background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

การรถไฟฯ ฟ้อง ITD ทั้งอาญาและแพ่ง เหตุเครนก่อสร้างไฮสปีดถล่ม

การรถไฟฯ ฟ้อง ITD ทั้งอาญาและแพ่ง เหตุเครนก่อสร้างไฮสปีดถล่ม

“พิพัฒน์” สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เหตุเครนก่อสร้างหล่นทับขบวนรถไฟ กำหนดรายงานผลภายใน 15 วัน ด้าน รฟท.ฟ้องเอาผิด ITD ทั้งอาญาและแพ่ง

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคม แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อพิจารณาการปฏิบัติงานตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยในงานก่อสร้าง หาข้อเท็จจริง และสาเหตุของอุบัติเหตุกรณีเครนก่อสร้างในโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร–นครราชสีมา (เครนถล่ม) สัญญาที่ 3-4 งานโยธาช่วงลำตะคอง–สีคิ้ว และช่วงกุดจิก–โคกกรวด หล่นทับขบวนรถไฟ เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ได้กำหนดให้คณะกรรมการรายงานผลการตรวจสอบ ภายในระยะเวลา 15 วัน นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ด้านนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่ง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้รายงานเหตุการณ์ดังกล่าวต่อคณะกรรมการรถไฟฯ เพื่อรับทราบ และพิจารณาแนวทางการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี โดยมอบหมายให้ฝ่ายเกี่ยวข้อง นำเรื่องไปพิจารณา ซึ่งได้ข้อสรุปว่า กรณีผู้เสียชีวิต การรถไฟฯ และบริษัทผู้รับจ้าง จะมอบเงินเยียวยา จำนวน 1,340,000 บาท ต่อราย 

การรถไฟฯ ฟ้อง ITD ทั้งอาญาและแพ่ง เหตุเครนก่อสร้างไฮสปีดถล่ม

ส่วนกรณีผู้ได้รับบาดเจ็บ การรถไฟฯ จะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลจนกว่าอาการจะหาย และหากมีความเสียหายอื่น ๆ หรือทรัพย์สินสูญหาย ให้ผู้ได้รับผลกระทบยื่นเรื่องต่อการรถไฟฯ เพื่อพิจารณาชดใช้ค่าเสียหายเป็นรายกรณีต่อไป พร้อมทั้งกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันอีกในอนาคต ควบคู่กับการมอบหมายให้คณะกรรมการกลางพิจารณาเหตุอันตรายของการรถไฟฯ ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงไปพร้อมกัน 

นายอนันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตามมาตรฐานการดำเนินงานก่อสร้างทางรถไฟในพื้นที่ที่ยังมีการเดินขบวนรถนั้น ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีวิศวกรหรือทีมประสานงานกับนายสถานี หากมีขบวนรถเดินผ่านจุดก่อสร้าง จะต้องหยุดการปฏิบัติงานก่อสร้างในบริเวณดังกล่าวทั้งหมด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสาร ซึ่งจะต้องตรวจสอบอย่างเคร่งครัดว่าผู้รับจ้างได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องครบถ้วนหรือไม่ และมีความบกพร่องในขั้นตอนหรืออุปกรณ์ เครื่องมือในการก่อสร้าง หรือผู้ควบคุมงาน เพื่อให้ทราบสาเหตุที่เกิดขึ้น

ขณะเดียวกัน การรถไฟฯ ได้ดำเนินการขยับตู้โบกี้ออกจากแนวทางรถไฟเรียบร้อยแล้ว และผู้รับจ้างเตรียมรื้อถอน Launcher ที่ได้รับความเสียหายออกจากพื้นที่ทั้งหมด และจะดำเนินการซ่อมแซมทาง คาดว่าใช้เวลาประมาณ 7 วัน อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ การรถไฟฯ จะเร่งตรวจสอบ Launcher ในทุกโครงการก่อสร้างอย่างละเอียด พร้อมติดตั้งระบบตรวจสอบและเฝ้าระวังเพิ่มเติม อาทิ ระบบเซนเซอร์และกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) เพื่อยกระดับความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน

ด้านกฎหมาย การรถไฟฯ ได้ดำเนินการแจ้งความเพื่อดำเนินคดีอาญาในกรณีที่มีผู้เสียชีวิต รวมถึงการดำเนินคดีทางแพ่ง เนื่องจากความเสียหายต่อทรัพย์สิน ภาพลักษณ์ และความเชื่อมั่นขององค์กร ตลอดจนความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต ซึ่งรายละเอียดความรับผิดจะเป็นไปตามผลการสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป