สมรภูมิเลือกตั้งปี 2569 ทวีความร้อนแรงเมื่อกับดักหนี้ กลายเป็นโจทย์หินที่ฉุดรั้งกำลังซื้อของประเทศ ส่งผลให้พรรคการเมืองต่างงัดนโยบายแก้หนี้เสีย (NPL) เป็นหนึ่งในนโยบายเรือธงเพื่อชิงคะแนนเสียงจากกลุ่มประชาชนฐานรากที่กำลังอ่อนแอ
“กรุงเทพธุรกิจ” รวบรวมข้อมูลนโยบายเศรษฐกิจของ 4 พรรคใหญ่ ที่มีความพยายามทลายกำแพงหนี้ครัวเรือนที่สูงถึง 86.8% ของ GDP ด้วยวิธีการที่ต่างกัน ทั้งล้างประวัติ พักหนี้ และรื้อโครงสร้าง
เพื่อไทย ออกแพ็กเกจแก้หนี้ครบวงจร
พรรคเพื่อไทยชูนโยบาย “ไทยไร้จน” เน้นมาตรการปลดพันธนาการหนี้เดิมเพื่อให้ประชาชนกลับมาลืมตาอ้าปากได้ โดยมีมาตรการสำคัญ คือ
1.ล้างหนี้ NPL รายย่อย สำหรับหนี้เสียไม่มีหลักประกันเกิน 1 ปี ที่ยอดต่ำกว่า 200,000 บาท ลูกหนี้จ่ายเพียง 10% ของเงินต้นเพื่อปิดจบหนี้ทันที
2.ล้างหนี้วัยเกษียณ ลูกหนี้อายุ 60 ปีขึ้นไปที่มีหนี้เสียกับสถาบันการเงินรัฐ ยอดไม่เกิน 100,000 บาท รัฐจะล้างหนี้ให้ทั้งหมดโดยลูกหนี้ไม่ต้องจ่าย
3.พักหนี้เกษตรกร และ SMEs พักชำระหนี้ทั้งเงินต้น และดอกเบี้ยนาน 3 ปี สำหรับเกษตรกร ยอดไม่เกิน 500,000 บาท และพักหนี้ SMEs ที่ประสบภัยโควิด 1 ปี กว่า 2.3 ล้านบัญชี มูลค่าหนี้รวมกว่า 2 แสนล้านบาท
4.มาตรการรางวัลลูกหนี้ดี โครงการ “ผ่อนดี 1 ปี ฟรี 1 งวด” สำหรับยอดหนี้ไม่เกิน 100,000 บาท เพื่อส่งเสริมวินัยทางการเงิน
5.ล้างหนี้นอกระบบ ให้ลูกหนี้กว่า 1.4 ล้านคน โดยให้สถาบันการเงินรัฐปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำรายละ 50,000 บาท
พรรคประชาชน ชงปฏิรูป Credit Scoring
พรรคประชาชนเลือกเดินเกมแก้หนี้เชิงโครงสร้างภายใต้วิสัยทัศน์ “ไทยเท่ากัน” โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยี และระบบข้อมูลที่เป็นธรรม ได้แก่
1.ยกหนี้เกษตรกรอายุ 70+ ล้างหนี้ให้เกษตรกรอายุ 70 ปีขึ้นไปที่มีประวัติการชำระดี เพื่อคืนเกียรติยศให้วัยเกษียณไม่ต้องแบกหนี้จนวันตาย หากยังชำระหนี้ไม่คุ้มเงินต้นจะลดหนี้ให้ 50% และปรับตารางการผ่อนชำระให้จบภายใน 5 ปี
2.จูงใจเกษตรกรปรับวิธีผลิต รัฐช่วยลดหนี้ หากปรับเปลี่ยนพืช เลิกปลูกในพื้นที่ไม่เหมาะสม รัฐช่วยลดหนี้เดิม 20% ไม่เกิน 1 แสนบาท หากมีการลงทุนระบบน้ำ ขุดบ่อทำไร่นา รัฐลดหนี้เดิมให้ 20% ไม่เกิน 1 แสนบาท และหากเปลี่ยนมาปลูกไม้ยืนต้น หรือไม้เศรษฐกิจ รัฐลดหนี้ให้ 30,000 บาทต่อไร่ ไม่เกิน 10 ไร่
3.Credit Scoring ระบบใหม่ เช่น การชำระค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าโทรศัพท์ มาคำนวณเครดิตแทนการใช้เพียงประวัติหนี้เสีย เพื่อให้เข้าถึงดอกเบี้ยที่เป็นธรรม
4.จ่ายดีมีรางวัล เสนอคืนดอกเบี้ย 10% สำหรับผู้ที่จ่ายหนี้ดี หรือให้เลือกสะสมเครดิตเพื่อคุมดอกเบี้ยเงินกู้ใหม่ให้เหลือ 1-2%
ภูมิใจไทย พักหนี้ 3 ปี หยุดต้น-ปลอดดอก
ภูมิใจไทย นำเสนอนโยบาย “พูดแล้วทำ พลัส” ที่เน้นการเพิ่มสภาพคล่อง และประคองลูกหนี้ในระบบ ได้แก่
1.พักหนี้ 3 ปี สำหรับหนี้ในระบบไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยรัฐจะรับภาระดอกเบี้ยแทนลูกหนี้ในช่วงเวลาดังกล่าว
2.จัดตั้ง AMC ของรัฐ ตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์เพื่อเข้าซื้อ และบริหารจัดการหนี้เสีย (NPL) โดยเฉพาะ เพื่อดูดซับหนี้เน่าออกจากระบบธนาคาร และเปิดทางให้ลูกหนี้ปรับโครงสร้างหนี้ได้ง่ายขึ้น
3.สินเชื่อฉุกเฉิน อัดฉีดสภาพคล่องรายละ 50,000 บาท โดยไม่ต้องมีหลักค้ำประกัน เพื่อแก้ปัญหาการเงินเฉพาะหน้า
4.สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้ SME เมดอินไทยแลนด์ SME พลัส ผ่านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ พร้อมกลไกค้ำประกันสินเชื่อ และการสนับสนุนเปิดตลาดใหม่ให้กับธุรกิจ SME
ประชาธิปัตย์ ปลดล็อกเงินกองทุน-ตั้งธนาคารสหกรณ์
พรรคประชาธิปัตย์ ชูนโยบาย “ไทยหายจน” โดยเน้นมาตรการทางกฎหมายที่ไม่เป็นภาระงบประมาณ ได้แก่
1.ใช้เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) และกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ช่วยลดหนี้บ้าน ปลดล็อกกฎหมายให้สมาชิกนำเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ กบข. มาชำระหนี้ที่อยู่อาศัยได้ก่อนเกษียณ
2.ตั้งธนาคารสหกรณ์ ยกฐานะสหกรณ์ออมทรัพย์กว่า 2,000 แห่ง เป็นธนาคารเพื่อบริหารเงินทุน 3.3 ล้านล้านบาท ให้เกิดประสิทธิภาพในการจัดการหนี้
3.ยกหนี้เกษตรกร อายุ 65+ ล้างหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ให้กับเกษตรกรสูงวัยหรือทุพพลภาพ ที่ไม่สามารถประกอบอาชีพได้แล้ว ประมาณ 300,000 ราย มูลหนี้ 70,000 ล้านบาท โดยตัดเป็นหนี้สูญซึ่งมีสำรองรองรับไว้แล้ว ซึ่งจะไม่กระทบกับฐานะการเงินของธนาคาร
4.จุดยืนคัดค้าน พรรคยืนยันไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกเครดิตบูโรหรือการพักหนี้แบบหว่านแห เพราะจะส่งผลเสียต่อวินัยการเงิน และระบบธนาคารในระยะยาว
การเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 นี้ สะท้อนให้เห็นว่าทุกพรรคต่างพยายามทลายกำแพงหนี้ภาคประชาชนที่สูงถึง 86.8% ของ GDP ซึ่งกดดันกำลังซื้อภายในประเทศให้อ่อนแอลง อย่างไรก็ตาม ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องพิจารณาความคุ้มค่า และสถานะทางการคลังของประเทศควบคู่กันไป เพื่อให้การแก้หนี้ครั้งนี้เป็นการรักษาที่ต้นเหตุไม่ใช่เพียงช่วยปิดแผลเพียงชั่วคราว
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





