เมื่อเร็วๆนี้ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กระทรวงคมนาคมจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact)โครงการเช่ารถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานสะอาด (Electric Vehicle: EV) 1,520คัน กับ บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด คู่สัญญา
เพื่อการยกระดับคุณภาพการให้บริการขนส่งมวลชนแก่ประชาชน ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนนโยบายการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งที่ยั่งยืนของประเทศ
แม้ขสมก. ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ระบบคมนาคาขนส่งประชาชนของกรุงเทพจะมีแนวทางพัฒนาเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากที่สุดแต่ดูเหมือนสถานการณ์ด้านสภาพคล่องขององค์กรยังต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด
นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมติอนุมัติให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงิน (กรณีรายได้ไม่พอสำหรับรายจ่าย) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รวมจำนวน 9,111.50 ล้านบาท และให้กระทรวงการคลัง (กค.) เป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ กำหนดวิธีการกู้เงิน เงื่อนไขและรายละเอียดต่าง ๆ ในการกู้เงิน
ทั้งนี้ กรณีโครงการเช่ารถโดยสารพลังงานสะอาด (EV) ไม่เป็นไปตามแผน จะขอกู้เงินค่าเชื้อเพลิงและค่าเหมาซ่อมตามเกิดจริงตามที่กระทรวงคมนาคม (คค.) เสนอ
ปัจจุบันองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ประสบปัญหาการขาดสภาพคล่องทางการเงิน เนื่องจากไม่ได้รับเงินชดเชยจากผลประกอบการที่ขาดทุนตามจำนวนที่เกิดขึ้นจริงประกอบกับการปรับปรุงแผนระยะเวลาการรับรถโดยสารปรับอากาศพลังงานสะอาด (EV) จำนวน 1,520 คัน ทำให้ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ขสมก. มีความจำเป็นต้องกู้เงินจำนวน47,430.50 ล้านบาท (บรรจุเข้าแผนการบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ 2569 ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติแล้วเมื่อวันที่ 30 ก.ย.2568) เพื่อนำมาชำระหนี้เงินกู้เดิมที่ครบกำหนดชำระ จำนวน 38,319 ล้านบาท และเสริมสภาพคล่องทางการเงิน จำนวน 9,111.50 ล้านบาท
โดยจะนำมาใช้เป็นเงินสดหมุนเวียนในการดำเนินงานของ ขสมก. ในปีงบประมาณพ.ศ. 2569 เช่น นำไปชำระค่าเชื้อเพลิง ค่าเหมาซ่อม และเสริมสภาพคล่องทางการเงิน (เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติในครั้งนี้) โดยให้ กค. เป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ กำหนดวิธีการกู้เงิน เงื่อนไข และรายละเอียดต่าง ๆในการกู้เงิน
“กรณีโครงการเช่ารถโดยสารพลังงานสะอาด (EV) ไม่เป็นไปตามแผนจะขอกู้เงินค่าเชื้อเพลิงและค่าเหมาซ่อมตามเกิดจริง ซึ่งการกู้เงิน ขสมก. ในครั้งนี้ จะทำให้ ขสมก. ประหยัดค่าดอกเบี้ยจ่ายลงได้ปีละ 169.93 ล้านบาท หรือ 58.92% ต่อปี”
ทั้งนี้ กค. สำนักงบประมาณ และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพิจารณาแล้วเห็นชอบ โดยมีความเห็นเพิ่มเติม เช่น ขอให้ คค. และ ขสมก. เร่งรัดโครงการเช่ารถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานสะอาด (EV) ให้เป็นไปตามแผนการดำเนินการและให้ ขสมก. ดำเนินการกู้เงินได้ เมื่อแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ 2569 ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี และได้บรรจุวงเงินกู้ของ ขสมก. ที่เสนอในครั้งนี้ไว้ด้วยแล้ว
ส่วนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่าเรื่องที่ คค. เสนอในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด มิได้เป็นกรณีที่คณะรัฐมนตรีกระทำการอันมีผลเป็นการอนุมัติงานหรือโครงการ หรือมีผลผูกพันเป็นการผูกพันคณะรัฐมนตรีชุดต่อไป ตามมาตรา 169 (1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กรณีจึงเป็นเรื่องที่คณะรัฐมนตรีที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปสามารถพิจารณาอนุมัติตามข้อเสนอของ คค. ได้
ทั้งนี้ ในการประชุมพิจารณาแนวทางการจัดหาพื้นที่เพื่อใช้เป็นอู่จอดรถเพื่อรองรับรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า (EV) ที่ ขสมก. ได้เตรียมความพร้อมในส่วนของอู่ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ ขสมก. แล้ว 5 อู่ สามารถรองรับรถโดยสาร EV ได้ 574 คัน
โดยมีส่วนที่จะขอใช้พื้นที่หน่วยงานของรัฐ ประกอบด้วย สถานีเคหะ สถานีคลองบางไผ่ (การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย) ปู่เจ้าสมิงพราย (กรมทางหลวงชนบท) คลองเตย (การท่าเรือแห่งประเทศไทย) สถานีขนส่งสายใต้ปิ่นเกล้า (บริษัท ขนส่ง จำกัด) ไทรน้อย (เอกชน) และเชียงราก (การทางพิเศษแห่งประเทศไทย) ที่ประชุมได้มอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการเพื่อให้สามารถรองรับรถโดยสาร EV ที่อยู่ระหว่างการจัดซื้อจัดจ้างได้โดยเร็ว
ทั้งนี้ ได้มอบให้ ขสมก. เร่งจัดทำข้อมูลและเสนอเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายในวันที่ 9 ม.ค. 2569 เพื่อให้การจัดหาพื้นที่เป็นอู่จอดรถโดยสารของ ขสมก. แล้วเสร็จภายในเดือนเม.ย. 2569 และสอดคล้องกับแผนการจัดหารถโดยสาร EV ในอนาคต และให้ ขสมก. จัดหาพื้นที่อู่ให้ได้ข้อสรุปก่อนดำเนินโครงการด้วย





