ณัฐพงษ์ ย้ำความพร้อมพรรคประชาชนเป็นรัฐบาลตั้งแต่วันแรก เผยแผนเดินหน้านโยบายและกฎหมายใน 100 วันแรก มุ่งอุดรอยรั่วเศรษฐกิจ ปราบสินค้าผิดกฎหมาย ทุนเทา และคอลเซ็นเตอร์ ควบคู่ปฏิรูปจัดซื้อจัดจ้าง ป้องกันปัญหาทุจริตซ้ำซาก ก่อนเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากด้วย “หวยใบเสร็จ” เสริมสภาพคล่องเอสเอ็มอี ปลดหนี้เกษตรกร ลดค่าไฟทันที 25 สตางค์ และแก้ปัญหาสิทธิที่ดินทำกิน หวังสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 7 ล้านล้านบาท
วันนี้ (17 ม.ค. 2569 )ที่ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง อาคารกีฬาเวสน์ 1 กทม. “เครือเนชั่น” จัดงาน “Nation Election 2569 Debate จุดเปลี่ยนประเทศไทย” โดยเชิญตัวแทนพรรคการเมืองมาร่วมประชันวิสัยทัศน์ หวังคว้าใจประชาชน ก่อนการเลือกตั้ง 8 ก.พ.นี้
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน กล่าวว่าพรรคมีความพร้อมในการบริหารเป็นรัฐบาลตั้งแต่วันแรก และได้เตรียมนโยบายและกฎหมายที่จะเริ่มดำเนินการใน 100 วันแรกที่เป็นรัฐบาล
โดยในส่วนของนโยบายเศรษฐกิจพรรคประชาชนตั้งเป้าจะอุดรอยรั่ว ในระบบเศรษฐกิจ โดยตั้งเป้าที่จะทำลายสินค้าผิดกฎหมาย สินค้าสีเทา ที่ขาดมาตรฐาน และมาทำลายสินค้า และธุรกิจไทยให้สิ้นซาก
ซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องของการทำลายเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ ทุนเทา และการทุจริตที่เป็นนโยบายหลักของพรรค
โดยเรายังมีนโยบายในการปฏิรูประบบการจัดซื้อจัดจ้างทำยังไงไม่ให้เกิดปัญหาเครนถล่มซ้ำอีกในอนาคต
นายณัฐพงษ์กล่าวว่าเมื่ออุดรูรั่วเสร็จแล้วก็ต้องกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากโดยพรรคเรามีนโยบายหวยใบเสร็จที่มาใช้ควบคู่กับการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้ได้ผล
“ที่ผ่านมานโยบายคนละครึ่งมาไม่ใช่ไม่ดีนะครับแต่เหมือนฝนที่มาประเดี๋ยวประด๋าว แต่หวยใบเสร็จเรามีทุกเดือนกระตุ้นให้คนไปจับจ่ายใช้สอยที่ตลาดสด เดือนนึงออกสองงวดจะสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้” นายณัฐพงษ์ กล่าว
นอกจากนี้ยังมีนโยบายสินเชื่อในการเสริมสภาพคล่อง ให้กับเอสเอ็มอีและนโยบายต่างๆในการปลดหนี้ให้กับประชาชนด้วย โดยนโยบายปลดหนี้ เรามีนโยบายในการปลดหนี้ให้กับเกษตรกรสูงวัยเกษตรกรคนไหนก็ตาม จ่ายดอกเบี้ยทบต้นไปแล้ว เรามีนโยบายที่จะปลดหนี้ให้ทันที ส่วนใครยังจ่ายดอกไม่ครบต้นเรามีนโยบายลดหนี้ให้ครึ่งหนึ่ง
นอกจากรถนี่เรายังมีนโยบายในการลดค่าใช้จ่าย ให้กับพี่น้องประชาชนเรามีนโยบายที่จะลดค่าไฟให้ทันที 25 สตางค์ โดยการเจรจาสัมปทานกับกลุ่มทุนพลังงาน
ในขณะที่ปัญหาที่ต้องแก้ไขคือการขาดสิทธิ์ในที่ดินทำกินซึ่งเรื่องนี้ผมได้เดินทางไปพบกับปัญหานี้ในหลายพื้นที่ของประเทศ ซึ่งถ้าแก้ปัญหาตรงนี้ได้จะคืนเม็ดเงินให้ไปหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ จะเพิ่มทั้งพื้นที่ทำกินและพื้นที่ป่าส่งผลให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 7 ล้านล้านบาท เกือบครึ่งหนึ่งของจีดีพีไทย





