“เอกนิติ” เซ็นคำสั่งแก้ประกาศกระทรวงการคลัง ให้อำนาจแบงก์ชาติคุมเข้ม “ธุรกรรมทองคำ” สกัดบาทแข็งค่าเกินพื้นฐาน หวั่นฉุดเศรษฐกิจไทยติดหล่ม
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวในหัวข้อ Economic Outlook 2026 : Fiscal & Financial Strategies for Economic Revival ในงาน CEO Day จัดโดย “กรุงเทพธุรกิจ” วันนี้ (15 ม.ค.) ว่า ตนได้ลงนามแก้ไขประกาศกระทรวงการคลัง เพื่อให้อำนาจผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศ (ธปท.) สามารถใช้อำนาจตาม พ.ร.บ. ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ในการสั่งการให้ร้านทองรายงานธุรกรรมการซื้อขายต่อธปท.ได้ โดยการแก้ประกาศนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำกับดูแลธุรกรรมการเทรดทองคำผ่านแอปพลิเคชันที่มีผลกระทบต่อค่าเงินบาทโดยตรง
นายเอกนิติ กล่าวว่า สภาวะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันกำลังเผชิญปัญหาเงินบาทแข็งค่าเกินกว่าปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคการส่งออกและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยกระทรวงการคลังร่วมกับธปท.ได้มีการดำเนินการเชิงรุกผ่านการปรับปรุงข้อกฎหมายเพื่อควบคุมต้นตอของความผันผวน โดยเฉพาะธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับทองคำ
ปัจจุบันเงินบาทแข็งค่าเกินกว่าปัจจัยพื้นฐานมาก จากปัจจัยหลายเรื่องทั้งการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด ปัจจัยภายนอกอย่างการดำเนินนโยบายสหรัฐ รวมถึงปัจจัยพิเศษอย่างธุรกรรมทองคำ ซึ่งซ้ำเติมสถานการณ์เศรษฐกิจไทยที่โตต่ำเพียง 1.5% - 2% ในปัจจุบัน ซึ่งถือว่าต่ำกว่าศักยภาพที่ควรจะเป็นที่ 2.7%
"เราถึงคุยกันว่า ต้องทำทุกวิถีทางทั้งเครื่องมือการเงินและการคลังเพื่อดูแลค่าเงินบาท ยังไงก็แล้วแต่หากค่าบาทแข็งเกินศักยภาพจะยิ่งทำร้ายเศรษฐกิจไทย"
ทั้งนี้ นอกจากการคุมเข้มเรื่องทองคำ ยังได้จัดตั้งและนั่งเป็นประธานคณะทำงาน "Connect the Dots" ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง ธปท., กลต., ปปง. และสมาคมธนาคารไทย เพื่ออุดช่องโหว่ทางกฎหมาย โดยเน้นไปที่การกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล ที่มักถูกใช้เป็นช่องทางของอาชญากรและแฮกเกอร์ในการเคลื่อนย้ายเงินผิดกฎหมาย ซึ่งส่งผลทางอ้อมต่อค่าเงินบาท
รวมทั้ง การติดตามทุนเทา ซึ่งยอมรับว่าปัญหาเงินผิดปกติหรือทุนเทามีส่วนเกี่ยวข้องกับค่าเงินบาท โดยอาชญากรอาจนำดอลลาร์มาแลกเป็นบาทเพื่อฟอกเงินผ่านการซื้ออสังหาริมทรัพย์ รถหรู หรือทองคำโดยคณะทำงานได้มีการจัดตั้ง Data Bureau เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินทั้งหมดเข้าด้วยกัน ทำให้สามารถเห็นเส้นทางเงินที่ผิดปกติได้ทันที แทนที่จะต่างคนต่างทำเหมือนในอดีต





