รัฐงัดมาตรการเข้มออก “สมุดพกผู้รับเหมา” ปิดจุดบอดโปรเจกต์รัฐ ให้อำนาจ “ตัดคะแนน-ลดชั้น-เพิกถอนทะเบียน” ผู้รับเหมาทิ้งงานและประมาทเลินเล่อร้ายแรง หวังลดอุบัติเหตุซ้ำซาก
จากโศกนาฏกรรมอุบัติเหตุในโครงการก่อสร้างภาครัฐที่เกิดขึ้นซ้ำซาก ไม่ว่าจะเป็นบริเวณถนนพระราม 2 รวมถึงเหตุการณ์ที่ เครนถล่มทับรถไฟ ที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา สร้างความสูญเสียที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นกับประชาชน ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ส่งผลสังคมให้เกิดคำถาม ถึงมาตรฐานความปลอดภัยและการกำกับดูแลผู้รับเหมาของภาครัฐ รวมถึงบทลงโทษที่ควรจะได้รับ
ล่าสุด ภาครัฐได้ประกาศใช้ข้อบังคับใหม่ ที่เรียกว่า “สมุดพกผู้รับเหมา” เพื่อยกระดับมาตรฐานและคัดกรองผู้ประกอบการที่ไร้ความรับผิดชอบออกจากระบบ
รู้จัก “สมุดพกผู้รับเหมา”
“สมุดพกผู้รับเหมา” หรือระบบบันทึกความประพฤติผู้รับเหมา เป็นกลไกใหม่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาผู้รับเหมาลอยนวลโดยเฉพาะ เดิมทีผู้รับเหมาที่ไต่เต้าขึ้นสู่ “ชั้นพิเศษ” มักจะอยู่ในสถานะขึ้นแล้วขึ้นเลยแม้จะทำงานผิดพลาดก็ไม่มีการลดชั้น แต่ระบบใหม่นี้จะนำระบบ “ตัดคะแนน” (Point System) มาใช้ หากทำงานบกพร่อง ทิ้งงาน หรือเกิดอุบัติเหตุ จะถูกบันทึกความผิด หักคะแนน และนำไปสู่การลดชั้น หรือระงับสิทธิการประมูลงานในที่สุด
ความคืบหน้าล่าสุด รมว.คลัง ได้ลงนามในกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้าง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ที่ผ่านมา และได้ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2569 ซึ่งถือว่ามีผลบังคับใช้ในทางกฎหมายทันที
เปิดสาระสำคัญ เพิกถอนทะเบียนได้จริง
กฎกระทรวงฉบับใหม่นี้ มีมาตรการลงโทษที่ชัดเจนและรุนแรงขึ้น ดังนี้
- การตัดคะแนนและลดชั้น หากผลงานไม่เป็นไปตามสัญญา หรือมีข้อบกพร่อง จะถูกตัดคะแนน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อระดับชั้นและโอกาสในการชนะการประมูลงานในอนาคต
- หากพบพฤติกรรม ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หรือทรัพย์สินรัฐเสียหายร้ายแรง รวมถึงการทุจริต ยื่นเอกสารเท็จ กรมบัญชีกลางมีอำนาจสั่งเพิกถอนทะเบียนได้ทันที
- โดยผู้ที่ถูกเพิกถอนทะเบียนจากความประมาท จะถูกห้ามขึ้นทะเบียนใหม่ 2 ปี แต่หากเป็นกรณีทุจริตเอกสาร จะถูกแบนยาวถึง 3 ปี
ทั้งนี้ แม้กลไก “สมุดพกผู้รับเหมา” จะเป็นเครื่องมือหลักที่นำมาใช้เพื่อลดอุบัติเหตุโครงการรัฐ แต่ความสำเร็จในการลดอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นได้จริง ต้องอาศัยปัจจัยขับเคลื่อน 3 ประการ
1. การบังคับใช้กับสัญญาปัจจุบัน แม้ระบบตัดคะแนนจะเริ่มใช้เต็มรูปแบบกับโครงการใหม่ แต่สำหรับโครงการที่กำลังดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน หากเกิดอุบัติเหตุหลังกฎกระทรวงบังคับใช้ กรมบัญชีกลางยืนยันว่า สามารถใช้ดาบเพิกถอนทะเบียนได้ทันที หากมีหลักฐานชัดเจน
2. หน่วยงานเจ้าของโครงการต้อง เลิกเกรงใจ โดยจะต้องดำเนินการเสนอชื่อผู้รับเหมาที่ทำเกิดการเสียชีวิตให้ขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) หากหน่วยงานต้นสังกัดยังเกรงใจอิทธิพลบริษัทใหญ่ ไม่กล้าส่งเรื่อง กฎหมายฉบับนี้ก็จะเป็นเพียงเสือกระดาษ
3. ปิดช่องโหว่ในสัญญา หน่วยงานต้องระบุเงื่อนไข ระบบความปลอดภัยในสัญญาให้ชัดเจน เพื่อให้เข้าข่าย พรบ.จัดซื้อจัดจ้างฯ มาตรา 109 ที่สามารถสั่งทิ้งงานและ Blacklist ได้ทันทีเมื่อผู้รับเหมาละเลยความปลอดภัย
รัฐบาลเอาจริง ขีดเส้นตายสิ้นเดือนนี้
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำชับให้เร่งปิดช่องว่างทางกฎหมายเพิ่มเติม โดยภายในสิ้นเดือน ม.ค.นี้ กรมบัญชีกลางจะเสนอคณะกรรมการวินิจฉัยและคณะกรรมการราคากลาง เพื่อคลอดระเบียบลูกเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การตัดคะแนนที่ละเอียดยิบ เพื่อให้การบังคับใช้เป็นไปอย่างสมบูรณ์





