การประเมินจากแผนที่ตรวจวัดฝุ่น PM2.5 พบว่าหลายพื้นที่ของประเทศไทยมีค่าฝุ่นอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพไปจนถึงระดับอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งยังเป็นสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหลายพื้นที่ อาทิ จังหวัดอุดรธานี ขอนแก่น นครราชสีมา และพื้นที่ใกล้เคียง ตรวจพบค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ในช่วงประมาณ 150–180 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จัดอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง
จากการประเมินเชิงวิชาการ ค่าฝุ่นที่ตรวจพบยังคงสูงกว่าค่ามาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งกำหนดค่าเฉลี่ยรายปีไม่เกิน 5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรหลายเท่าตัวโดยฝุ่นละอองขนาดเล็กสามารถแทรกซึมเข้าสู่ถุงลมปอดและกระแสเลือด ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ ระบบหัวใจและหลอดเลือด และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังในระยะยาว ทั้งนี้สถานการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับสภาพอากาศนิ่ง ลมอ่อน การสะสมของมลพิษ และอิทธิพลของหมอกควันข้ามพรมแดน
นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะทำงานกำหนดมาตรการส่งเสริมการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปลอดการเผาภายในประเทศ ครั้งที่ 1/2569 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ได้แก่ กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ กรมการค้าต่างประเทศ กรมศุลกากร และสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย เพื่อพิจารณาแนวทางการดำเนินงานรองรับการบังคับใช้มาตรการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปลอดการเผา
ซึ่งเริ่มดำเนินการในระยะปรับตัวตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569 เป็นต้นไป รวมทั้งเพื่อเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อเกษตรกรและผู้ประกอบการภายในประเทศจากการบังคับใช้มาตรการดังกล่าว และกำหนดมาตรการส่งเสริมการผลิตภายในประเทศต่อไป
ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นชอบแนวทาง การดำเนินการตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ ในการกำหนดให้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นสินค้าที่ต้องมีใบรับรอง และต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ภายใต้บทบาทของหน่วยงานCompetent Authority (CA)ของไทย โดยกรมวิชาการเกษตรได้รายงานความก้าวหน้าการจัดตั้งกลไกการตรวจสอบและรับรองสินค้านำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปลอดการเผา รวมถึงการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณาตรวจสอบย้อนกลับการนำเข้าสินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อทำหน้าที่กำหนดกรอบการตรวจสอบภายหลังการนำเข้า ตรวจสอบตามมาตรฐานที่กำหนด และรายงานผลต่อคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) อย่างเป็นระบบ
อีกทั้งได้มีการประสานงานกับกรมการค้าต่างประเทศ เพื่อให้ประเทศผู้ส่งออกยืนยันรายชื่อหน่วยงานที่มีอำนาจรับรองอย่างเป็นทางการ รวมถึงการพิจารณาข้อเสนอจากภาคเอกชนในการกำหนดหน่วยงานที่สามารถออกใบรับรองการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปลอดการเผาได้ เพื่อให้การดำเนินมาตรการมีความชัดเจน ถูกต้อง และไม่กระทบต่อห่วงโซ่อุปทานวัตถุดิบอาหารสัตว์ของประเทศ
นอกจากนี้ ให้ดำเนินงานในลักษณะคู่ขนาน โดยกรมวิชาการเกษตรจะพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องควบคู่กันไป พร้อมทั้งจะขอความร่วมมือไปยังกระทรวงการต่างประเทศเพื่อประสานประเทศผู้ส่งออกให้มีหนังสือยืนยันรายชื่อหน่วยงานที่มีอำนาจและศักยภาพในการรับรองการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปลอดการเผา เพื่อสร้างความชัดเจนด้านการตรวจสอบและการรับรอง ทั้งนี้ การพิจารณาและตรวจสอบเอกสารจะต้องเป็นไปตามประกาศของกระทรวงพาณิชย์และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ร่วมกันวิเคราะห์ผลกระทบจากการยกระดับมาตรฐานการผลิตสู่ระบบปลอดการเผา ซึ่งอาจส่งผลต่อเกษตรกรในด้านต้นทุนการผลิต และข้อจำกัดของกลไกการตรวจรับรองแปลงปลูก โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต รวมถึงข้อจำกัดด้านบุคลากรและงบประมาณของภาครัฐในการตรวจประเมินพื้นที่ และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันประเมินผลกระทบต่อเกษตรกร ผู้ประกอบการ และต้นทุนภาครัฐอย่างรอบด้าน พร้อมพิจารณากำหนดมาตรการส่งเสริมการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปลอดการเผาภายในประเทศ เพื่อรองรับการบังคับใช้มาตรการอย่างเป็นธรรม และขับเคลื่อนการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของประเทศให้สอดคล้องกับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน





