"กรุงเทพธุรกิจ" ประกาศรางวัลสุดยอดผู้นำทางธุรกิจประจำปีของ "กรุงเทพธุรกิจ" เมื่อวันที่ 15 ม.ค.2569 ที่โรงแรมดุสินธานี โดยมี CEO เข้าร่วมงานจำนวนมาก ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้แก่ผู้นำองค์กรขนาดใหญ่ที่มีวิสัยทัศน์ มีความกล้าหาญ และมีความรับผิดชอบต่อสังคมและประเทศชาติ
สำหรับรางวัล "CEO of the Year 2025" กรุงเทพธุรกิจมอบให้กับ นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ซึ่งเป็นผู้นำที่ขับเคลื่อนองค์กรให้ประสบความสำเร็จท่ามกลางความท้าทายในหลายมิติ และเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ผู้บริหารรุ่นใหม่ในการสร้างความสามารถทางการแข่งขันของไทยในระดับโลก
ถอดบทเรียน "ความกล้าหาญ" จากวิกฤติต้มยำกุ้ง
นายศุภชัย ได้กล่าวขอบคุณ พร้อมแบ่งปันมุมมองว่า การเป็น CEO นอกเหนือจากวิสัยทัศน์ "ความอุตสาหะ" และความมีสติในยามวิกฤตแล้ว ปัจจัยสำคัญที่สุดคือ “ความกล้าหาญ” โดยเขาเล่าว่าจุดเริ่มต้นของการเป็น CEO เกิดขึ้นหลังวิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศเผชิญกับความท้าทายอย่างมาก แต่การเรียนรู้จากวิกฤติเหล่านั้น รวมถึงวิกฤติฟองสบู่อินเทอร์เน็ตในเวลาต่อมา ทำให้องค์กรกลับมาเข้มแข็งกว่าเดิม
นายศุภชัย กล่าวว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตซ้อนวิกฤติในหลายด้านที่ผู้นำต้องเผชิญ ได้แก่
1. Digital Disruption การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็ว
2. Geopolitics แรงกดดันทางการเมืองโลกและความขัดแย้งที่รุนแรง
3. Climate Change ภาวะอากาศแปรปวรที่รุนแรง โดยเฉพาะเป้าหมายการคุมอุณหภูมิไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส ซึ่งปัจจุบันมีแนวโน้มจะทะลุไปถึง 3 องศาเซลเซียส ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนไทยสู่ศูนย์กลางภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม เพื่อนำประเทศไทยผ่านพ้นความท้าทาย นายศุภชัย ได้เสนอวิสัยทัศน์การผลักดันประเทศผ่าน 4 เสาหลักสำคัญ คือ
1. Regional Hub ชูไทยเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ การท่องเที่ยว และ Soft Power โดยแนะให้เชื่อมโยงเศรษฐกิจไทย-มาเลเซีย-สิงคโปร์ เพื่อสร้างพลังทาง GDP ระดับล้านล้านดอลลาร์
2. Digital Transformation สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ลดการใช้เงินสด เพื่อดึงเศรษฐกิจนอกระบบเข้ามาสู่ระบบ ซึ่งจะช่วยเพิ่มฐานภาษีและขยาย GDP ได้มหาศาล
3. Talent Hub เสนอแผนดึงดูดบุคลากรทักษะสูงและนักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลก (Knowledge Worker) ให้เข้ามาทำงานในไทย โดยตั้งเป้าให้มีสัดส่วน 10% ของประชากร หรือประมาณ 7 ล้านคน เพื่อแก้ปัญหาประชากรลดลงและเพิ่มจำนวนผู้เสียภาษี
4. Innovation & Startup Ecosystem เสนอให้ไทยเป็นศูนย์กลาง Data Center และนวัตกรรม โดยเชื่อมโยง Hyper Scaler เข้ากับมหาวิทยาลัยของไทย
ปั้น 2 แสน Startup สร้าง "นักรบเศรษฐกิจรุ่นใหม่"
สำหรับประเด็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือการเสนอโมเดลสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ โดยนายศุภชัยเสนอให้มีการสนับสนุนนักศึกษาในมหาวิทยาลัยกว่า 2 ล้านคน ให้มีโอกาสตั้งทีมทำ Startup หากรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณ เช่น 1 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ เพื่อสร้าง Startup 200,000 ทีม แม้จะมีเพียง 1% ที่ประสบความสำเร็จเป็นยูนิคอร์น ก็จะสามารถขับเคลื่อน GDP ของประเทศได้อย่างมหาศาล และเปลี่ยนวิธีคิดของเยาวชนไทยให้เป็นผู้ประกอบการที่พร้อมเข้าสู่ทุกอุตสาหกรรม
นายศุภชัย กล่าวทิ้งท้ายด้วยการให้กำลังใจผู้บริหารทุกท่านว่า "ประเทศไทยมีอนาคตแน่นอน" และขอให้ทุกคนร่วมกันต่อสู้เพื่อนำพาประเทศไปสู่ความมั่นคงและยั่งยืน





