วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

‘อุตฯการบินของไทย’ขาดแคลนบุคลากรหนัก ‘สบพ.’จับมือ‘IATA’เทรนนิ่งตามมาตรฐานโลก

‘อุตฯการบินของไทย’ขาดแคลนบุคลากรหนัก  ‘สบพ.’จับมือ‘IATA’เทรนนิ่งตามมาตรฐานโลก

ข้อมูล สถานการณ์อุตสาหกรรมการบินโลก ล่าสุด ณ วันที่ 8 ม.ค. 2569 ของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ที่เผยแพร่ข้อมูลความต้องการผู้โดยสารทั่วโลกประจำเดือนพ.ย. 2569 ระบุว่า ความต้องการโดยรวม วัดจากระยะทางผู้โดยสารที่เดินทาง (RPK) เพิ่มขึ้น 5.7% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน

ส่วนความจุโดยรวม วัดจากจำนวนที่นั่งว่างต่อกิโลเมตร (ASK) เพิ่มขึ้น 5.4% เมื่อเทียบกับปีต่อปี และอัตราการบรรทุกผู้โดยสารอยู่ที่ 83.7% เพิ่มขึ้น 0.3จุดเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับเดือนพ.ย. 2567 ที่เป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับเดือนพ.ย. จึงไม่น่าแปลกใจว่าอุตสาหกรรมการบินกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นที่สดใส 

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความคึกคักของภาพรวมอุตสาหกรรมกลับพบปมปัญหาวที่ต้องแก้ไข ข้อมูลจาก โครงการสำรวจและศึกษาความต้องการบุคลากรด้านการบินของประเทศไทยจัดทำโดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) (อัปเดดล่าสุด 19 ม.ค. 2569) ระบุว่า ก่อนโควิดอุตสาหกรรมการบินของไทยมีจำนวนผู้โดยสารที่เติบโตถึง 11.4% และมีการจ้างงานกว่า 4.3 ล้านคน แต่หลังโควิดแล้วอุตสาหกรรมการบินกำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนบุคลากรอย่างมีนัยสำคัญ 

เปิด 3 ต้นเหตุทำคนการบินขาดแคลนหนัก

ทั้งนี้รายงานวิเคราะห์ว่าปัญหาและข้อติดขัดในปัจจุบัน ได้แก่ Training Constraints หรือ ขั้นตอนการฝึกอบรมตามกฎหมาย มาตรฐานและข้อบังคับต่างๆ อาจส่งผลให้เกิดความล่าช้าของการผลิตบุคลากร , Workforce Turnover เกิดการไหลเข้า- ออก ของบุคลาการสูงเนื่องจากภาระงานที่เพิ่มมากขึ้นจากปริมาณเที่ยวบินและสภาพภูมิอากาศที่ร้อนจัดของไทย ,RecruitmentChallanges บุคลากรที่มีภูมิลำเนาหรือประสงค์ปฎิบัติหน้าที่ ณ ภูมิภาคต่างๆมีไม่มากจึงเกิดปัญหาการสรรหาบุคลากร

โดยรายงานได้อ้างอิงคาดการณ์จำนวนอากาศยานพบว่า เมื่อปี 2566 มีจำนวน 26,750 ลำ แต่คาดการณ์ในอีก 20 ปีข้างหน้าหรือ ปี 2586 จะเพิ่มไปถึง50,170 ลำในจำนวนนี้เป็นส่วนของการ 

สำหรับวิชาชีพที่สำคัญในภาคอุตสาหกรรมการบิน ได้แก่ สาขาการผลิตในส่วนของ การบริการขนส่งทางอากาศ ประกอบด้วยวิชาชีพที่สำคัญได้แก่ นักบินผู้ถือใบอนุญาต ATPL : Airline Transport Pilot License ,เจ้าหน้าที่ภาคพื้น ,พนักงานสนับสนุนอุปกรณ์ภาคพื้น 

กิจการท่าอากาศยาน ประกอบด้วย พนักงานตรวจค้น , พนักงานด้านมาตรฐานและปฎิบัติการท่าอากาศยาน , วิศวกร ที่มีความรู้เฉพาะทางเกี่ยวกับทางวิ่ง (Run Way) แพทย์ประจำสนามบิน  และสาขาการให้บริการเดินอากาศ ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ ,วิศวกรออกแบบและพัฒนาห้วงอากาศ 

ปัจจัยท้าทาย“ประสิทธิภาพแรงงาน-ต้นทุนป่วน”

“ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรด้านการบินในปัจจุบันมีความหลากหลาย ทั้งสถานการณ์การจ้างงานที่อยู่ในระดับต่ำ ประสิทธิภาพแรงงานที่ยังตามหลังประเทศพัฒนาแล้ว ตลอดจนความผันผวนของต้นทุนเชื้อเพลิงและความล่าช้าในการส่งมอบอากาศยาน ซึ่งล้วยส่งผลต่อการวางแผนและพัฒนาบุคลากรการบินของประเทศไทยโดยรวม”

ในส่วนการเพิ่มขึ้นของความต้องการบุคลากร (ปี 2572 เทียบ 2568) จำนวนนักบิน ATPL จำนวน  400 คน ,ช่างAMEL (Aircraft Maintenance Engineer License) จำนวน 1 พันคน ,เจ้าหน้าที่ภาคพื้น จำนวน 4 พันคน , สนับสนุนอุปกรณ์ จำนวน 4 พันคน 

เมื่อเร็วๆนี้ สถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) กระทรวงคมนาคม และ IATA ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) เพื่อยกระดับการพัฒนาบุคลากรด้านการบินให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและความต้องการของอุตสาหกรรมการบินในปัจจุบัน 

นางสาวภัคณัฏฐ์ มากช่วย ผู้ว่าการ สบพ. กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญและเป็นประวัติศาสตร์ความร่วมมือระหว่าง สบพ. และ IATA เป็นองค์กรระดับโลกที่มีบทบาทสำคัญในการกำหนดมาตรฐาน ความปลอดภัย และแนวปฏิบัติของอุตสาหกรรมการบิน

เร่งยกระดับความรู้-สมรรภนะบุคลากร

 โดย สบพ. ในฐานะหน่วยงานผลิตและพัฒนาบุคลากรการบินของประเทศมากว่า 64 ปี ให้ความสำคัญกับการยกระดับความรู้และสมรรถนะของบุคลากร เพื่อรองรับการเติบโตและการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมการบินอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือกับ IATA จะช่วยยกระดับมาตรฐานการเรียนการสอนและการฝึกอบรมด้านการบินของ สบพ. ให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล ตลอดจนพัฒนาสมรรถนะบุคลากรและการบริการภาคพื้นให้ทันสมัย ตรงตามความต้องการของอุตสาหกรรมการบิน

ด้าน นายยงยุทธ ลุจินตานนท์ ผู้จัดการภูมิภาคประจำประเทศไทย ลาว กัมพูชา และเมียนมาร์ IATA กล่าวว่า ความร่วมมือกับ สบพ. เป็นการสนับสนุนนโยบายภาครัฐให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ผ่านการกำหนดมาตรฐาน (Standard Setting) ทั้งด้านการบินและภาคพื้น ควบคู่กับการให้บริการหลักสูตรฝึกอบรมที่ได้มาตรฐานสากล ตามยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์และภารกิจของ สบพ. 

IATAชี้ไทยศักยภาพแกร่งด้านการบิน

“IATA ได้วิเคราะห์แนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่คาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 4.4% ในอีก 10 ปีข้างหน้า จึงเชื่อมั่นว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการผลักดัน GDP ด้านการบินในระดับโลกผ่านอุตสาหกรรมการบิน”

 โดย IATA และ สบพ. จะร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ บุคลากร และถ่ายทอดเทคโนโลยีภายใต้ MOU เพื่อยกระดับศักยภาพนักศึกษาและบุคลากรการบิน ภายใต้แนวคิด “Spirit of Partnership”

ภายใต้บันทึกข้อตกลงดังกล่าว ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันส่งเสริมและพัฒนาความร่วมมือด้านการฝึกอบรมและการพัฒนาความเชี่ยวชาญด้านการบิน โดยเฉพาะทางด้านเทคนิค เช่น การพัฒนาหลักสูตรและเนื้อหาการเรียนการสอนให้ทันสมัย การแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญและคณาจารย์ การจัดสัมมนาและเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การดำเนินโครงการศึกษาและวิจัยร่วม รวมถึงการมีส่วนร่วมในเครือข่ายและโครงการความร่วมมือระดับนานาชาติ เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยและประสิทธิภาพของอุตสาหกรรมการบินต่อไป

‘อุตฯการบินของไทย’ขาดแคลนบุคลากรหนัก  ‘สบพ.’จับมือ‘IATA’เทรนนิ่งตามมาตรฐานโลก