“พิพัฒน์” สั่งระบบรางจัดทำประกันการเดินทางให้ผู้โดยสารทั้งหมด ยกระดับการเดินทางให้ปลอดภัย คาดมีผลก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ขณะที่ผลหารือมาตรการเยียวยาเหตุเครนไฮสปีดถล่มที่สีคิ้ว เคาะเยียวยาผู้เสียชีวิตรายละไม่ต่ำกว่า 1.51 ล้านบาท
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการหารือเร่งรัดการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบเหตุเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟด่วนพิเศษที่ 21 (กรุงเทพฯ–อุบลราชธานี) บริเวณอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น
โดยสรุปสถานการณ์ผู้ประสบเหตุ (ข้อมูล ณ 19 ม.ค. 2569) ผู้ประสบเหตุรวม 161 ราย เสียชีวิต 30 ราย (ยืนยันตัวตนครบแล้ว) ผู้โดยสาร 29 ราย / พนักงานผู้รับเหมา 1 ราย ผู้บาดเจ็บ 69 ราย กลับบ้านแล้ว 54 ราย และ ยังรักษาตัวในโรงพยาบาล 15 ราย
แม้ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและพิสูจน์ข้อเท็จจริงของสาเหตุอุบัติเหตุ แต่รัฐบาลและกระทรวงคมนาคม ต้องแสดงความรับผิดชอบอย่างชัดเจน รวดเร็ว และเป็นธรรม และการเยียวยาเป็นหน้าที่ของรัฐและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเงินต้องถึงมือประชาชนก่อน แล้วค่อยจัดการขั้นตอนทางเทคนิคภายหลัง และกรณีเสียชีวิต ต้องได้รับการช่วยเหลือทันที
โดยที่ประชุมยืนยันมาตรการปฏิบัติเร่งด่วน ได้สั่งการให้สำนักงาน คปภ. และบริษัท ทิพยประกันภัย เร่งรัดการจ่ายเงินเยียวยาเบื้องต้นจากกรมธรรม์ประกันภัยประเภท CAR ของผู้รับเหมา กรณีผู้เสียชีวิต รายละ 1,000,000 บาท จ่ายทันที ลดขั้นตอนเอกสารให้เหลือน้อยที่สุด และไม่ให้ครอบครัวผู้สูญเสียต้องรอหรือวิ่งตามระบบราชการ
ทั้งนี้ สรุปเงินเยียวยากรณีเสียชีวิต เบื้องต้นได้รับการยืนยันรวมเงินช่วยเหลือแล้วไม่น้อยกว่า 1,510,000 บาทต่อราย แบ่งเป็น
1. เงินสงเคราะห์พระราชทาน (อยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์) 20,000 บาท
2. กรมธรรม์ประกันภัย 1,000,000 บาท
3. การรถไฟแห่งประเทศไทย 340,000 บาท
4. บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด (มหาชน) 150,000 บาท
ทั้งนี้ ยังอาจมีเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมจากหน่วยงานอื่น อาทิ พรบ. ค่าตอบแทนผู้เสียหาย กองทุนช่วยเหลือผู้เสียหายในคดีอาญา กองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย และสิทธิประโยชน์ด้านประกันสังคม ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียด
นายพิพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้บาดเจ็บทุกรายอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์แล้วได้รับการรักษาอย่างเต็มที่ และยังมีในส่วนของ ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลอยู่ภายใต้ความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งมีวงเงินรวมกว่า 583 ล้านบาท สามารถรองรับค่าใช้จ่ายได้ทั้งหมด
พร้อมกันนี้ กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างศึกษาแนวทางบรรจุประกันการเดินทางรวมในค่าตั๋วรถไฟ เพื่อให้ผู้โดยสารรับทราบสิทธิการเยียวยาที่ชัดเจนทันทีหากเกิดเหตุในอนาคต และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยระบบขนส่งสาธารณะของประเทศ โดยจะกำหนดให้ระบบรางจำเป็นต้องมีประกันภัยภาคบังคับ เป็นภาระที่ผู้ประกอบการต้องดำเนินการจัดซื้อให้ผู้โดยสาร ซึ่งคาดว่าจะมีผลใช้ทันรองรับการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์เดือน เม.ย.นี้





