วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

The Global Risks Report 2026 ชี้ความเสี่ยงโลกปี 69 ผวา‘ภูมิเศรษฐกิจ’สูงสุด‘สงคราม-โลกร้อน-เหลื่อมล้ำ-ข้อมูลเท็จ'ท๊อปไฟว์

The Global Risks Report 2026 ชี้ความเสี่ยงโลกปี 69 ผวา‘ภูมิเศรษฐกิจ’สูงสุด‘สงคราม-โลกร้อน-เหลื่อมล้ำ-ข้อมูลเท็จ'ท๊อปไฟว์

เปิดศักราชใหม่ 2569 ในช่วงการประชุมประจำปี ของสภาเศรษฐกิจโลก หรือ World Economic Forum :WEF ณ เมืองดาวอส สวิสเซอร์แลนด์ ระหว่างวันที่ 19-23 ม.ค.2569 มีการเผยเเพร่รายงาน The Global Risks Report 2026 หรือ ความเสี่ยงโลกในปี 2569

ที่จะมาเล่าถึงผลวิเคราะห์ความเห็นต่อความเสี่ยงระดับโลกจากการสำรวจและรวบรวมข้อมูลเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญกว่า 1,300 คนทั่วโลก        จากการวิเคราะห์ความเสี่ยงระดับโลกปี 2569 “ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐกิจ”เป็นความเสี่ยงหลัก โดยเกือบหนึ่งในสามของผู้ตอบแบบสอบถาม ระบุว่า การเผชิญหน้าทางภูมิเศรษฐกิจเสี่ยงที่สุด(Geoeconomic confrontation) คิดเป็น 18% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ส่วนความขัดแย้งทางอาวุธระหว่างรัฐ  (State-based armed conflict)สัดส่วน 14% ของผู้ตอบแบบสอบถาม 

“การเผชิญหน้าทางภูมิเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นสองอันดับเมื่อเทียบกับปีที่แล้วและมาอยู่ที่อันดับหนึ่ง โดยความขัดแย้งทางอาวุธระหว่างรัฐลดลงจากอันดับ 1 มาอยู่ที่อันดับ 2”

 นอกจากนี้ ยังพบว่า ความกังวลจากความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยข้อมูลเท็จและข้อมูลบิดเบือนอยู่ในอันดับที่ 5 สัดส่วน 7% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ขณะเดียวกันก็พบว่ามีสองความเสี่ยงใหม่ ได้แก่ ผลกระทบเชิงลบจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ  AI ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 10  สัดส่วน 4% ของผู้ตอบแบบสอบถาม และความไม่มั่นคงทางไซเบอร์ในอันดับที่ 9 สัดส่วน3% ของผู้ตอบแบบสอบถาม 

 อย่างไรก็ตาม หากสรุปความเสี่ยงโลก 5 อันดับแรก   ได้แก่  อันดับ 1 ภูมิเศรษฐกิจ Geoeconomic หรือ การใช้อาวุทางเศรษฐกิจเพื่อปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติและสร้างผลกระทบหรือความเสียหายต่อคู่แข่ง 

อันดับ 2 ความขัดแยังเชิงอาวุธ (State-based armed conflict) อันดับ 3  ปัญหาสภาพอากาศสุดขั้ว (Extreme weather events) ปัจจัยนี้จะถูกให้ความสำคัญลดลงเมื่อเท่ียบกับช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

อันดับ 4 ความแตกแยกทางสังคม (Societal polarization) ซึ่งรายงานพบปัญหาความเหลื่อมล้ำระหว่างคนจนและคนรวย หรือ  “streets versus elites” นั้นสะท้อนให้เห็นถึงความผิดหวังอย่างมากและหยั่งลึกต่อโครงสร้างการปกครองแบบดั้งเดิม ทำให้ประชาชนจำนวนมากรู้สึกถูกกีดกันจากกระบวนการตัดสินใจทางการเมือง และเริ่มสงสัยมากขึ้นว่าการกำหนดนโยบายจะสามารถนำมาซึ่งการปรับปรุงคุณภาพชีวิตอย่างเป็นรูปธรรมได้หรือไม่

       อันดับ 5 ข้อมูลที่ผิดพลาดและบิดเบือน (Misinformation and disinformation)  โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ ที่พบว่าความน่าเชื่อถือของข่าวสารออนไลน์และข้อมูลโดยทั่วไปกำลังถูกคุกคามมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากการแยกแยะระหว่างเนื้อหาที่แท้จริงและเนื้อหาที่ถูกสร้างขึ้น ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอ เสียง หรือข้อความ กำลังยากขึ้นเรื่อยๆ

ทั้งนี้ รายงานยังระบุอีกว่า ระบบพหุภาคีกำลังเผชิญกับแรงกดดัน ความไว้วางใจที่ลดลง ความโปร่งใสที่น้อยลง และการเคารพหลักนิติธรรมที่ลดลง ควบคู่ไปกับการกีดกันทางการค้าที่เพิ่มสูงขึ้น ปัจจัยเหล่านี้กำลังคุกคามความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การค้า และการลงทุนที่มีมายาวนาน และเพิ่มแนวโน้มที่จะเกิดความขัดแย้ง จึงนำไปสู่คำตอบที่ว่า การเผชิญหน้าทางภูมิเศรษฐกิจเป็นประเด็นสำคัญอันดับต้นๆ สำหรับผู้ตอบแบบสอบถาม และถูกเลือกให้เป็นความเสี่ยงสูงสุดที่น่าจะก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ระดับโลกอย่างมีนัยสำคัญในปี2569 นี้ 

“ในโลกที่อ่อนแออยู่แล้วจากความขัดแย้งที่เพิ่มสูงขึ้น ห่วงโซ่อุปทานที่ไม่มั่นคง และความขัดแย้งที่ยืดเยื้อซึ่งเสี่ยงต่อการลุกลามไปสู่การเผชิญหน้าทางภูมิเศรษฐกิจที่ไม่จำกัดอยู่แค่ปี2569 เท่านั้น แต่จะเป็นความเสี่ยงสูงสุดในช่วงเวลาสองปีจากนี้ด้วย”

รายงานยังระบุอีกว่า ในส่วนการประเมินสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ พบว่าความกังวลเกี่ยวกับปัญหาหนี้สินที่เพิ่มขึ้นควบคู่ไปกับฟองสบู่ทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้น ผนวกกับความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์อาจเป็นสัญญาณของความผันผวนระยะใหม่ ซึ่งอาจทำให้สังคมและธุรกิจไม่มั่นคงยิ่งขึ้น การแบ่งขั้วทางสังคมและการเมืองที่เพิ่มขึ้นกำลังสร้างแรงกดดันต่อระบบประชาธิปไตยเนื่องจากขบวนการทางสังคม วัฒนธรรม และการเมืองสุดโต่งกำลังท้าทายความยืดหยุ่นของสถาบันและความไว้วางใจของประชาชน

         “ความตึงเครียดทางภูมิเศรษฐกิจจะทวีความรุนแรงขึ้น จากเหตุเฉพาะหน้าอย่าง การค้าและภาษีศุลกากร แต่นี้เป็นเพียงหนังตัวอย่างที่ย้ำถึงความแตกแยกระหว่างซีกโลกต่างๆ และแม้ว่า หลายประเทศจะสร้างเส้นทางของตนเองและรักษาสมดุลความสัมพันธ์กับฝ่ายต่างๆ ก็ตาม แต่แนวโน้มของการแตกแยกทางภูมิเศรษฐกิจระดับโลกที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน จะยืดเยื้อไปอีก 2 ปี แม้จะมีแนวโน้มคลี่คลายลงบางแต่ก็เป็นเพียวช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้น”

         อย่างไรก็ตาม รัฐบาลทั่วโลกอาจใช้ เครื่องมือทางเศรษฐกิจที่หลากหลายมากขึ้น ภายใต้เป้าหมายที่กว้างขึ้นเพื่อการสร้างความมั่นคงของชาติและการส่งเสริมผลประโยชน์ทางภูมิรัฐศาสตร์ 

ท่าทีของจีนและสหรัฐกำลังชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงของระเบียบโลกจะยังคงถูกกำหนดโดยผลประโยชน์เชิงกลยุทธ์ของหลายประเทศและของภูมิภาคด้วยดังนั้น  การเผชิญหน้าทางภูมิเศรษฐกิจกำลังแพร่กระจายออกไปไกลกว่าเรื่องภาษีศุลกากรแล้ว

ตอนนี้รัฐบาลต่างๆ ดูเหมือนจะสูญเสียความเชื่อมั่นในกรอบกฎหมายที่รองรับการค้าโลกหรือ บทบาท องค์การการค้าโลก (WTO)ซึ่งมีความสำคัญต่อการระงับข้อพิพาททางการค้าอย่างสันติ

      “ประเทศที่ไม่เข้าข้างจีนหรือสหรัฐอาจเผชิญกับแรงกดดันให้ปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตร ควบคุมการส่งออกและการห้ามลงทุน ทั้งด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI), ชิป, เทคโนโลยีชีวภาพ, ควอนตัม, โดรน และแร่หายาก”

   นอกจากนี้ รายงานได้วิเคราะห์ว่า สถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ผ่านกลไกทางเศรษฐกิจอาจไปไกลถึงการก่อกวนทางกายภาพ

ต่อโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญและห่วงโซ่อุปทานหลักเช่น การโจมตีเครือข่ายดาวเทียม การทำลายสายเคเบิลสื่อสารใต้น้ำ การปิดกั้นหรือชะลอการขนส่งผ่านทางน้ำที่สำคัญ หรือท่าเรือ หรือการก่อกวนท่อส่งพลังงาน ไซเบอร์ฟิสิกส์ที่ใช้บ่อยขึ้น นอกเหนือจากการโจมตีทางไซเบอร์ 

แม้รัฐบาลจำนวนมากขึ้นมีแนวโน้มที่จะพยายามปกป้องเศรษฐกิจของตนโดยการสร้างคลังสำรองพลังงาน ปัจจัยการผลิตที่สำคัญให้มากขึ้น รวมไปถึงการกักตุนอาหาร โลหะ และแร่ธาตุและแร่ธาตุสำคัญ ซึ่งผลที่ตามมาคือ การสร้างแรงกดดันทางการค้า การทูตหรือแม้แต่ทางทหาร เพื่อเเย่งชิงทรัพยากรเหล่านี้ และลดความปั่นป่วนของราคาที่จะเพิ่มสูงขึ้นจากความพยายามกักตุน ซึ่งทั้งหมดนี้คือความปั่นป่วนที่จะเป็นความเสี่ยงของโลกในปี 2569 นี้ ที่ทุกต้องรู้และรับมือให้ทันเพื่อความอยู่รอด

The Global Risks Report 2026 ชี้ความเสี่ยงโลกปี 69 ผวา‘ภูมิเศรษฐกิจ’สูงสุด‘สงคราม-โลกร้อน-เหลื่อมล้ำ-ข้อมูลเท็จ'ท๊อปไฟว์