ปลัดคลัง เปิดผลงานกองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง ปี 68 ฝ่าพายุความผันผวนตลาดหุ้นไทย แต่กองทุนยังแกร่ง ประกาศจ่ายเงินปันผลรวมทั้งปีสูงถึง 6.09% ย้ำจุดยืนเน้นลงทุนหุ้นยั่งยืน-ธรรมาภิบาลดี สร้างผลตอบแทนมั่นคงระยะยาว
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการในคณะกรรมการกำกับการดำเนินงาน กองทุนรวมวายุภักษ์ เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของ กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง (กองทุนฯ) ว่า แม้ภาพรวมตลาดทุนไทยในปี 2568 จะเผชิญกับความผันผวนอย่างหนัก แต่กองทุนฯ ยังสามารถบริหารจัดการจนสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนประเภท ก. สำหรับนักลงทุนทั่วไป ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยล่าสุดได้ประกาศจ่ายเงินปันผล สำหรับผลการดำเนินงานงวดครึ่งหลังของปี 2568 (1 ก.ค. – 31 ธ.ค. 68) ในอัตรา 0.4604 บาทต่อหน่วย
สำหรับกำหนดการจ่ายเงินปันผลในงวดนี้ กองทุนฯ จะขึ้นเครื่องหมายผู้ไม่มีสิทธิรับเงินปันผล (XD) ในวันที่ 5 ม.ค. 69 และมีกำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนในวันที่ 22 ม.ค. 69
เมื่อนับรวมกับการจ่ายเงินปันผลในงวดครึ่งปีแรก (1 ม.ค. – 30 มิ.ย. 68) ที่ได้จ่ายไปแล้วเมื่อวันที่ 21 ก.ค. 68 ในอัตรา 0.1488 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ภาพรวมในปี 2568 กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง จ่ายเงินปันผลรวมทั้งสิ้น 0.6092 บาทต่อหน่วย หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทนสูงถึง 6.09% ต่อปี ซึ่งถือเป็นอัตราที่โดดเด่นเมื่อเทียบกับสภาวะตลาดโดยรวม
นายลวรณ กล่าวว่า สภาวะตลาดหุ้นไทยในปี 2568 ว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET Index) มีความผันผวนค่อนข้างมากจากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจทั้งภายในและภายนอกประเทศ โดย ณ วันที่ 30 ธ.ค. 68 ดัชนีปิดที่ระดับ 1,259.67 จุด ปรับตัวลดลงจากสิ้นปี 2567 ที่ปิดอยู่ 1,400.21 จุด อีกทั้งระหว่างปี ดัชนียังเคยทำจุดต่ำสุดที่ 1,053.79 จุด เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 68
“อย่างไรก็ตาม ด้วยกลยุทธ์ของกองทุนฯ ที่เน้นการจัดสรรสินทรัพย์ (Asset Allocation) อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเลือกลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีอัตราผลตอบแทนสูง มีความมั่นคงในระยะยาว และให้ความสำคัญกับความยั่งยืน (ESG) รวมถึงมีการกำกับดูแลกิจการที่ดี ทำให้กองทุนฯ สามารถสร้างเกราะป้องกันความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนที่ดีได้ท่ามกลางวิกฤต” นายลวรณ กล่าว
นอกเหนือจากเงินปันผลแล้ว มูลค่าของหน่วยลงทุนประเภท ก. ยังสะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดย ณ วันที่ 30 ธ.ค. 68 ราคาปิดของหน่วยลงทุนอยู่ที่ 10.70 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากราคาเสนอขายครั้งแรก (IPO) ที่ 10 บาท ซึ่งเริ่มเข้าซื้อขายเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 67 สะท้อนให้เห็นว่ากองทุนนี้เป็นทางเลือกการลงทุนที่ช่วยสร้างความมั่งคั่งให้กับประชาชนได้จริง
นายลวรณ ทิ้งท้ายว่า คณะกรรมการกำกับฯ จะยังคงติดตามผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง เป็นเสาหลักในการออมและการลงทุนที่มั่นคง ทั้งสำหรับประชาชนผู้ถือหน่วยลงทุนประเภท ก. และภาครัฐ (หน่วยลงทุนประเภท ข.) พร้อมทั้งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาตลาดทุนไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป





