“อภิสิทธิ์" ประกาศแผน “จุดเปลี่ยนประเทศไทย” วางรากฐานปีแรก ฟื้นเศรษฐกิจ-ปราบทุจริต ลดค่าครองชีพ ดันสวัสดิการ-ค่าโดยสารรถไฟฟ้า พร้อมตั้งเป้าเศรษฐกิจโตไม่น้อยกว่า 5% ใน 4 ปี
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในเวทีดีเบต จุดเปลี่ยนประเทศไทย ทึ่จัดโดยเนชั่นกรุ๊ปว่า จะะเริ่มต้นจากการตั้งคณะรัฐมนตรีที่ประกอบไปด้วยบุคคลที่เป็น บุคคลที่เป็นผู้คนซื่อสัตย์ มืออาชีพ และถ้าหากว่าจะต้องมีพรรคการเมืองอื่นเข้ามาร่วมรัฐบาล เราก็ยืนยันว่าบุคลากรที่จะมาร่วมกับเรานั้น ต้องมีความรู้ ความสามารถ และความซื่อสัตย์
แต่เหนือสิ่งอื่นใด ใครมาร่วมกับเราเมื่อทำงานไปแล้ว ผมจะใช้มาตรฐานการเมืองที่สูงกว่ามาตรฐานทางกฎหมายเหมือนที่เคยทำมา มีเพียงข้อสงสัยก็ ปลดออกจากคณะรัฐมนตรีทันที!
โดย 1 ปีแรก คือการวางรากฐานสู่บ้านเมืองที่สุจริต และเศรษฐกิจที่ดี เราเริ่มต้นจากการมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ที่จะเป็นมาตรการที่เงินออกเร็วและง่าย ให้พี่น้องประชาชนลืมตาอ้าปากได้ และบรรดานโยบายทั้งหลายที่เราตั้งไว้เพื่อช่วยกลุ่มเปราะบาง ไม่ว่าจะเป็นแม่เด็กแรกเกิดปีแรก 65,000 บาท เบี้ยยังชีพผู้สูงวัย 1,000 บาท ท่านจะได้สิทธินั้นทันที โดยรับเงินหลังจากที่เราผ่าน พรบ. งบประมาณปี 70
รถไฟฟ้าสามารถใช้กองทุนตั๋วร่วมมาลดราคาเหลือ 20 บาท สำหรับสายสีแดงและสายสีม่วง แต่เมื่อมีงบประมาณแล้ว ทุกสายจะแบ่งเป็นโซน ราคาจะอยู่ที่ 5-30 บาท นี่คือแนวทางที่เราวางเอาไว้
สำหรับงบประมาณที่จัดขึ้นก็จะประกอบไปด้วยโครงการหลักของประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการประกันรายได้เกษตรกร ประกันรายได้แรงงาน และอื่นๆ นี่คือการเริ่มต้นเรื่องของเศรษฐกิจ ส่วนเรื่องภัยพิบัติ เราจะยกระดับหน่วยงานป้องกันบรรเทาสาธารณภัยขึ้นตรงต่อนายกฯ เพื่อความมีประสิทธิภาพและเอกภาพที่พร้อมรับมือกับทุกภัยพิบัติ
ด้านปัญาทุนเทา จะถูกปราบปรามจากการโยกย้ายคนที่เป็นอุปสรรคอยู่ในปัจจุบันต่อการทำงานของ กลต. ปปง. ออกพระราชกำหนดเรื่องการสามารถอายัดทรัพย์ สินทรัพย์ที่ได้มาโดยไม่สามารถพิสูจน์ได้ ในการหาเจ้าของที่แท้จริงของเงิน และในการให้การซื้อขายเรื่องคริปโต ทองคำนั้นจะต้องมีการรายงาน
ทั้งนี้เราจะวางรากฐานสู่การเติบโตในอนาคตด้วยการออกกฎหมายแม่บท 2 ฉบับ ฉบับแรก เพื่อนำไปสู่การปลดล็อกแก้กฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากินและการประกอบอาชีพ ฉบับที่สอง จะนำไปสู่การเชื่อมโยงข้อมูลรัฐทั้งหมดเพื่อประสิทธิภาพในการทำงานกับประชาชนในการบริการ ในการที่จะเป็นข้อมูลที่ภาคเอกชนนำไปใช้ได้ในการประกอบธุรกิจ และสำคัญที่สุด การเปิดข้อมูลจัดซื้อจัดจ้าง เชื่อมโยงกับการแสดงบัญชีทรัพย์สิน เพื่อให้คนและ AI ตรวจจับทุจริตได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีแพลตฟอร์ม 'ส่องรัฐ' เกิดขึ้นทันที
ภายในปีแรกเราจะเดินหน้าการต่างประเทศไปสู่การเจรจาการค้าที่จบ ทั้งในเรื่องของสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป ตั้งทูตเศรษฐกิจเชิงรุกเพื่อไปเชิญชวนการลงทุนเข้ามาสู่อุตสาหกรรมเป้าหมายที่เราได้กำหนดไว้แล้ว เปิดเสรีเรื่องของโซลาร์เซลล์ และเริ่มวางรากฐานในเรื่องของระบบไฟฟ้าไปสู่การลดค่าไฟแบบถาวรโดยไม่ต้องใช้เงินภาษี
ทั้งหทดนี่คือแผนที่เราได้เตรียมไว้ มีความชัดเจนทั้งในเรื่องขั้นตอน กฎหมาย และงบประมาณ เพื่อนำไปสู่เป้าหมาย 4 ปี ที่เศรษฐกิจจะต้องกลับไปเติบโตไม่น้อยกว่า 5 %และบ้านเมืองสุจริต ปีแรกท่านจะเห็น 'ฟ้าใหม่ ไล่เมฆเทา' และจะเห็น 'ฟ้าหลังฝน' นำไปสู่การแก้ปัญหาเพื่อให้ไทยหายจน
“นโยบายเศรษฐกิจที่เราวางไว้ จะมุ่งแก้ปัญหาปากท้องพี่น้องประชาชน ให้เห็นผลเร็ว นโยบายที่หาเสียงไว้ในส่วนที่เกี่ยวกับสวัสดิการ เช่น การให้เงินเด็กแรกเกิด ประชาชนจะได้เงินทันที หลังจากที่ผ่าน พรบ.งบประมาณปี 2570” นายอภิสิทธิ์ กล่าว





