กรมสรรพากรเดินหน้าขยายฐานภาษีเต็มสูบ เปิดสถิติปีงบ 68 สุดฮอต ดึงผู้เสียภาษีหน้าใหม่เข้าระบบกว่า 1.7 แสนราย ดันเม็ดเงินโตเกือบเท่าตัวทะลุ 4.5 พันล้านบาท เผยเป้าหมายหลักเจาะกลุ่ม "ค้าขายออนไลน์-ฟรีแลนซ์" ย้ำต้องยื่นแบบฯ ให้ถูกต้อง ดีเดย์ยื่นออนไลน์ได้ถึง 8 เม.ย. นี้
นางสาวกุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยถึงทิศทางการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ประจำปีภาษี 2568 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเปิดให้ยื่นแบบแสดงรายการว่า กรมสรรพากรยังคงเดินหน้ายุทธศาสตร์สำคัญในการขยายฐานภาษีไปยังกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจรายใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มบุคคลธรรมดาที่ไม่ได้เป็นมนุษย์เงินเดือน ได้แก่ กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ และกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ (ฟรีแลนซ์) ซึ่งหากมีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด มีหน้าที่ต้องยื่นแบบฯ และเสียภาษีให้ถูกต้อง
จากการวิเคราะห์สถิติผลการดำเนินงานขยายฐานภาษีในช่วง 3 ปีงบประมาณที่ผ่านมา (ปี 2566 – 2568) พบสัญญาณการเติบโตที่น่าจับตามอง โดยจำนวนผู้เสียภาษีรายใหม่และเม็ดเงินภาษีที่จัดเก็บได้มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนี้
- ในปีงบประมาณ 2566 มีผู้เสียภาษีรายใหม่ 137,089 ราย ยอดภาษี 2,410 ล้านบาท
- ปีงบประมาณ 2567 มีผู้เสียภาษีรายใหม่ 140,133 ราย เพิ่มขึ้น 2.22% ยอดภาษี 2,444 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.41%
- ขณะที่ปีงบประมาณ 2568 ตัวเลขพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ มีผู้เสียภาษีรายใหม่ 170,841 ราย เพิ่มขึ้น 21.91% จากปีก่อนหน้า และยอดจัดเก็บภาษีเติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 86.58% คิดเป็นเม็ดเงิน 4,560 ล้านบาท
"นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาภาพรวมการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาทั้งหมด พบว่าในปีงบประมาณ 2568 กรมฯ สามารถจัดเก็บเม็ดเงินรวมได้สูงถึง 432,386 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่จัดเก็บได้ 415,424 ล้านบาท และปี 2566 ที่ 395,744 ล้านบาท แม้ฐานผู้เสียภาษีรวมจะทรงตัวอยู่ที่ 11-12 ล้านคน แต่การได้ผู้เสียภาษีหน้าใหม่ เข้าระบบปีละกว่าแสนราย ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการสร้างความเป็นธรรมให้กับระบบภาษี และเป็นการเพิ่มรายได้เข้ารัฐอย่างยั่งยืน” นางสาวกุลยา กล่าว
สำหรับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี 2568 ผู้เสียภาษีสามารถดำเนินการได้ผ่านช่องทางอำนวยความสะดวก ทั้งการยื่นแบบกระดาษ ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา ยื่นได้จนถึงวันที่ 31 มี.ค. 2569 และยื่นแบบออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ www.rd.go.th หรือระบบ E-Filing และ My Tax Account ได้จนถึงวันที่ 8 เม.ย. 2569 (รองรับการใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง)
ทั้งนี้ เพื่อความรวดเร็วในการได้รับคืนภาษี อธิบดีกรมสรรพากร แนะนำให้ผู้เสียภาษีลงทะเบียนรับเงินคืนผ่านระบบ "พร้อมเพย์" ที่ผูกกับเลขประจำตัวประชาชน หากเป็นผู้เสียภาษีประวัติดีและไม่ติดเงื่อนไขความเสี่ยง จะได้รับเงินคืนเข้าบัญชีภายใน 7 วัน อย่างไรก็ตาม กรมฯ มีระบบตรวจสอบความถูกต้องอย่างเข้มงวด หากพบความผิดปกติหรือการขอคืนภาษีที่เป็นเท็จ อาจต้องใช้เวลาในการตรวจสอบเอกสารเพิ่มเติม





