กรมส่งเสริมสหกรณ์ เดินหน้า แก้น้ำนมดิบล้นตลาด ยังมีส่วนเกิน 200 ตันต่อวัน ชี้ยังเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ผลักดันแปรรูป ประสานเอกชนรับซื้อ
นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีน้ำนมดิบส่วนเกินเฉลี่ย ประมาณ 200 ตันต่อวัน โดยเฉพาะในช่วงฤดูที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมาก ส่งผลให้ต้องเร่งบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาดเป็น 3 ระยะ ครอบคลุมตั้งแต่ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อพยุงอาชีพเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม และปรับโครงสร้างทั้งระบบ
โดยในระยะเร่งด่วน ได้ประสานความร่วมมือกับบริษัทเอกชนและองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ให้รับซื้อน้ำนมดิบส่วนเกินเพิ่มขึ้น พร้อมนำน้ำนมบางส่วนไปใช้ประโยชน์อื่นเช่น การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) นำไปผลิตปุ๋ย โดยร่วมกับหน่วยงานด้านการพัฒนาที่ดิน เพื่อลดปริมาณน้ำนมที่ล้นระบบในช่วงที่ออกสู่ตลาดมาก
รวมทั้งได้ขอความร่วมมือกับเกษตรกรให้ ลดการผลิตชั่วคราวในบางช่วงเช่น การพักเต้าแม่โคในระยะสั้น ซึ่งเป็นการลดปริมาณเพียงเล็กน้อย และไม่ใช่มาตรการยกเลิกอาชีพหรือทำลายระบบการเลี้ยงโคนม
ระยะกลาง ภาครัฐได้วางแผนผลักดันการนำน้ำนมดิบไปแปรรูปเป็นนมผง แม้จะมีต้นทุนสูงกว่าการนำเข้านมผงจากต่างประเทศ แต่สามารถยืดอายุการเก็บรักษาได้นานถึง 2 ปี ช่วยดูดซับน้ำนมดิบส่วนเกินในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมาก โดยบริษัทเอกชนได้ส่งข้อกำหนดคุณภาพน้ำนมในระดับมาตรฐานสูง เทียบเท่านิวซีแลนด์หรือออสเตรเลีย ซึ่งได้เริ่มทดลองกับสหกรณ์ที่มีศักยภาพแล้ว ประเด็นด้าน ราคาและการสนับสนุนต้นทุน ยังอยู่ระหว่างการเจรจา
สำหรับแผนระยะยาว มีเป้าหมายปรับโครงสร้างการผลิตน้ำนมทั้งระบบ ตั้งแต่การพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เช่น ชีส ครีม หรือผลิตภัณฑ์ต่อยอดอื่น ๆ ไปจนถึงการบริหารจัดการฟาร์ม โดยส่งเสริมการรวมกลุ่มเกษตรกรจากฟาร์มขนาดเล็กให้เป็น แปลงใหญ่ ใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ร่วมกัน เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือจากภาคเอกชนที่นำเข้านมผง ให้รับซื้อนมดิบหรือนมผงที่ผลิตในประเทศควบคู่กัน เพื่อช่วยพยุงราคาน้ำนมของเกษตรกรไทย ภายใต้ข้อจำกัดด้านความตกลงเขตการค้าเสรี (FTA)
“ ขณะนี้ได้เสนอแนวทางขยายโครงการนมโรงเรียน จากเดิมที่ให้บริการถึงระดับประถมศึกษาปีที่ 6 เป็นมัธยมศึกษาปีที่ 3 รวมถึงขยายวันบริโภคจาก 260 วัน เป็น 365 วัน เพื่อเพิ่มการใช้น้ำนมดิบภายในประเทศและส่งเสริมสุขภาพเด็กและเยาวชน มาตรการดังกล่าว เสนอไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาแล้ว แต่เนื่องจากมีการยุบสภาเสียก่อน ดังนั้นจึงต้องรอรัฐบาลใหม่ แต่ยืนยันว่า ยังเป็นแนวทางที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอให้มีการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง รวมทั้งจะยังเป็นการเสริมโภชนาแก่เด็กและเยาวชนอีกด้วย”





