background-default

วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม 2569

Login
Login

เข้าใจรัฐพันลึกและการปฏิรูปเศรษฐกิจ

เข้าใจรัฐพันลึกและการปฏิรูปเศรษฐกิจ

วันนี้ขอให้ความเห็นต่อเรื่องการปฏิรูปเศรษฐกิจ ในบทความที่แล้วผมวิเคราะห์ว่า สาเหตุที่การปฏิรูปในประเทศเราเกิดขึ้นยาก เพราะผู้ที่เกี่ยวข้อง คือ นักการเมือง ข้าราชการ ผู้นําธุรกิจ ไม่ต้องการให้ระบบที่มีในปัจจุบันเสียดุลยภาพ

ซึ่งจะเกิดขึ้นถ้ามีการปฏิรูปเศรษฐกิจ จึงทําทุกอย่างไม่ให้การปฏิรูปเกิดขึ้น ข้อสังเกตนี้แฟนคอลัมน์หลายคนตอบรับว่า นี่คือ รัฐพันลึก หมายถึง กลุ่มบุคคลนอกการเมืองที่ทําตัวเป็น “รัฐซ้อนรัฐ” ใช้อํานาจแทรกแซงและชี้นําการบริหารประเทศให้ไปในทิศทางที่ตนต้องการ รวมถึงไม่ปฏิรูปเศรษฐกิจ

ความเห็นนี้ผมคิดว่าถูกเพียงครึ่งเดียว เพราะอีกครึ่งคือ การวางเฉยของคนในสังคม โดยเฉพาะผู้มีความรู้ ที่รู้ว่าอะไรผิดอะไรถูก แต่ไม่ทําอะไร ยอมให้รัฐพันลึกทําตามอำเภอใจแม้จะสร้างความเสียหายให้กับประเทศ ผมคิดว่านี่คือผู้ร้ายตัวจริงที่ทําให้การปฏิรูปไม่เกิด และนี่คือประเด็นที่จะเขียนวันนี้

รัฐพันลึก หรือ Deep state ซึ่งหมายถึง กลุ่มบุคคลที่มีอํานาจเหนือรัฐบาลนั้นมีจริง มีในหลายประเทศ ซึ่งต้องไม่แปลกใจ เพราะรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอยู่ไม่นาน มาแล้วก็ไป ตามรอบการเลือกตั้ง ขณะที่ภาคราชการและภาคธุรกิจอยู่นานกว่า ไม่ไปไหน จึงไม่อยากให้นักการเมืองคือรัฐบาลจากการเลือกตั้งมาทําอะไรที่กระทบสถานะและเสถียรภาพของคนสองกลุ่มนี้ รัฐพันลึกจึงเกิดขึ้น และสร้างข้อจํากัดให้กับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในการบริหารประเทศ

ตัวอย่างเช่นสหรัฐ ช่วงประธานาธิบดีทรัมป์หาเสียงสมัยที่สอง ก็พูดถึงรัฐพันลึก ซึ่งทรัมป์หมายถึงข้าราชการระดับสูงและผู้เชี่ยวชาญที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายของเขาและพยายามขัดขวางไม่ให้นโยบายเขานําไปสู่การปฏิบัติหรือประสบความสำเร็จ ทรัมป์เรียกคนกลุ่มนี้ว่ารัฐพันลึก ซึ่งหลังชนะเลือกตั้ง ทรัมป์ก็จัดการคนกลุ่มนี้ ปลดออก ปิดสํานักงาน หรือปฏิรูปหน่วยงาน

แต่ในทุกเรื่องจะมีสองด้านเสมอ ดีและไม่ดี รัฐพันลึกก็เช่นกันมีทั้งรัฐพันลึก“ที่ดี”และรัฐพันลึก “ที่เลว” รัฐพันลึกที่ดี หมายถึงกลุ่มบุคคลนอกการเมืองที่ใช้ความรู้และอิทธิพลที่มีแนะนํารัฐบาลในการบริหารประเทศเพื่อเป้าหมายของการพัฒนาชาติ 

ตัวอย่างเช่น ญี่ปุ่นหลังพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่สอง ก็หันมาทุ่มให้กับการสร้างชาติทางเศรษฐกิจ โดยมีกลุ่มบุคคลนอกการเมืองทั้งจากราชการและภาคธุรกิจเป็นมันสมอง ใช้ความรู้และเครือข่ายที่มีแนะนำรัฐบาลคือนักการเมืองในการพัฒนาประเทศ เป็นบทบาทที่ทราบทั่วกัน 

คล้ายประเทศไทยในช่วงเดียวกัน ที่ความเข้มแข็งของระบบราชการ โดยเฉพาะภาวะผู้นําของข้าราชการระดับสูงในตอนนั้น ที่มีความรู้ มีบารมี นักการเมืองเกรงใจ ทําให้การพัฒนาประเทศไทยช่วงปี 1960-1980 ไปโลด นําหน้าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค

นี่คือ ตัวอย่างรัฐพันลึกที่ดีที่มีเป้าประสงค์เพื่อส่วนรวม คือการพัฒนาประเทศ ซึ่งนักรัฐศาสตร์ทั่วไปจะไม่ใช้คํา “รัฐพันลึก” นิยามหรืออธิบายคนกลุ่มนี้

อีกด้านคือ รัฐพันลึกที่ไม่ดี หมายถึงกลุ่มบุคคล คือ นักการเมือง ข้าราชการ ผู้นําธุรกิจ ที่ทําตัวเป็นรัฐเหนือรัฐ เหนือรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง คอยแทรกแซงและชี้นําการเมืองและการบริหารประเทศ ไม่ใช่เพื่อเป้าประสงค์ของการพัฒนาประเทศเหมือนรัฐพันลึกที่ดี

แต่เพื่อรักษาสถานะ (Status quo) และสิ่งหรือระบบที่มีอยู่ที่ตนได้ประโยชน์ให้คงอยู่ต่อไป ไม่เปลี่ยนแปลง รวมถึงการไม่ปฏิรูปเศรษฐกิจ

รัฐพันลึกกลุ่มนี้จะไม่แสดงตัว ไม่เหมือนรัฐพันลึกที่ดี แต่ชักใยอยู่เบื้องหลังเพราะรัฐพันลึกกลุ่มนี้คือการหาประโยชน์ด้วยวิธีการที่สร้างความเสียหายให้กับการพัฒนาประเทศ

เช่น 1.การแทรกแซงของรัฐพันลึกทําให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งไม่มีอํานาจเต็มในการบริหารประเทศ ต้องคอยฟังหรือเกรงใจรัฐพันลึก เมื่อไม่มีอํานาจเต็ม รัฐบาลก็อาจบริหารประเทศไปวันๆ โดยไม่รับผิดชอบ หรือไม่แก้ปัญหาที่ประเทศมีเพราะไม่มีอํานาจเต็มที่จะทํา ประเทศจึงเสียโอกาส 

2.รัฐพันลึกเองก็อาจใช้อำนาจและอิทธิพลที่มีอย่างไม่ควรและเลยเถิด เช่น หาประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้องโดยการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งถ้าไม่ทําเองก็หลับตาให้เครือข่ายทําและคอยปกป้อง ทั้งสองเรื่องทำให้ประเทศล้าหลังทั้งการพัฒนาเศรษฐกิจและการพัฒนาการเมือง

คําถามคือทําไมรัฐพันลึกที่ไม่ดีจึงอยู่ได้ ผมคิดว่าที่อยู่ได้ไม่ใช่เพราะเก่งแต่เพราะไม่เคยถูกท้าทาย และที่ไม่ถูกท้าทายเพราะคนส่วนใหญ่ถอนตัวไม่อยากยุ่งกับสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศ ไม่ใช่เพราะไม่สนใจแต่ดูแล้วไม่ว่าจะทําอะไรก็เปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้นยาก จึงลดการคาดหวัง

ขณะเดียวกันรัฐพันลึกเมื่อไม่ถูกท้าทาย ก็ยิ่งกล้าขึ้น ยิ่งทําสิ่งไม่ดีไม่งามมากขึ้น ช่องว่างความไม่ถูกต้องในสังคมจึงกว้าง คนรุ่นเก่าเบื่อหน่าย ถอนตัว ขณะที่คนรุ่นใหม่หมดหวังกับประเทศ นี่คือพลวัตที่ทำให้รัฐพันลึกที่ไม่ดีอยู่ได้

แล้วเราจะแก้ปัญหานี้อย่างไร คือถ้ารัฐพันลึกเป็นปัญหาอย่างเดียวและประชาชนพร้อมต่อต้าน เราก็จะเห็นคนออกมาต่อต้านมากและรัฐพันลึกก็จะจบเหมือนอย่างที่เกิดขึ้นที่เกาหลีใต้ แต่เมื่อไม่ออกมา การเปลี่ยนแปลงก็ไม่เกิดขึ้น ที่เขียนแบบนี้ไม่ใช่เชียร์ให้การประท้วงต่อต้านเป็นทางออก

แต่ชี้ให้เห็นว่า เมื่อสังคมปล่อยวาง รัฐพันลึกก็ไม่มีต้นทุน เมื่อไม่มีต้นทุน ก็ใช้อํานาจใช้อิทธิพลสร้างความเสียหายไปเรื่อยๆ

ด้วยเหตุนี้การปฏิรูปจึงไม่เกิด ดังนั้น ผู้ร้ายตัวจริงที่ทําให้การปฏิรูปไม่เกิดอาจไม่ใช่รัฐพันลึกอย่างเดียว แต่เป็นการปล่อยวางของสังคม ที่ถอนตัว ไม่สนใจ ทําให้ความไม่ถูกต้องเกิดขึ้นซํ้าแล้วซํ้าอีก นี่คือประเด็นที่ต้องตระหนัก

เข้าใจรัฐพันลึกและการปฏิรูปเศรษฐกิจ