background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

MONEY AND STOCK MARKET REVIEW วันที่ 12-16 มกราคม 2569

MONEY AND STOCK MARKET REVIEW วันที่ 12-16 มกราคม 2569

เงินบาทแกว่งตัวเป็นกรอบ ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นจากสัปดาห์ก่อนตามแรงซื้อของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ

สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท

• เงินบาทแกว่งตัวอยู่ในกรอบค่อนข้างจำกัดในช่วง 31.20-31.55 ตลอดสัปดาห์

เงินบาทแข็งค่าขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์สอดคล้องกับทิศทางราคาทองคำในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงกดดันท่ามกลางความกังวลต่อความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หลังนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดเปิดเผยว่า อัยการของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ มีการเปิดการสอบสวนในประเด็นการปรับปรุงสำนักงานใหญ่ของเฟด

อย่างไรก็ดี เงินบาทกลับมาอ่อนค่าในช่วงกลางสัปดาห์ เนื่องจากตลาดตีความสัญญาณของผู้ว่าการ ธปท. ในเชิง Dovish ซึ่งสะท้อนโอกาสการปรับลดดอกเบี้ยของไทยในปีนี้ นอกจากนี้ การอ่อนค่าของเงินบาทยังสอดคล้องกับทิศทางสกุลเงินในเอเชีย นำโดย เงินเยนซึ่งเผชิญแรงขายท่ามกลางการคาดการณ์ว่า นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่นอาจตัดสินใจยุบสภาเพื่อจัดเลือกตั้งทั่วไป

ซึ่งตลาดประเมินว่า หากพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ชนะการเลือกตั้งก็อาจทำให้สถานะทางการคลังของญี่ปุ่นถดถอยลง นอกจากนี้ แรงขายเงินดอลลาร์ฯ ชะลอลงบางส่วน หลังมีรายงานข่าวว่า ผู้ว่าการธนาคารกลางทั่วโลกร่วมกันออกแถลงการณ์เพื่อสนับสนุนนายเจอโรม พาวเวลด้วยเช่นกัน

MONEY AND STOCK MARKET REVIEW วันที่ 12-16 มกราคม 2569

เงินบาททยอยแข็งค่ากลับมาอีกครั้งในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงขายตามปัจจัยทางเทคนิคหลังจากที่ USD/THB ไม่ผ่านแนว 31.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ ประกอบกับเงินเยนฟื้นตัวขึ้นบางส่วน หลังทางการญี่ปุ่นส่งสัญญาณว่า อาจเข้าแทรกแซงเพื่อชะลอการอ่อนค่าของเงินเยน

• ในวันศุกร์ที่ 16 ม.ค. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 31.39 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 31.43 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (9 ม.ค.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 12-16 ม.ค. 256 นั้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 7,576.7 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Inflows เข้าตลาดพันธบัตรไทย 820.8 ล้านบาท (ซื้อสุทธิพันธบัตร 821.0 ล้านบาท หักตราสารหนี้หมดอายุ 0.2 ล้านบาท)

• สัปดาห์ระหว่างวันที่ 19-23 ม.ค. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 31.00-31.70 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ การเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชียและราคาทองคำในตลาดโลก

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ จีดีพีไตรมาส 3/2568 ดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือนต.ค.-พ.ย. ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือนธ.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค และ PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนม.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามผลการประชุม BOJ (22-23 ม.ค.) การกำหนดอัตราดอกเบี้ย LPR ของจีน อัตราเงินเฟ้อเดือนธ.ค. ของยูโรโซนและอังกฤษ และข้อมูลเศรษฐกิจจีน อาทิ จีดีพีไตรมาส 4/2568 และตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรม ยอดค้าปลีก และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเดือนธ.ค. ด้วยเช่นกัน

สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย

• ดัชนีหุ้นไทยเริ่มฟื้นตัวในช่วงกลางสัปดาห์ท่ามกลางแรงซื้อของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ

SET Index ปรับตัวลงช่วงต้นสัปดาห์ เนื่องจากไร้ปัจจัยใหม่ๆ เข้ามากระตุ้นตลาด ประกอบกับเผชิญแรงกดดันจากแรงขายในกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ นำโดย หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลจากความกังวลเกี่ยวกับการยกเลิกการขายแผนประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายของบริษัทประกันรายใหญ่ นอกจากนี้ แรงขายทำกำไรหุ้นรายตัว ในกลุ่มค้าปลีกและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ก็เป็นปัจจัยลบที่กดดันตลาดหุ้นไทยด้วยเช่นกัน

MONEY AND STOCK MARKET REVIEW วันที่ 12-16 มกราคม 2569

อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยทยอยฟื้นตัวตั้งแต่ช่วงกลางสัปดาห์ท่ามกลางแรงซื้อของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ นำโดย หุ้นกลุ่มพลังงานที่ได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวขึ้นจากสถานการณ์ตึงเครียดในอิหร่าน รวมถึงหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์และแบงก์ในช่วงที่กำลังจะรายงานผลประกอบการไตรมาส 4/2568

• ในวันศุกร์ที่ 16 ม.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,275.60 จุด เพิ่มขึ้น 1.72% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 40,148.11 ล้านบาท ลดลง 1.11% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.96% มาปิดที่ระดับ 212.83 จุด

• สัปดาห์ถัดไป (19-23 ม.ค. 69) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,2 60 และ 1,250 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,285 และ 1,300 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ของบจ.ไทย และทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนม.ค. (เบื้องต้น) รายได้และรายจ่ายส่วนบุคคลเดือนต.ค. - พ.ย. ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/2568 รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ การประชุม BOJ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2568 และตัวเลขเศรษฐกิจเดือนธ.ค. ของจีน อาทิ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ยอดค้าปลีก และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนธ.ค. ของยูโรโซนและญี่ปุ่น ตลอดจนดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนม.ค. (เบื้องต้น) ของญี่ปุ่น ยูโรโซนและอังกฤษ