background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

สรท. ประเมิน ศาลสูงสหรัฐฯ เลื่อนตัดสินคดีภาษีทรัมป์ แค่ซื่้อเวลา

สรท. ประเมิน ศาลสูงสหรัฐฯ เลื่อนตัดสินคดีภาษีทรัมป์ แค่ซื่้อเวลา

สรท. ประเมิน ศาลสูงสหรัฐฯ เลื่อนตัดสินคดีภาษีทรัมป์ ทอดเวลา เชื่อ! แม้คำตัดสินออกมาเป็นคุณกับทั่วโลก แต่การเก็บภาษีอาจเป็นรูปแบบอื่น ย้ำ  ผู้ส่งออกไทย ไม่ควรวิตก" ธนวรรธน์  พลวิชัย" มองเลื่อนภาษีไม่กระทบไทยเพราะยังถูกเก็บ 19 %

นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยถึงกรณีที่ศาลสูงสหรัฐฯ เลื่อนการตัดสินคดีภาษีทรัมป์ออกไปว่า ทางสภาผู้ส่งออกมีความเชื่อว่าแนวโน้มที่ศาลฎีกาจะตัดสินคล้อยตามศาลชั้นต้นกับศาลอุทธรณ์มี แต่ไม่สามารถที่จะประกาศทันที เพราะถ้าประกาศทันทีแล้ว ทางฝั่งผู้บริหารของสหรัฐฯ ทีมงานของทรัมป์อาจจะยังไม่พร้อมที่จะ handle เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยทุกคนทราบว่าภาษีนำเข้าได้มีการเก็บเข้าไปในระบบคลังเรียบร้อยแล้ว พอเก็บไปแล้วโอกาสที่จะเอาไปใช้แล้วก็คงมีสูง เพราะฉะนั้น เงินบางส่วนอาจจะหายออกไป

อีกทั้ง ในเมื่อยังไม่มีทางออก เข้าใจว่าคงจะต้องทอดเวลาออกไปนิดหนึ่ง เพื่อให้ฝ่ายบริหารกับศาลฎีกาอาจจะให้ความเห็น ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าทำไมถึงคิดว่าจำเป็น ทำไมถึงเอาเรื่องนี้มาใช้กับประเทศต่างๆ ซึ่งถึงแม้ต้องผ่านสภา แต่อำนาจของประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีอยู่อันหนึ่ง คือ มาตรา 230 และ 232 ซึ่งเป็นอำนาจที่สามารถเลือกปฏิบัติกับสินค้าตัวใดตัวหนึ่งก็ได้ หรือหลายตัวก็ได้ เพราะฉะนั้นค่อนข้างมั่นใจว่าเรื่องนี้ดูเหมือนจะเป็นคุณ หากตัดสินใจตามนั้น แต่เนื่องจากว่ากระทบทางฝั่งสหรัฐฯ มากพอสมควร และฝ่ายบริหารได้ออก Executive Order ไปแล้ว จึงต้องพยายามประคองว่า Executive Order เป็นสิ่งที่ถูกต้อง และยังมีผลให้เป็นคุณกับประเทศสหรัฐฯ ต่อ ดังนั้นไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร การเก็บภาษียังคงต้องมีอยู่ เพียงแต่จะเป็นในรูปแบบอื่น

ในส่วนของผู้ประกอบการและผู้ส่งออก สถานการณ์นี้อาจจะเกี่ยวกับผู้นำเข้ามากกว่า โดยเมื่อประเมินแล้วมองว่าเงินภาษีที่จัดเก็บไปแล้วคงจะไม่คืนให้ผู้นำเข้า ขณะเดียวกัน เอฟเฟกต์ที่เกิดขึ้นก็เกิดขึ้นไปแล้ว ผู้ส่งออกเองมองว่าเรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่คาดการณ์ไว้แล้วว่าจะเกิด จะโดนภาษีนำเข้า ดังนั้น ไม่ว่าคำตัดสินจะออกมาอย่างไร ก็ไม่ได้มีผลกระทบมาก เพราะการเจรจา การดีลราคา และเทอมการซื้อขายต่างๆ ได้ตกลงกันไปหมดแล้ว เอฟเฟกต์ในเชิงผลกระทบจึงไม่หนักมาก เพราะเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายรู้ตัวอยู่แล้วว่าจะโดน

ทั้งนี้ แม้ในกรณีที่ตัดสินออกมาว่าไม่โดนภาษีในรูปแบบเดิม ก็ยังอาจจะต้องโดนในรูปแบบอื่น จึงมองว่าสถานการณ์ตอนนี้ค่อนข้างเฉยๆ หากผลออกมาเป็นคุณกับผู้ส่งออก หรือ ผู้นำเข้ามากขึ้น ก็ถือว่าดี แต่โดยรวมเข้าใจว่าน่าจะใกล้เคียงเดิม และสหรัฐฯ คงไม่ถอนเงินออกมาเพื่อคืน เพียงแต่ต้องไปจัดการกันภายในว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ

อย่างไรก็ตาม กรณีการใช้มาตราอื่น นายธนากร อธิบายว่า อาจหมายถึงภาษีที่สูงกว่าเดิม แต่เป็นการเก็บเฉพาะกลุ่มหรือเฉพาะสินค้า โดยขณะนี้รัฐบาลสหรัฐฯ และทีมเจรจามีข้อมูลรายการสินค้าทุกประเทศที่ค้าขายด้วยอยู่แล้ว และมีการพิจารณาไว้แล้วว่าจะดูแลสินค้าตัวใดบ้าง จึงมองว่า ขณะนี้ไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรมาก เพราะสหรัฐฯ เข้าใจบริบทของการนำเข้าทั้งระบบของประเทศตนเองแล้ว

นายธนากร กล่าวว่า หากให้เดาในมุมของ สรท. มองว่า การตัดสิน มีโอกาสเป็นคุณ แต่เนื่องจาก Executive Order ของสหรัฐฯ ยังมีอยู่เต็มมือ อยู่ที่ว่าจะเลือกใช้ในรูปแบบใด หากเก็บเงินมาแล้วและยังอยากจะเก็บต่อ ก็ต้องหาวิธีในการจัดเก็บต่อไป เพื่อให้สอดคล้องกับเม็ดเงินที่คำนวณไว้แล้วว่าจะเข้ามาเพิ่มงบประมาณประเทศเท่าใด พร้อมมองว่า Executive Order ของสหรัฐฯ น่าจะออกมาต่อเนื่อง หากมีการตัดสินว่าแนวทางเดิมไม่ถูกต้อง

ส่วนกระแสข่าวว่าคำตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐฯ น่าจะออกมาประมาณเดือนมิ.ย.นั้น ก็ถือว่าเป็นเวลาที่เพียงพอสำหรับฝ่ายบริหารสหรัฐฯ ในการเตรียมการ เพื่อประคองสิ่งที่ตัดสินใจไปแล้ว รวมถึงเงินที่จัดเก็บไปแล้ว จึงไม่อยากให้ผู้ประกอบการไทยวิตกกังวลจนเกินไป เพราะเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนรับรู้อยู่แล้ว และควรตั้งรับอย่างมีสติ เนื่องจากเป็นเรื่องภายในของสหรัฐฯ ว่าเขาจะจัดการต่ออย่างไร เงินจะคืนหรือไม่คืน เป็นเรื่องที่เขาต้องบริหารจัดการกันเอง

นายธนวรรธน์  พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า  กรณีที่ศาลสูงสหรัฐฯ เลื่อนการตัดสินคดีภาษีทรัมป์ออกไปว่า ไม่สามารถก้าวล่วงเหตุผลของศาลได้ เนื่องจากการเลื่อนพิจารณาคดีเป็นสิ่งที่ศาลดำเนินการด้วยความรอบคอบ ซึ่งหลายประเทศรวมถึงไทยก็มีลักษณะเช่นเดียวกัน

สำหรับไทย มองว่า การเลื่อนการตัดสินยังไม่มีผลกระทบในเชิงลบ เนื่องจากไทยยังคงเสียภาษีการค้าในอัตราเดิมที่ 19% และหากศาลพิจารณาว่าการจัดเก็บภาษีที่ผ่านมาไม่ครบถ้วนตามกระบวนการ ไทยอาจได้รับประโยชน์จากภาษีที่ลดลงด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตาม การเลื่อนคำตัดสินไม่ได้ส่งผลให้ไทยเสียประโยชน์เพิ่มเติม การดำเนินธุรกิจและการเจรจาการค้ากับสหรัฐยังคงเป็นไปตามปกติ และจำเป็นต้องรอคำตัดสินของศาลสูงสหรัฐอีกครั้งว่าแนวทางสุดท้ายจะเป็นอย่างไร และจะเกิดประโยชน์ต่อประเทศไทยมากน้อยเพียงใดในระยะต่อไป