื่อมั่นในเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และเห็นว่าประเทศไทยเป็นฐานการผลิต และตลาดที่สำคัญในระดับภูมิภาค

ทั้งนี้ในปี 2568 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 จำนวน 1,078 ราย โดยเป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 291 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) 787 ราย

โดยชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

1. ญี่ปุ่น 186 ราย คิดเป็น 17% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 85,688 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ  ธุรกิจบริการทางวิศวกรรม และเทคนิค เช่น การออกแบบชิ้นส่วนยานยนต์ การให้คำปรึกษาทางเทคนิคในการปรับปรุงกระบวนการผลิต เป็นต้น ธุรกิจบริการศูนย์กระจายสินค้าด้วยระบบที่ทันสมัย ธุรกิจบริการพัฒนาซอฟต์แวร์ ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น เครื่องจักร ชิ้นส่วนยานพาหนะ ชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า และชิ้นส่วนโลหะ เป็นต้น

พาณิชย์ เผย ปี 68 ต่างชาติลงทุนไทยรวม 3.24 แสนล้านบาท สูงสุดในรอบ 5 ปี

2. สิงคโปร์ 167 ราย คิดเป็น 15% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 103,399 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจบริการ Data Center, Data Hosting  ธุรกิจบริการสถานีบริการอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานพาหนะไฟฟ้า ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์โลหะ และชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูป Printed Circuit Board ชิ้นส่วนพลาสติก และชิ้นส่วนเครื่องจักร เป็นต้น

3. จีน 152 ราย คิดเป็น 14% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 35,046 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ  ธุรกิจแปรรูปไม้เพื่อการผลิตถ่านกัมมันต์   ธุรกิจบริการออกแบบทางวิศวกรรม จัดหาวัสดุอุปกรณ์ ก่อสร้าง ติดตั้ง และทดสอบระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภคของโรงไฟฟ้าพลังงานลม  ธุรกิจบริการทดสอบทางวิทยาศาสตร์ โดยเป็นการทดสอบชิ้นส่วนของอุปกรณ์ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์   ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ผลิตชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ ผลิตภัณฑ์ และชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูป และเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ เป็นต้น

 4. สหรัฐอเมริกา 148 ราย คิดเป็น 14% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 5,073 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ  ธุรกิจค้าปลีกสินค้า เช่น อิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่ใช้ในอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเครื่องแต่งกาย เป็นต้น ธุรกิจกิจการโฆษณา ธุรกิจบริการออกแบบ พัฒนา ติดตั้ง และบำรุงรักษาซอฟต์แวร์ แพลตฟอร์ม  ธุรกิจบริการรับจ้างผลิต เช่น  เครื่องประดับหรือชิ้นส่วนเครื่องประดับที่ผลิตจากโลหะมีค่า ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำหรับยานยนต์ DC Cable และโลหะผสมสำหรับผลิตเครื่องประดับ เป็นต้น

พาณิชย์ เผย ปี 68 ต่างชาติลงทุนไทยรวม 3.24 แสนล้านบาท สูงสุดในรอบ 5 ปี

5. ฮ่องกง 113 ราย คิดเป็น 10% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 14,869 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ  ธุรกิจบริการออกแบบทางวิศวกรรม จัดหาวัสดุอุปกรณ์ ก่อสร้าง ติดตั้ง และทดสอบระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานลม ธุรกิจบริการโทรคมนาคมแบบที่หนึ่ง  ธุรกิจบริการ Data Center ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น พลาสติกคอมพาวด์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูป และอุปกรณ์สำหรับเครื่องจักร เป็นต้น

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า    การลงทุนของต่างชาติที่เข้ามา ส่วนใหญ่มาจากการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สูงถึง 527 ราย คิดเป็น 49% ของจำนวนการอนุญาตทั้งหมด 1,078 ราย มูลค่าลงทุน 241,869 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นอุตสาหกรรมอนาคต (Future Industries) เช่น เทคโนโลยีขั้นสูง ดิจิทัล AI ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และเกษตรอาหาร

โดยประเภทธุรกิจที่ได้รับอนุญาตผ่านช่องทาง BOI สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1. ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์โลหะ/พลาสติก ชิ้นส่วนยานยนต์ เป็นต้น ซึ่งสนับสนุนการพัฒนา การผลิตที่มีมูลค่าเพิ่มสูง

2. กิจการสนับสนุนการค้า และการลงทุน (TISO) ที่มีส่วนสำคัญในการเพิ่มบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางการลงทุน และโลจิสติกส์ในภูมิภาค

3. ธุรกิจบริการด้านคอมพิวเตอร์ เช่น พัฒนาซอฟต์แวร์ และ Data Center เป็นต้น โดยตรงกับเป้าหมายเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) และการพัฒนา Data Center และ AI Services

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า  สำหรับการลงทุนในจังหวัดพื้นที่ EEC ของนักลงทุนต่างชาติ ปี 2568 มีนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุนในพื้นที่ EEC จำนวน 313 ราย คิดเป็น 29% ของจำนวนนักลงทุนต่างชาติในไทย เพิ่มขึ้นจากปี 2567 จำนวน 12 ราย (4%) (ปี 2568 ลงทุน 313 ราย / ปี 2567 ลงทุน 301 ราย) โดยมีมูลค่าการลงทุนในจังหวัดพื้นที่ EEC 106,461 ล้านบาท คิดเป็น 33% ของเงินลงทุนทั้งหมด

โดยเป็นนักลงทุนจาก จีน 83 ราย ลงทุน 19,263 ล้านบาท ญี่ปุ่น 67 ราย ลงทุน 33,840 ล้านบาท สิงคโปร์ 46 ราย ลงทุน 23,238 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 117 ราย ลงทุน 30,120 ล้านบาท

โดยธุรกิจที่ลงทุน อาทิ ธุรกิจบริการทางวิศวกรรม โดยการออกแบบชิ้นส่วนยานยนต์  ธุรกิจบริการวิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์ ธุรกิจบริการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อให้บริการดิจิทัล / บริการ Data Center ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ ยางสังเคราะห์สำหรับอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์โลหะ และชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูป และชิ้นส่วนยานพาหนะ เป็นต้น

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์