คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ร่วมกับเครือข่าย “เพื่อนไม่ทน” เปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนและภาคธุรกิจทั่วประเทศต่อ “นโยบายต่อต้านคอร์รัปชันของพรรคการเมือง” ก่อนการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. 2569 สะท้อนชัด "คอร์รัปชัน" ไม่ใช่แค่ปัญหาคุณธรรม แต่เป็น “วิกฤติแห่งชาติ” และ “ต้นทุนเชิงโครงสร้าง” ที่บั่นทอนความสามารถแข่งขันและความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยอย่างรุนแรง ชี้คอร์รัปชันวิกฤตชาติ ต้นทุนใหญ่ฉุดเศรษฐกิจ เอกชน-ประชาชน 88% จี้พรรคการเมืองต้องมีนโยบายต้านโกงจริง
ผลสำรวจจากประชาชน 3,043 ตัวอย่าง และภาคธุรกิจ 1,771 ตัวอย่าง พบว่า 77% ของประชาชน และ 97% ของภาคธุรกิจ เห็นว่าปัญหาคอร์รัปชันในไทย “รุนแรงมาก” ขณะที่ 88% ของภาคธุรกิจ และ 70% ของประชาชน ระบุว่า “นโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน” เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกตั้ง โดยกว่า 1 ใน 3 ย้ำว่าเป็นปัจจัยหลัก
ชงแคมเปญ “ไม่เลือกคนโกง” ดัน Zero Corruption
ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยฯ และประธานคณะทำงาน Zero Corruption: กกร. และเพื่อนไม่ทน ระบุว่า ภาคเอกชนตระหนักดีว่าคอร์รัปชันคือปัญหาใหญ่ที่ทำลายความเชื่อมั่นนักลงทุนและคู่ค้าต่างชาติ จึงรวมพลังตั้งคณะทำงาน Zero Corruption เพื่อรวบรวมข้อเสนอเชิงนโยบายจากภาคธุรกิจและภาคประชาสังคม ผลักดันสู่การปฏิรูปเชิงโครงสร้างอย่างเป็นรูปธรรม
กกร.เร่งขับเคลื่อนกรอบ “6 ด้านต้านทุจริต” โดยเริ่มจากการปลูกฝังจิตสำนึกและรณรงค์ “ไม่เลือกคนโกง” ภายใต้แคมเปญ “ไม่มีนโยบายต้านโกง เราไม่เลือก” พร้อมเชิญชวนประชาชนติดสติกเกอร์ Zero Corruption แสดงเจตนารมณ์ไม่ทนต่อการทุจริตทุกรูปแบบ
ส.อ.ท.ชี้โกงคือ ‘ต้นทุนประเทศ’ ฉุดแข่งขัน
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ระบุว่า คอร์รัปชันได้กลายเป็นต้นทุนเชิงโครงสร้างที่กัดกร่อนภาคอุตสาหกรรมไทย ท่ามกลางเศรษฐกิจโตต่ำและการแข่งขันภูมิภาครุนแรง สัญญาณเตือนสำคัญคือค่าเงินบาทแข็งค่ากว่า 8% ในรอบปี ขณะที่ประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนามบริหารค่าเงินให้อ่อนลง ส่งผลให้ไทยเสียเปรียบการแข่งขัน 10-12%
ขณะเดียวกัน ยังพบความเสี่ยงจากเงินนอกระบบและทุนสีเทา โดยปริมาณการเทรดสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยสูงถึงราว 50% ของการเทรดทั้งหมด สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกหลายเท่า ส.อ.ท.จึงเรียกร้องให้รัฐกำกับดูแลทองคำและสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเข้มงวด ปิดช่องฟอกเงิน ซึ่งบ่อนทำลายเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค
กกร.ประเมิน GDP ไทยปี 2569 โตเพียง 1.6-2.0% เสี่ยงโตต่ำสุดในภูมิภาค หากไม่เร่งปฏิรูปโครงสร้าง ประเทศอาจถูกเวียดนามแซงหน้าในด้านขนาดเศรษฐกิจ ขณะที่ต้นทุนโลจิสติกส์ไทยสูงถึง 15-16% ของ GDP สูงกว่าคู่แข่งที่อยู่ระดับ 9-10% จากปัญหากฎระเบียบซับซ้อนและความไม่โปร่งใส
ประชาชน–ธุรกิจ เบื่อ “รัฐมนตรีเทา–ดีแต่พูด”
รศ.ดร.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ ที่ปรึกษาประจำสภามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า พฤติกรรมนักการเมืองที่ประชาชนและภาคธุรกิจเบื่อหน่ายมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ “รัฐมนตรีเทา คนมีมลทินยังได้เสวยอำนาจ” ดีแต่พูด นโยบายต้านโกงมีไว้หาเสียง และผลประโยชน์ทับซ้อน
ผลสำรวจยังชี้ว่า “หัวหน้าพรรค” คือกลไกสำคัญในการแก้คอร์รัปชัน โดย 91% ของภาคธุรกิจ และ 68% ของประชาชน เห็นว่าหัวหน้าพรรคต้องรับผิดชอบสูงสุด และต้องคัดกรองเข้มข้นที่สุด
มาตรการที่สังคมเรียกร้อง ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ การมีส่วนร่วมของประชาชน และการลงโทษผู้ทุจริตอย่างจริงจัง ขณะที่พรรคการเมืองควรประกาศชัด ไม่รับคนมีคดีโกง ไม่ตั้งรัฐมนตรีเทา และต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง
ธนาคารไทย-TDRI ชงปฏิรูปจริงจัง
นายกอบศักดิ์ ดวงดี เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย ย้ำว่า คอร์รัปชันบ่อนทำลาย “Trust and Confidence” และภาคธุรกิจต้องการสนามแข่งขันที่เท่าเทียม ปราศจากธุรกิจสีเทา พร้อมผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายที่นำไปปฏิบัติได้จริง
ด้านนักวิจัย TDRI ชี้ว่าการเรียกรับสินบนในโครงการรัฐสูงถึง 20-30% ของมูลค่าโครงการ และเชื่อมโยงอาชญากรรมข้ามชาติ เสนอเร่งออกกฎหมายฟอกเงิน กำกับคริปโต และบังคับใช้ Integrity Pact ในโครงการรัฐขนาดใหญ่
"กกร.และภาคีเอกชนส่งสารชัดถึงพรรคการเมืองทุกพรรค ต้องประกาศพันธสัญญาต้านคอร์รัปชันที่ “ทำได้จริง เห็นผลจริง” กล้าลงโทษแม้เป็นคนในพรรค ปฏิรูปหน่วยงานที่โกงฝังรากลึก และไม่สนับสนุนผู้มีประวัติทุจริต เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจไทยที่โปร่งใส เป็นธรรม และยั่งยืนในระยะยาว"





